Archive for ธันวาคม, 2010

การบริหารความเสี่ยงในมุมมองของการพิจารณาผลตอบแทน/ความดีความชอบ (5)

ข้อสังเกตในการประเมินผลการบริหารความเสี่ยงในมุมมองของการพิจารณาผลตอบแทน หรือความดีความชอบ ซึ่งองค์กรจะต้องเน้นความสำคัญของกระบวนการบริหารความเสี่ยง โดยถือเป็นส่วนสำคัญของการพิจารณผลตอบแทนหรือความดีความชอบ โดยในแต่ละสายงานที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงระดับองค์กร จะมีการถ่ายทอดตัวชี้วัดด้าน การบริหารความเสี่ยงลงสู่ระดับสายงาน

Photobucket

การเชื่อมโยงผลตอบแทนกับระดับความเสี่ยงที่สามารถลดลงได้ ในแต่ละปัจจัยเสี่ยงของแต่ละสายงานั้น ควรมีการกำหนดให้ชัดเจน และมีการประเมินผลด้านการบริหารความเสี่ยงที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดของสายงานนั้น ๆ โดยเฉพาะผลงานด้านการบริหารความเสี่ยงกับแรงจูงใจพิเศษ

Photobucket

 

Integrated Auditors and Management ตอน 1

วันนี้ผมขอเล่าสู่กันฟังในเรื่องเกี่ยวกับ Integrated Audit และ CAE ว่าในอดีตที่ผ่านมาและจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อาจกล่าวได้ว่า องค์กรส่วนมากยังเข้าใจความหมายของ Integrated Audit และประโยชน์ของการตรวจสอบในลักษณะนี้ที่แตกต่างกันมาก จากการที่องค์กรไม่ได้มีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของการผสมผสานการตรวจสอบและใช้ประโยชน์จากแนวคิดที่เป็นลักษณะ Interdependent Approach ของกระบวนการตรวจสอบระหว่าง IT Audit และ Non – IT Audit เข้ามาใช้เป็นพลังร่วม (Synergy) ในการขับเคลื่อนกระบวนการตรวจสอบไปสู่การจัดทำรายงานการตรวจสอบที่มีคุณภาพสูงสุด จากการหลอมรวมกระบวนความคิด ซึ่งนำไปสู่ความเข้าใจในการวางแผนการตรวจสอบ ที่คำนึงถึง Audit Universe หรือเรื่องที่ควรได้รับการทดสอบในภาพโดยรวมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเชื่อมโยงหรือมีผลกระทบต่อกระบวนการจัดทำรายงาน ทั้งทางด้าน IT และ Non – IT ที่จะสัมพันธ์กับการควบคุมความเสี่ยงจาก Risk Universe ในแง่มุมต่าง ๆ ในมุมมองของ Business Balanced Scorecard และ Information Balanced Scorecard หรือแม้กระทั่งเป้าประสงค์หลักของการควบคุมความเสี่ยง ตามหลักการของ COSO – ERM ซึ่งก็ได้แก่ Strategic Risk – S, Operation Risk – O, Reporting Risk – R or F, Compliance Risk – C ที่ส่วนใหญ่จะเคยชินกับคำที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า S – O – F – C

แนวทางการบริหารและการจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ตามแนวทางของ COSO – ERM ที่นิยมใช้กันทั่วโลกและในประเทศไทยนั้น แทบจะไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบ หรือ Impact จาก Risk IT และ IT Risk ที่มีผลต่อกระบวนการบริหารและการจัดการ รวมทั้งการจัดทำรายงานที่เป็นรูปธรรม

ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ผู้กำกับ ในฐานะ Regulators และผู้ปฏิบัติ ในฐานะ Operators ส่วนใหญ่ได้มองข้ามความสำคัญของกระบวนการระบุปัจจัยเสี่ยงจาก IT Risk ที่มีผลกระทบต่อกระบวนการควบคุม กระบวนการบริหารและกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงในการจัดการที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน การทุจริต รวมทั้งการลดโอกาสที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ การสร้างคุณค่าเพิ่ม การสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วม ทั้งภายในองค์กรและภายนอกองค์กรอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง ที่นำไปสู่การบริหารและการจัดการ รวมทั้งการตรวจสอบในลักษณะ Integrated Thinking และ Integrated Audit ในทางปฏิบัติ

จากจุดอ่อนดังกล่าว ในทางปฏิบัติของหลาย ๆ องค์กร ทั้งภายในและต่างประเทศหลายแห่ง เกิดจากการบริหารและการจัดการที่มีแนวความคิดจากโครงสร้างขององค์กร ที่ส่วนใหญ่ยังแบ่งงานในลักษณะ Silo – Based นั่นคือ การแบ่งงานตามหน้าที่ หรือตาม Function มากกว่า การคำนึงถึงกระบวนการในการดำเนินงาน ที่ในปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์เข้าช่วยในแทบทุกองค์กร ซึ่งกระบวนการทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ในขั้นตอนการปฏิบัติงานเป็นส่วนใหญ่นั้น จะมีลักษณะเป็น Integrated – Based ซึ่งอาจจะกล่าวโดยย่อได้คือ เป็นการดำเนินงานที่เชื่อมต่อ กระบวนการทำงานในแต่ละกิจกรรมและในแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง ภายในสายงานเดียวกันและข้ามสายงานอย่างอัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขั้นตอนการประมวลผล (Process) ซึ่งในขั้นตอนนี้ องค์กรที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักในการดำเนินงาน เช่น ในวงการการเงิน การธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทการบิน และการให้บริการแบบอัตโนมัติ ทั้งในลักษณะ Online และ Offline โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้บริการที่เป็นลักษณะ One Stop Service จะมีลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการดำเนินงานเป็นส่วนใหญ่ และมีนัยสำคัญยิ่งต่อความพึงพอใจของลูกค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ความเป็นจริงดังกล่าวตามวรรคต้น มีนัยสำคัญยิ่งต่อกระบวนการควบคุมความเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับ IT Risk และ IT – Related Risk ที่มีผลต่อ Business Risk ที่เชื่อมโยงกับ Business Process และ Business Control และลึกลงไปถึง Application Control และ General Control ตามหลักการจัดการบริหารที่เป็นกระบวนการที่ใช้ Computer – Based เป็นหลักทั้งสิ้น

เรื่องของ Integrated Auditors and Management ที่ผมเล่าในวันนี้ ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ครั้งหน้าไปติดตามกันต่อนะครับ

 

การบริหารความเสี่ยงในมุมมองของการพิจารณาโครงการลงทุน (4)

ข้อสังเกตในการประเมินผลการบริหารความเสี่ยง ในด้านของการพิจารณาโครงการลงทุนนั้น ควรมีกระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง มีการประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมทั้งผลกระทบของโครงการลงทุนที่มีผลต่อเป้าหมายขององค์กร

กระบวนการบริหารความเสี่ยง ควรเป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ผู้บริหารองค์กร ใช้ในการตัดสินใจถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการที่สำคัญ ๆ นอกเหนือจากเกณฑ์อื่นในการพิจารณาความเป็นไปได้ของโครงการ เช่น NPV, IRR, PB Period, ROI, Intangible Cost ฯลฯ ดังรูป

การบริหารความเสี่ยงในมุมมองของการพิจารณาการลงทุน

องค์กรควรแสดงให้เห็นถึง การมีกระบวนการสร้างความมั่นใจถึงความสมดุลระหว่างผลตอบแทนจากการลงทุน และการจัดการด้าน IT กับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยมีการศึกษาผลตอบแทนด้านการลงทุนด้าน IT ในมุมของผลประโยชน์ ทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงิน รวมถึงการพิจารณาในเชิงของการระบุความเสี่ยง การประเมินความรุนแรงและการบริหารความเสี่ยง

COSO model for technology controls

ครั้งหน้าไปติดตามการบริหารความเสี่ยงในมุมมองของการพิจารณาผลตอบแทน หรือความดีความชอบกันครับ

 

ความเข้าใจในเรื่อง Risk Map เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงขององค์กร (3)

ความเข้าใจในเรื่องของ Risk Map เพื่อหาความสัมพันธ์ของ Root Cause จากปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อปัจจัยอื่น ๆ ทั้งในระดับองค์กร เช่น Stratigic Risk – S, Operational Risk – O, Financial Risk/Reporting Risk – F, Compliance Risk – C ตามแนวทางของ COSO – ERM รวมถึง Root Cause จากความเสี่ยงที่มีผลกระทบในระดับขั้นตอน + กระบวนการ + กิจกรรม ของจุดอ่อนในแต่ละกรอบข้างต้น ที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับกรอบการควบคุมด้านอื่น ๆ ในทุกมุมมอง ทั้งด้าน IT และ Non – IT นั้น จะมีประโยชน์ต่อการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างมาก ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าใจและควบคุมความเสี่ยงจากต้นเหตุที่แท้จริง ก็จะสามารถควบคุมความเสี่ยงที่มีผลต่อเนื่องจากความเสี่ยงที่มาจากต้นเหตุนั้นได้เป็นอย่างมาก และบางกรณีอาจได้ทั้งหมด +++

ลองพิจารณาและทำความเข้าใจในเกณฑ์การประเมิน Risk Map ของทาง Tris จะมีแนวทางบางประการดังนี้

1. การกำหนดสาเหตุของปัจจัยเสี่ยง และกำหนดระดับความรุนแรงของสาเหตุนั้น

2. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงในระดับองค์กร และความสัมพันธ์ของสาเหตุ (ต้นเหตุื –> ปลายเหตุ)

3. การวิเคราะห์ผลกระทบทั้งเชิงการเงิน และมิใช่เชิงการเงิน (กระทบมาก/น้อย) ระหว่าง
3.1. ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยง
3.2. สาเหตุกับสาเหตุ
3.3. ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุ

4. การนำ Risk Map ไปใช้ในการกำหนดแผนการบริหารความเสี่ยง ทุกกิจกรรมในแผนบริหารความเสี่ยง จะต้องมีความสอดคล้องกับสาเหตุและจัดลำดับตามระดับความรุนแรงของสาเหตุ รวมถึงความสัมพันธ์อื่นที่มากระทบต่อสาเหตุนั้น

5. การสร้างความเข้าใจในเรื่อง Risk Map ให้กับบุคลากรในองค์กร และวาระการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ฝ่ายบริหารความเสี่ยง และ Risk Owner ทุกปัจจัยเสี่ยง

เมื่อเทียบกับเกณฑ์ประเมินที่หน่วยงานภาครัฐยังต้องปรับปรุง เพราะพิจารณาได้ว่าหน่วยงานนั้นยังไม่ผ่านเกณฑ์การบริหาร Risk Map เนื่องจากพิจารณาความเสี่ยงเพียงระดับเดียว โดยยังไม่พิจารณาความเสี่ยงที่มีความสัมพันธ์กันอย่างครบถ้วน ซึ่งพิจารณาได้ดังนี้

Layer - Special Viewpoints in IAF

1. หน่วยงาน/องค์กร ทำการกำหนดสาเหตุเพียง Layer เดียว ทั้ง ๆ ที่่บางสาเหตุสามารถแตกออกเป็น Layer ที่สองได้ และ/หรือไม่ได้กำหนดระดับความรุนแรงของสาเหตุ

Risk Map and Layer of Controls

2. หน่วยงาน/องค์กรนั้น สามารถอธิบายความสัมพันธ์ได้ แต่ไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์ได้ครบถ้วน

3. หน่วยงาน/องค์กร ส่วนใหญ่จะวิเคราะห์ผลกระทบระหว่างปัจัยเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงได้ แต่มีบางหน่วยงานที่วิเคราะห์ผลกระทบระหว่างสาเหตุกับสาเหตุไม่ได้ รวมถึงไม่สามารถอธิบายได้ถึงผลกระทบที่ไม่ใช่เชิงการเงินได้อย่างชัดเจน

Mapping and Layer - Strategic Alignment between

4. หน่วยงาน/องค์กร มีการจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง เกิดก่อนการทำ Risk Map หรือกิจกรรมในแผนบริหารความเสี่ยง ไม่สอดคล้องกับการบริหารที่สาเหตุที่เกิดปัจจัยเสี่ยง

5. หน่วยงาน/องค์กรส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจและไม่มีส่วนร่วมในการจัดทำ Risk Map ขององค์กร

เกณฑ์การประเมิน Risk Map

นอกจากการอธิบาย Risk Map ตามแผนภาพข้างต้น ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความเสี่ยงตามแนวทางของ COSO – ERM ที่ไม่ได้กล่าวถึงความเสี่ยงทางด้าน IT Risk ที่มีผลกระทบต่อ Business Process และ Business Objectives จึงขออธิบาย Risk Map ในรูปแบบของการ Mapping ระหว่าง CobiT และ COSO เพียงบางโดเมน รวมทั้งการนำเสนอ Risk Map ที่เกี่ยวข้องกับ Operational Risk ซึ่งอธิบายด้วยแผนภาพได้ดังนี้

Operation Risk and Mapping

CobiT and COSO Mapping

ผมได้เพิ่มเติมภาพต่าง ๆ เพื่อใช้อธิบายประกอบความเข้าใจในเรื่อง Risk Map ในระดับต่าง ๆ และเสริมสร้างความเข้าใจในเรื่อง Layer of Risk and Controls เพื่อ Monitoring และ Auditing ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้

ขอให้ท่านผู้อ่านได้โปรดพิจารณาแผนภาพและใช้ดุลยพินิจไปพร้อม ๆ กับการดูแผนภาพข้างต้น ซึ่งอธิบายได้ดีกว่าการใช้ถ้อยคำในแต่ละภาพได้อย่างมากมาย ข้อสำคัญก็คือ ท่านควรได้เข้าใจถึงคำจำกัดความ และความหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น Risk Map และ Layer of Risk and Controls เป็นต้น ท่านที่เห็นภาพและเข้าใจคำจำกัดความจะสามารถทำความเข้าใจที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงในมุมมองต่าง ๆ เพื่อการจัดการที่ดีต่อไปอย่างได้ผลครับ

 

พรฎ. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553

วันนี้ ผมมีเรื่องใหม่ล่าสุดมาเล่าสู่กันฟังถึง 2 เรื่องเลยทีเดียวครับ เรื่องแรก เป็นประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่กล่าวถึง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗ ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง หน้า ๔๗ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

ในช่วงเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมานี้ มีพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ออกมาก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 เรื่องตามที่ผมได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วครับ และครั้งนี้ขอนำเสนออีก 2 เรื่องใหม่ ที่คณะกรรมการและผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องติดตาม และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ ซึ่งมีใจความโดยสรุปดังนี้

การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๓ นั้นก็คือ

1) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำหรือแปลง ต้องมีความหมายหรือรูปแบบเหมือนกับเอกสาร
และขอความเดิม ซึ่งนำมาจัดทำหรือแปลงให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้จัดทำหรือแปลงจะต้องตรวจสอบและรับรองว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น มีความหมายหรือรูปแบบเหมือนกับเอกสารและข้อความเดิม

2) ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดทำหรือแปลงขึ้นด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้ในการระบุตัวตน
ผู้จัดทำหรือแปลงที่รับผิดชอบในการจัดทำหรือแปลงนั้น

3) ข้อมููลอิเล็กทรอนิกส์ต้องจัดทำหรือแปลง โดยมีเทคโนโลยีและมาตรการป้องกัน มิให้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเกิดขึ้นกับข้อมูลนั้น เว้นแต่การรับรองหรือบันทึกเพิ่มเติม ซึ่งไม่มีผลต่อความหมายของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนรายละเอียดของวิธีการในการจัดทำ หรือแปลงเอกสาร และข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกสให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อ ๔ ถึงหัวข้อ ๙ โดยสรุปดังนี้

๔. การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ให้มีกระบวนการในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความอย่างน้อย คือ

1) กระบวนการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีการ
ทางอิเล็กทรอนิกส์

2) กระบวนการตรวจสอบและรับรองว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำหรือแปลงนั้น
มีความหมายเหมือนกับเอกสารและข้อความเดิม

3) กระบวนการบันทึกหลักฐานการดำเนินงานการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความ
ให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

4) กระบวนการบันทึกเมตาดาตาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นข้อความบรรยายสาระสำคัญ
ของเอกสารและข้อความ ซึ่งต้องครอบคลุมให้สามารถสืบค้นเอกสารและข้อความนั้นได้ถูกต้อง

๕. การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มี
ผู้รับผิดชอบดำเนินงานในการจัดทำหรือแปลงในเรื่องของวิธีการดังนี้

1) จัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

2) ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องและครบถ้วนของข่้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จากการ
จัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยูในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีความหมายหรือรูปแบบเหมือนกับเอกสารและข้อความเดิม

3) ตรวจสอบกระบวนการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูล
อิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นไปตามที่กาหนดไว้

4) ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องและครบถ้วนของเมตาดาตา ตามข้อ ๔ (4)

๖. การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีการ
กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวิธีการที่เชื่อถือได้ อย่างน้อยต้องครอบคลุมหัวข้อต่อไปนี้

1) การระบุตัวตน (Identification)

2) การยืนยันตัวตน (Authentication)

3) อนุญาตเฉพาะผู้มีสิทธิเข้าถึง (Authorization)

4) ความรับผิดชอบต่อผลของการกระทำ (Accountability)

๗. การจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้น ให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีความละเอียดและความชัดเจนของเอกสารและข้อความเดิม

๘. ให้ผู้จัดทำหรือแปลงมีหน้าที่รักษาและดำรงสภาพของระบบการจัดทำหรือแปลง
เอกสารไว้ให้สมบูรณ์ เพื่อให้มีการกำกับดูแลหรือการตรวจสอบได้ตลอดเวลาจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือหน่วยงานอื่นที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มอบหมาย

๙. การดำเนินการตามข้อ ๔ ถึง ข้อ ๘ ให้ผู้จัดทำหรือแปลง จัดทำวิธีปฏิบัติที่สอดคล้องกับลักษณะงานองค์กร และประเภทของการทำธุรกรรมอย่างเหมาะสม โดยให้ใช้ข้อกำหนดวิธีปฏิบัติทั่วไป หรือตามข้อกำหนดวิธีปฏิบัติเฉพาะธุรกรรมบางประเภท ในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามข้อกำหนดแนบท้ายประกาศนี้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการดำเนินงานแล้วแต่กรณี หรือหน่วยงานที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในประกาศฉบับนี้

สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ และข้อกำหนดแนบท้ายนั้น สามารถติดตามได้ที่ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/E/124/47.PDF ครับ

นอกจาก หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำหรือแปลงเอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 แล้ว ยังมีประกาศ เรื่องแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2553 ได้รับการประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2553 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
download ได้ที่
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2553/E/126/31.PDF