Archive for มีนาคม 24th, 2009

บทคัดย่อพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

ครั้งก่อนผมได้นำเสนอการพัฒนาความคิดเพื่อการกำกับและดูแลกิจการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้บริหารจัดการความคิดเพื่อใช้กำกับดูแลองค์กร และที่จะได้นำเสนอในครั้งนี้จะกล่าวถึงบทคัดย่อพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (หมวด 1 มาตรา 6) เพราะสิ่งที่นำเสนอนี้ ผู้เขียนเห็นว่ามีความน่าสนใจและมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันกับ CG-Corporate Governance ที่ได้นำเสนอไว้ในหมวดหมู่ CG และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องนี้ครับ

นี่คือแผนภาพที่แสดงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ในรูปแบบของต้นไม้ใหญ่ที่มีลำต้น ราก และ ใบ แผ่กิ่งก้านสาขา กับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในมิติต่าง ๆ

หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อการบรรลุผลการปฏิบัติงาน

หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อการบรรลุผลการปฏิบัติงาน

บทคัดย่อพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 (หมวด 1 มาตรา 6)

1. การเกิดประโยชน์สุขของประชาชนปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ (ม.7และ8)

2. การเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ
– กำหนดแผนปฏิบัติราชการระยะสั้น (1 ปี) และระยะยาว (4 ปี ) มีเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน ขั้นตอน ระยะเวลา งบประมาณ บุคคลที่รับผิดชอบรวมทั้งตัวชี้วัดความสำเร็จ และต้องติดตามและประเมินผล (ม.9 และ 12-18)
– มีการบริหารราชการแบบบูรณาการประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ม.10)
– พัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (ม.11)

3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
– กำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จ งบประมาณ และเผยแพร่ให้ข้าราชการและประชาชนทราบโดยทั่วกัน (ม.20)
– จัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ คำนวณรายจ่ายต่อหน่วยของงานถ้าสูงกว่าหน่วยงานใกล้เคียงกันต้องทำแผนลดค่าใช้จ่าย (ม.21)
– ประเมินความคุ้มค่าในการปฏิบัติภารกิจของรัฐว่าสมควรดำเนินต่อไปหรือยุบเลิกโดยคำนึงถึงประโยชน์และผลเสียทั้งในด้านตัวเงินและสังคม (ม.22)
– จัดซื้อจัดจ้างอย่างเปิดเผยและเที่ยงธรรม (ม.23)
– พิจารณาภารกิจที่เกี่ยวข้อง หรือยื่นขอ อนุญาต อนุมัติ ขอความเห็นชอบ วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว (ม.24-26)

4. ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น
– กระจายอำนาจการตัดสินใจให้แก่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง มุ่งให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการบริการประชาชน โดยมีการควบคุม ติดตาม กำกับดูแลการใช้อำนาจ และความรับผิดชอบของผู้มอบและรับมอบอำนาจ (ม.27และ28)
– ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคม เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย (ม.27)
– จัดทำแผนภูมิขั้นตอน รายละเอียด และระยะเวลาดำเนินการ เปิดเผย ณ ที่ทำการหรือในเครือข่ายสารสนเทศ (ม.29)
– ส่วนราชการภายในกระทรวงเดียวกันร่วมกันจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถาม ขอทราบข้อมูล ขออนุญาต หรือขออนุมัติเรื่องใด ๆ ให้ติดต่อได้ที่ที่เดียว (ม.30-32)

หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อการบรรลุผลการปฏิบัติงาน

หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อการบรรลุผลการปฏิบัติงาน

5. มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
– ทบทวนภารกิจใดควรดำเนินการต่อหรือไม่โดยคำนึงถึงแผนการบริหารราชการแผ่นดิน นโยบายคณะรัฐมนตรี กำลังเงินงบประมาณ และความคุ้มค่าของภารกิจและสถานการณ์ประกอบกัน ถ้ายกเลิก ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงภารกิจให้ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ โครงสร้าง และอัตรากำลังให้สอดคล้องกัน (ม.33)
– กรณีมีการยุบโอน เลิก รวม ส่วนราชการใดไม่ให้จัดตั้งส่วนราชการที่ลักษณะเดียวดัน หรือคล้ายคลึงอีก (ม.34)
– สำรวจ ตรวจสอบ ทบทวนกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ หรือสอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศโดยคำนึงถึงความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนเป็นสำคัญ โดยนำข้อเสนอแนะของประชาชนมาพิจารณาด้วย (ม.35-36)

6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวก และได้รับการตอบสนองความต้องการ
– กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานแต่ละงานและประกาศให้ข้าราชการและประชาชนทราบ และเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาจะต้องตรวจสอบให้ข้าราชการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามกำหนด เมื่อประชาชนสอบถามต้องตอบคำถาม หรือแจ้งการดำเนินการภายใน 15 วัน หรือภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตาม ม.๓๗ (ม.37-38)
– จัดให้มีระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนติดต่อ สอบถาม ขอข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็น ให้สอดคล้องกับระบบเดียวกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจัดให้มีขึ้น (ม.39-40)
– แจ้งคำร้องเรียน เสนอแนะ ความคิดเห็นไปยังบุคคลที่รับผิดชอบถ้ามีข้อมูลและสาระตามสมควรที่เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติราชการ อุปสรรค ความยุ่งยาก หรือปัญหาจากบุคคลใด โดยห้ามเปิดเผยชื่อ/ที่อยู่ของผู้ร้องเรียน เสนอแนะ หรือแสดงความคิดเห็น (ม.41)
– ตรวจสอบกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศว่าเป็นอุปสรรคก่อให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อน ล่าช้าต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมโดยเร็ว (ม.42)
– การปฏิบัติราชการใดถือเป็นเรื่องเปิดเผยยกเว้นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ เศรษฐกิจ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลให้เป็นความลับเท่าที่จำเป็น (ม.43)
– เปิดเผยข้อมูลงบประมาณรายจ่ายประจำปีเกี่ยวกับรายการจัดซื้อจัดจ้าง และสัญญาที่ได้มีการอนุมัติ ให้ประชาชนขอดูและตรวจสอบได้ ยกเว้นข้อมูลก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่บุคคลใดในการจัดซื้อจัดจ้างหรืออยู่ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับการคุ้มครองความลับทางราชการหรือความลับทางการค้า(ม.44)

7. มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการสม่ำเสมอ
– นอกจากประเมินผลแผนปฏิบัติราชการแล้วต้องจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระ ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจ (ม.45)
– ประเมินภาพรวมของผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับหรือหน่วยงานในส่วนราชการ ต้องทำเป็นความลับและเพื่อประโยชน์สามัคคีของข้าราชการ (ม.46)
– ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล ให้คำนึงถึงผลการปฏิบัติงานของของข้าราชการในตำแหน่งที่ปฏิบัติ ประโยชน์และผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานที่สังกัดที่ได้รับจากการปฏิบัติงานของข้าราชการผู้นั้น (ม.47)
– ส่วนราชการใดดำเนินการให้บริการที่มีคุณภาพ เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้เสนอจัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบำเหน็จความชอบแก่ส่วนราชการหรือนำงบประมาณเหลือจ่ายไปปรับปรุงการปฏิบัติงานหรือจัดสรรเป็นรางวัลให้แก่ราชการในสังกัด (ม.48)
– ส่วนราชการใดดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย สามารถเพิ่มผลงานและผลสัมฤทธิ์โดย ไม่เพิ่มค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจ สามารถดำเนินการตามแผนลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ เป็นที่พึงพอใจแก่ประชาชน ให้เสนอจัดสรรเงินรางวัลการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ส่วนราชการนั้น หรือนำงบประมาณเหลือจ่ายไปปรับปรุงการปฏิบัติงานหรือจัดสรรเป็นรางวัลให้แก่ข้าราชการในสังกัด (ม.49)

 

BCM กับการวัดศักยภาพในการบริหารการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

วันก่อน ผมได้นำแนวทางการกำกับสถาบันการเงินหลักของ ธปท. มาเผยแพร่เพื่อให้ทราบแนวทางการติดตามการดำเนินงานของสถาบันการเงินต่าง ๆ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้วนั้น คาดว่าน่าจะมีประโยชน์พอสมควรนะครับ เพราะว่าผู้กำกับได้เปิดเผยแนวทางกำกับและการตรวจสอบที่ชัดเจน ซึ่งสถาบันการเงิน ผู้ถูกกำกับก็จะได้เตรียมความพร้อมในการบริหารและการจัดการเพื่อสร้างความมั่นคงในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป

วันนี้ ผมมีมุมมองที่เกี่ยวข้องกับ BCM-Business Continuity Management ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ IT Security ตามมาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังได้นำมาตรการนี้ไปใช้ในการกำกับสถาบันที่ตนดูแลอยู่เช่นเดียวกัน

ผมจึงมีข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อธิบายด้วยแผนภาพให้เหมาะสมกับยุคของการล่มสลายทางการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผลกระทบต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั่วโลกในมุมมองของ BCM พร้อมกับข้อสังเกตบางประการในการที่จะยกระดับการบริหารและการจัดการ BCM ตามมาตรฐานที่ดี ดังนี้

BCM & IT Security & Internal Control/Audit

BCM & IT Security & Internal Control/Audit

แนวการบริหารและการพิจารณาระดับการบริหาร การจัดการ BCM ขององค์กรทั่วไป มีแนวทางโดยย่อ ดังนี้

การจัดทำแผนการรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP-Business Continuity Plan) หรือ การจัดให้มีการบริหารการดำเนินงาน ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCM- Business Continuity Management) เบื้องต้น

หัวข้อนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่จะมีการประเมินผลการบริหารความเสี่ยง ด้านดุลยภาพการจัดการ เป็นเรื่องที่ทางการต้องการและผู้กำกับผลักดันหรือขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในกรณีวิกฤติระดับต่าง ๆ ว่าองค์กร มีความพร้อมและมีแผนรองรับที่มีการบริหารและปรับปรุงกันอย่างต่อเนื่องเพียงใด ในธุรกิจหลัก ๆ ของ องค์กร เพราะความเสียงที่ร้ายแรงยิ่ง

ถึงแม้โอกาสจะเกิดขึ้นไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่ องค์กรหรือรัฐไม่อาจยอมรับได้เพราะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้มีผลประโยชน์ร่วมจำนวนมาก องค์กร และรัฐวิสาหกิจต้องจัดให้มีแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP-Business Continuity Plan) ที่เป็นรูปธรรมและมีคุณภาพ

โครงสร้าง BCM

โครงสร้าง BCM

เกณฑ์เบื้องต้นของการมีแผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCM-Business Continuity Management) มีเกณฑ์และกรอบของงานโดยสังเขป เป็นแนวทางปฏิบัติ ซึ่งองค์กร ควรดำเนินการตามมาตรฐานเบื้องต้นโดยย่อ ที่เกี่ยวกับ BCM บางประการ ดังนี้

1. หลักการทั่วไป ความพร้อมในการรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCM)

โปรดดูความเตรียมพร้อมของท่านเกี่ยวกับการจัดการเรื่อง BCP จากแผนภาพด้านล่างนี้

Business Continuity Plan Checklist (Step 1 - 3)

Business Continuity Plan Checklist (Step 1 - 3)

Business Continuity Plan Checklist (Step 4 - 5)

Business Continuity Plan Checklist (Step 4 - 5)

1.1) ระดับดี
คณะกรรมการและผู้บริหารขององค์กร จัดให้มีความพร้อมในการรองรับเหตุการณ์ความเสียหายในรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ในภาวะปัจจุบันและอนาคตที่พึงคาดหมายได้อย่างเข้าใจในสถานการณ์ เพื่อให้องค์กรมีความมั่นใจได้ว่า จะสามารถดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งการให้บริการแก่ลูกค้า ประชาชน ได้อย่างต่อเนื่องจากภาพจำลองต่าง ๆ ที่เป็นไปได้ ในภาวะเหตุการณ์ฉุกเฉินและจะสามารถทำให้ธุรกิจกลับคืนสู่สภาพปกติได้ โดยมีการจัดทำแผนสำรองฉุกเฉินที่ครอบคลุมงานทุกประเภทที่สำคัญ ๆ มีกระบวนการและจัดเตรียมทรัพยากรในการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งสามารถพร้อมดำเนินการได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เป็นที่ยอมรับได้ของผู้มีผลประโยชน์ร่วม

1.2) ระดับอ่อนหรือไม่ผ่าน BCP/BCM
องค์กรไม่ได้จัดเตรียมความพร้อม หรือไม่มีแผนในการรองรับเหตุการณ์ความเสียหาย โดยยังไม่มีการจัดทำแผนสำรองฉุกเฉินอย่างมีกระบวนการ รวมทั้งจัดเตรียมทรัพยากรในการรองรับเหตุฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจและการบริการอย่างต่อเนื่องไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เพราะขาดนโยบายและขาดแผนอย่างมีขั้นตอนตามหลักการของ BCP/BCM

สำหรับเนื้อหาในตอนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอีก 4 หัวข้อด้วยกัน ซึ่งผมจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไปครับ

 
https://www.amazon.com/Bikeroo-Oversized-Comfort-Comfortable-Replacement/dp/B07B646ZZY/