Archive for กันยายน 9th, 2009

ดุลยภาพทางด้านนโยบาย ความมั่นคง และดุลยภาพทางเศรษฐกิจ การเงิน กับการบริหารความเสี่ยง

จากข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 – วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2552 ฉบับที่ 4139 (3339) หน้าแรกที่พาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตส่งออกขาดคน 5 หมื่น ลูกจ้างเมินโรงงาน-อุตฯ หวั่นสูญออเดอร์

จากปัญหาเศรษฐกิจและการเงินของโลกที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทำให้พนักงานที่กินเงินเดือนต้องถูกพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานประจำ มารับเงินชดเชยตกงานจากรัฐ ซึ่งเป็นสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการประกันสังคม หากผู้บริหารหรือรัฐบาลไม่พิจารณาความยั่งยืนในระยะยาวของเงินกองทุนประกันสังคมของประเทศแล้ว ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนว่า เงินกองทุนนี้คงจะต้องอาศัยการอุดหนุนจากรัฐบาลหรือเป็นภาระของรัฐบาลมากขึ้นเป็นแน่

ทั้งนี้เพราะรัฐบาลพยายามให้ความช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลพนักงาน ของผู้ประกันตนเพิ่มเติมจากเดิมซึ่งรัฐไม่มีภาระในเรื่องนี้ ถึงแม้ในมุมมองของประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในขอบเขตของการประกันตน จะได้รับประโยชน์มากขึ้น และเป็นสิ่งดีนั้น ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องมองภาพในระยะยาวภาพหนึ่งนั่นก็คือ ความมั่นคงและความยั่งยืนของเงินกองทุนจากภาระที่เพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แรงงานส่วนหนึ่งที่พ้นจากสภาพการเป็นพนักงานประจำในช่วงที่ประเทศมีปัญหาเศรษฐกิจและได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐ เป็นเวลา 8 เดือน ไม่สนใจที่จะสมัครงานในภาคอุตสาหกรรมส่งออก ทั้งที่ในภาคอุตสาหกรรมส่งออกขณะนี้มีแนวโน้มที่เป็นสัญญาณในการเติบโต จากการมีออเดอร์สั่งสินค้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นทำให้พนักงานไม่กลับเข้าไปสมัครงาน จึงเกิดปัญหาขาดแรงงาน ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นปัญหาที่รัฐต้องให้ความสนใจในการบริหารดุลยภาพในการจัดการ และความพอดีในการชดเชยการตกงานจากภาครัฐ

ปัญหาดุลยภาพในการจัดการตั้งแต่ระดับนโยบาย กลยุทธ์และแผนการดำเนินงานต่าง ๆ เป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งต้องการวิสัยทัศน์จากการมองการณ์ไกลของผู้บริหารระดับสูงเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะ หากแรงงานส่วนหนึ่ง และเป็นแรงงานที่สำคัญพึงพอใจอย่างยิ่งกับรัฐสวัสดิการ มากกว่าการทำงานแล้วละก็ ย่อมแสดงให้เห็นชัดเจนว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องดุลยภาพหรือความพอดีในการดำเนินการและจัดการในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ การเงิน และอตุสาหกรรม รวมทั้งรายได้ประชาชาติ และระดับการแข่งขันโดยรวมของประเทศในอนาคต

สเถียรภาพในทุกมุมมอง ตั้งแต่ระดับประเทศไปถึงระดับหน่วยงาน และผู้ปฏิบัติงานต้องการความเข้าใจในหลักการของ Governance  ทั้ง 4  ที่เชื่อมโยงไปยัง IT Governance  และหลักการบริหารความเสี่ยงในระดับประเทศ ระดับองค์กรที่เป็นรูปธรรม

จากรายงานขีดความสามารถของ World Economic Forum : WEF ประเทศไทยตกอันดับการแข่งขันระหว่างประเทศต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 2 จาก 30 อันดับแรก มาอยู่ที่อันดับที่ 36 จากทั้งหมด 133 ประเทศ ด้วยสาเหตุต่าง ๆ ทั้งทางการเมือง และเศรษฐกิจ

ทั้งนี้นอกจากจะเป็นประเด็นการเมือง และเศรษฐกิจของประเทศและของโลกแล้ว ก็ยังมีปัญหาที่สำคัญยิ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก็คือการขาดดุลยภาพในการจัดการในมุมมองต่าง ๆ

ซึ่งอาจยกตัวอย่างดุลยภาพในการบริหารจัดการนโยบายทางด้านสินเชื่อจากภาครัฐ ที่กำหนดนโยบายให้กับธนาคารในภาครัฐ และภาคเอกชน ให้เร่งรัดในการปล่อยสินเชื่อเป็นกรณีเร่งด่วนให้กับธุรกิจ SME ถึงแม้จะเป็นเรื่องดี แต่การกำหนดให้ปล่อยสินเชื่อ บางธนาคารสูงถึง 30,000 – 50,000 ล้านบาทต่อปี/ธนาคาร โดยไม่กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น NPL ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะธนาคารที่รัฐเป็นเจ้าของ ในอนาคตก็จะเกิด NPL หรือหนี้เสีย จำนวนเกินกว่าที่จะยอมรับได้ เช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วในหลายธนาคาร และบางธนาคารของรัฐมี NPL สูงถึงร้อยละ 50 – 60 ของสินเชื่อที่ได้ปล่อยไปในปีที่ผ่าน ๆ มา และหากไม่รวมการปล่อยสินเชื่อใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มฐานสินเชื่อโดยรวม และนำไปเปรียบเทียบกับ NPL ในปีก่อนหน้านี้ ทำให้ NPL ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

ดังนั้น หากมีการกำหนดนโยบายที่ได้ดุลยภาพในเรื่องการปล่อยสินเชื่อดังตัวอย่างข้างต้นก็คือ การกำหนดจำนวนสินเชื่อที่ธนาคารของรัฐพึงจะให้กับ SME คู่กับการกำหนดระดับความสูญเสียหรือ NPL ที่ยอมรับได้ เช่น ไม่เกินกว่าร้อยละ 10 – 15 ของสินเชื่อที่ปล่อยในแต่ละปี ซึ่งก็พิจารณาได้ว่าอยู่ในอัตราที่สูงมากแล้วอย่างเหมาะสม

นอกจากตัวอย่างนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคารภาครัฐที่ควรคู่กับการกำหนดระดับ NPL ที่เหมาะสม (Risk Appetite / Risk Tolerance) แล้ว ดุลยภาพในการจัดการเรื่องอื่น ๆ หน่วยงานกำกับและผู้บริหารที่เกี่ยวข้องควรกำหนดดุลยภาพในการจัดการ โดยคำนึงถึงผลกระทบในทางที่ไม่ต้องการในระยะยาวอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้เกิดแนวคิดดุลยภาพในการบริหารจัดการที่ดีภายใต้หลักการ Corporate Governace ได้

ความมั่นคงทางการเมือง และความมั่นคงของรัฐ (Public Governance) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Corporate Governance และ Global Governance และ Social Governance อย่างแยกกันไม่ได้ โดยมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงเข้ามาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนในทุกมุมมองตามหลักการใหญ่ ทั้ง 4 Governance นั้น ต้องการความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และนำไปปฏิบัติจริงของผู้นำ ทั้งในระดับประเทศ ในระดับองค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีหลักข้อหนึ่งที่สำคัญยิ่งก็คือ หลักความโปร่งใสและความเป็นธรรม หลักการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน หลักการเติบโตอย่างยั่งยืน หลักการของการพัฒนาความรู้ความสามารถและความรับผิดชอบในทุกระดับ หลักการส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และ Best Practice รวมทั้งการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดบรรยากาศที่สร้างความเชื่อมั่นในทุกกลุ่มภายในประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ และนำความสำเร็จจากความเชื่อมั่นนั้น มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในมุมมองต่าง ๆ ต่อไป

ในครั้งต่อไป ผมจะลองมาวิเคราะห์ดุลยภาพในการบริหารและการจัดการ Core Banking System – CBS ที่มีปัญหาค่อนข้างมากในวงการธนาคารภาครัฐที่เป็นบ่อเกิดสำคัญของประสิทธิผล ประสิทธิภาพในการจัดการที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการบริหาร ในมุมมองต่าง ๆ ตามหลัก Balanced Score Card

นอกจากนี้ก็คงจะพูดถึงดุลยภาพในการจัดการ การควบคุมความเสี่ยง การติดตามและการตรวจสอบตามฐานความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ IT และ Non – IT โดยเฉพาะอย่างยิ่งดุลยภาพในการจัดการ Business Process ที่ขับเคลื่อน Business Objective ที่เกี่ยวข้องกับ IT Governance ภายใต้ร่มใหญ่ของ Corporate Governance ในมุมมองต่าง ๆ ของ การวางแผนและการจัดการองค์กร (Planning & Organization-PO) การจัดหาและการนำระบบงานออกใช้จริง (Acquisition & Implementation-AI) การจัดการและการบำรุงรักษาระบบงาน (Delivery & Support-DS) รวมทั้งการติดตามและการวิเคราะห์กระบวนการจัดการในภาพโดยรวม (Monitor & Evaluate-ME) ในบางมุมมอง