Archive for ตุลาคม, 2011

วิกฤตหรือโอกาสของน้ำท่วมประเทศไทย 2554

ปัจจุบันวันที่ 21 ตุลาคม 2554 ประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤตจากน้ำท่วม เป็นข่าวมานานกว่า 2 เดือนแล้ว และได้สร้างความเสียหายมหาศาล ทั้งทางด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บ้านเรือน สิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมทั้ง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส เป็นล้านคน ตามขอบเขตของน้ำท่วมประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศนั้น

11images

ท่ามกลางวิกฤตของปัญหาน้ำท่วมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อปริมาณน้ำ ขอบเขตของน้ำท่วม และระยะเวลาของน้ำท่วม เป็นความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งไม่อาจจะพิจารณาเปรียบเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2538 และ ปี 2485 ซึ่งใน 2 ปีที่กล่าวนั้น ความเสียหายไม่อาจจะเทียบเคียงกันได้กับในปี 2554 นี้ในทุกมุมมอง

สิ่งหนึ่งที่คนไทยทั่วประเทศและทั่วโลกที่สนใจประเทศไทย ก็จะเห็นภาพของความร่วมมือสมัครสมานสามัคคีกันอย่างน่าชื่นชมเป็นที่กล่าวขวัญกันโดยทั่วไป แม้กระทั่งในต่างประเทศก็มีคำชื่นชนในลักษณะเช่นนี้ในหลายประเทศ

การบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ในลักษณะ Integrated Management ได้มีการกล่าวถึงกันในหลายระดับ รวมทั้งในระดับบริหารสูงสุดของประเทศ คือ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในปัจจุบัน (คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ก็ได้มีการกล่าวถ้อยคำนี้ออกมาหลายครั้ง

images15

คำว่าการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ หรือการบริหารแบบบูรณาการโดยทั่วไป ซึ่งเป็นคำฮิตติดปาก ก่อนที่จะมีปัญหาน้ำท่วมมานานพอสมควร ที่ทางกระทรวงการคลังโดย สคร. ที่มีหน้าำที่กำกับหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน และใช้เป็นเกณฑ์การประเมินผล เพื่อวัดระดับความสามารถในกระบวนการบริหารจัดการ ก็มีถ้อยคำนี้ และเรื่องในลักษณะนี้ ในกรอบการประเมินการบริหารความเสี่ยงของรัฐวิสาหกิจทั้ง 57 แห่ง

จะเห็นได้ว่าการบริหารแบบบูรณาการจะเข้ามีส่วนเกี่ยวข้องในระดับการบริหารทุกระดับของทุกเรื่อง ทุกองค์กร รวมทั้งระดับประเทศ และระดับสากล ถึงแม้ความเข้าใจความหมายของคำนี้ และการปฏิบัติในเรื่องนี้ ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกันมากในทางปฏิบัติก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ก็มีความเห็นตรงกันว่า การบริหารและการจัดการแบบบูรณาการ หรือ Integrated Management นั้น เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการบริหารเชิงรุก ที่พิจารณาจากแนวคิดทุกแง่มุมของกระบวนการป้องกันปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ รวมทั้งแผนการปฏิบัติงาน +++

images9

อย่างไรก็ดี หากความเข้าใจในเรื่องการบริหารแบบบูรณาการ ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกัน การปฏิบัติจะมีความแตกต่างกันได้มาก เช่น เข้าใจดีก็จริง แต่บางหน่วยงานหรือบางบุคคลไม่นำแนวคิดนี้ไปปฏิบัติ เพราะความมีประสิทธิผลและความมีประสิทธิภาพของหลักการ Integrated Management นี้ จะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ขององค์กรและส่วนบุคคล ในแง่มุมมองที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดที่ว่า ระบบนี้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง และจะมีผลกระทบไปถึงงบประมาณ กระบวนการบริหารงาน โดยเฉพาะการจัดซื้อ จัดหา จัดจ้าง และการร่วมพลังกันในการผลักดันเรื่องเดียวกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ขณะนี้ ในภาครัฐนั้น ยังมีความซ้ำซ้อนกันอยู่มาก และมีจุดอ่อนในการประสานงานข้ามสายงาน และข้ามหน่วยงาน

ขอยกตัวอย่างเพียง เรื่องการบริหารและการจัดการน้ำ ในประเทศไทยเองก็มีหน่วยงานจัดการน้ำอยู่หลายแห่ง ซึ่งหากพิจารณาอย่างผิวเผิน ก็อาจมองในมุมมองที่ว่า มีการแบ่งแยกงานกันทำแล้วอย่างเหมาะสม แต่แท้จริงแล้ว ยังมีความซ้ำซ้อนในเรื่องการจัดทำงบประมาณ และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานเป็นอย่างมาก

เป็นไปได้ไหมครับว่า น้ำที่ท่วมในกรุงเทพฯ ในปัจจุบันและทำลายผนังกั้นน้ำเกือบทุกแห่ง เพราะน้ำมีปริมาณมาก และแรงดันมหาศาล เกินกว่าผนังน้ำที่กั้นแบบชั่วคราวจะต้านทานได้ มีผลทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง และกินระยะเวลานาน จนเกิดการวิจารณ์ถึงประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการจัดการน้ำ…

thailand-flood

ตั้งแต่แนวความคิดที่ว่า เขื่อนหลายแห่งทางภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ควรจะปล่อยน้ำมาก่อนหน้านี้หรือไม่ หรือรอเก็บน้ำไว้ในกรณีฝนตกน้ำในช่วยฤดูฝน เพื่อให้เพียงพอต่อการแจกจ่ายน้ำในฤดูแล้ง แต่ในกรณีนี้น้ำในเขื่อนมีปริมาณ ประกอบกับมีฝนตกค่อนข้างมาก ปริมาณน้ำค่อนข้างเยอะ ซึ่งอาจจะเกิดการคาดคะเนบนพื้นฐานที่ไม่อาจคาดการณ์และไม่อาจควบคุมได้… เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินก็ต้องมีการบริหารน้ำในภาวะวิกฤตต่อไป…

ผลตามมาอย่างที่เห็น เพราะกล่าวภายหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือ การป้องกันน้ำในสถานที่สำคัญ ๆ เกือบทุกแห่งไม่อาจต้านทานน้ำ และก่อให้เกิดภาวะล้มเหลวในเชิงแก้ไขอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมหลายแห่ง และทุ่งเกษตรกรรมจำนวนมากมาย สถานที่สำคัญ วัดวาอาราม และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย ตามที่เป็นข่าวปรากฎทั่วไปนั้น

ผลเสียที่ตามมามีอยู่มากมายมหาศาล ตั้งแต่ความไม่ไว้วางใจของนักลงทุนต่างชาติ ในเรื่องการจัดการเรื่องน้ำ และอาจจะคิดนอกกรอบไปถึงเรื่องการจัดการในเรื่องอื่น ๆ ตามมาด้วยนั้น จะเป็นเรื่องของการบริหารวิกฤตของประเทศไทย และเป็นโอกาสที่ดีของประเทศอื่น ๆ ได้

images5

หากพิจารณามุมมองในแง่ที่เป็นบวกก็คือ ประเทศไทยน่าจะมีโอกาสในเรื่องการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ และเป็นกระบวนการที่สอดคล้องกับการจัดการในลักษณะที่กล่าวกันว่า การจัดการน้ำแบบบูรณาการ ที่ต้องร่วมมือกันคิดร่วมมือกันปฏิบัติ ในหน่วยงานต่าง ๆ อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพราะบทเรียนที่เกิดจากน้ำท่วมใหญ่ และเนิ่นนานในปี 2554 นี้ เป็นความเสียหายในระดับที่ประเทศไทยไม่น่าจะยอมรับได้โดยรวม (Risk Appetite / Tolerance) ไม่ว่าจะพิจารณาเป็นจำนวนเงิน ความไว้วางใจของผู้มีผลประโยชน์ร่วม +++ ซึ่งเรื่องนี้ คงจะต้องเป็นวาระสำคัญของชาติที่นำความคิดในเรื่องการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการมาสู่ความเ็ป็นจริงในทางปฏิบัติต่อไป

เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบบูรณาการของประเทศไทยอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารและการจัดการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในแง่มุมต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการป้องกันในการประมวลงานต้องอาศัยการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์นั้นมีปัญหา แม้ในขณะน้ำท่วมก็ตาม +++

 

ความชัดเจนของแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ที่น่าจะสัมพันธ์กับการจัดทำแผนแม่บทไอซีทีของไทยบางมุมมอง ในอนาคต (ตอน3)

ในตอนที่ 2 ผมได้กล่าวถึง 3 เสาหลักที่รองรับและสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ตามแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ทั้งในระดับอาเซียน ระดับประเทศ รวมถึงระดับธุรกิจ ซึ่งได้แก่

ASEAN ICT Masterplan 2015

1. การปฎิรูปทางเศรษฐกิจ / Economic Transformation
2. การเสริมสร้างพลังให้แก่ประชาชนและให้ประชาชนมีส่วนร่วม / People Empowerment & Enggagement
3. การสร้างนวัตกรรม / Innovation

โดยได้กำหนดเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไปสู่ภาคปฏิบัติภายใต้ฐานที่เป็นเสาหลัก 3 ข้อดังกล่าวข้างต้นคือ

1. การปฎิรูปทางเศรษฐกิจ
อาเซียนจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดใจ เพื่อการส่งเสริมทางธุรกิจการลงทุน และสร้างธุรกิจใหม่ในภาคไอซีที ไอซีทีเองจะเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้เกิดการปฎิรูปในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ด้วย

2. การเสริมสร้างพลังให้แก่ประชาชนและให้ประชาชนมีส่วนร่วม
อาเซียนจะอาศัยไอซีทีที่ราคาไม่แพงและยุติธรรมเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีโดยทั่วหน้า

3. การสร้างนวัตกรรม
อาเซียนจะสนับสนุนอุตสาหกรรมไอซีทีที่สร้างสรรค์ มีนวัตกรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

4. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
อาเซียนจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีเพื่อสนับสนุนการให้บริการแก่ประชาคมอาเซียน

5. การพัฒนาทุนมนุษย์
อาเซียนจะพัฒนาทุนมนุษย์ที่มีสมรรถนะและทักษะด้านไอซีที เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคไอซีที และส่งผลต่อการปฎิรูปเศรษฐกิจในภาคอื่น ๆ ด้วย

6. การลดความเหลื่อมลํ้าในการเข้าถึงเทคโนโลยี
อาเซียนจะให้ความสำคัญเรื่องความแตกต่างของการพัฒนา และการใช้ไอซีที ทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศในภูมิภาค อาเซียนจะเน้นเรื่องการลดความเลื่อมล้ำในบริบทของความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้ไอซีทีในวงกว้าง

หลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ทั้ง 6 ตามแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ดังกล่าวจะมีแนวทางปฏิบัติที่ค่อนข้างชัดเจน และเป็นรูปธรรม ที่แต่ละประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการสอดประสานและเกิดการบริหารแบบบูรณาการ (Integrated Management) เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตาม Vision และ Mission ของอาเซียนต่อไป เช่น

การปฏิรูปทางเศรษฐกิจตามข้อ 1. จะมีมาตรการในการดำเนินการดังนี้

มาตรการที่ 1.1. สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดึงดูดใจ ที่เอื้อให้ธุรกิจเติบโตได้ จากอิทธิพลของไอซีที

การปฏิรูปเศรษฐกิจ_มาตรการที่ 1.1

มาตรการ 1.2 พัฒนาความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership, PPP) สำหรับอุตสาหกรรมไอซีที
การปฏิรูปเศรษฐกิจ_มาตรการที่ 1.2

นอกจากนี้ยังมีอีก 5 ยุทธศาสตร์และมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์และมาตรการนั้น ๆ ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า แผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ได้จัดทำไว้ชัดเจนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้เป็นรูปธรรมในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับอาเซียน ระดับประเทศ และระดับธุรกิจของแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า ประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ต้องมีการประชุมหารือกันในการขับเคลื่อนแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีรายละเอียดต่อ ๆ ไปครับ

 

ความชัดเจนของแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ที่น่าจะสัมพันธ์กับการจัดทำแผนแม่บทไอซีทีของไทยบางมุมมอง ในอนาคต (ตอน2)

ครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องที่ ดร. มนู อรดีดลเชษฐ์ ได้แปลแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ไว้ย่อ ๆ และจบลงด้วยวิสัยทัศน์ของไอซีทีที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อให้เกิดการรวมตัวทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจในอาเซียนนั้น

Vision ASEAN ICT Masterplan

ทั้งนี้ แผนภาพข้างต้นที่แสดงถึงวิสัยทัศน์นั้น อาจเป็นกรอบกว้าง ๆ ซึ่งในแต่ละประเทศสามารถประยุกต์ใช้ได้ในประเทศของตน ให้สัมพันธ์กับวิสัยทัศน์ของแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 และแน่นอนว่าควรจะสัมพันธ์กับแผนไอซีทีของธุรกิจในประเทศนั้น ๆ ด้วยนะครับ

วิสัยทัศน์ของแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ดังกล่าวมุ่งบรรลุผลดังต่อไปนี้

1. การเสริมสร้างพลัง

จัดให้ผู้มีส่วนได้เสีย มีทักษะ มีเทคโนโลยี สามารถเชื่อมต่อ และมีข้อมูลข่าวสาร ที่จะช่วยให้ใช้ไอซีทีได้อย่างเต็มที่

2. ทำให้เกิดการปฎิรูป

อาศัยไอซีทีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพวกเรา ทั้งในด้านความเป็นอยู่ การเรียนรู้ การทำงาน จนถึงด้านนันทนาการ

3. ทำได้อย่างทั่วถึง
เกี่ยวข้องกับผู้ที่มีส่วนได้เสียทั้งหมดในอาเซียน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาคม และภาคธุรกิจ ทั้งที่พัฒนาแล้ว และที่กำลังพัฒนา ทั้งที่อยู่ในเมือง และในชนบท ทั้งเยาวชน และผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ที่มีโอกาสและที่ด้อยโอกาส

4. สร้างความคึกคัก
สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม เอื้อต่อการสร้างธุรกิจใหม่ และกระตุ่นให้ไอซีทีเบ่งบานและประสบความสำเร็จ

5. เกิดการรวมตัวกัน

ทำให้เกิดการเชื่อมต่อกันในอาเซียน ระหว่างประชาชน รัฐบาล และธุรกิจ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
วิสัยทัศน์นี้คาดว่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์ 4 ประการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิธีที่อาเซียนจะใช้พัฒนาและปฎิรูปเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

1. ไอซีทีเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตสำหรับอาเซียน
ไอซีทีจะเป็นหนึ่งในกลุ่มเศรษฐกิจหลักของอาเซียน อีกทั้งยังเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดศักยภาพการแข่งขันแก่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ด้วย

2. ยอมรับว่าอาเซียนเป็นศูนย์กลางไอซีทีระดับโลก

อาเซียนจะสร้างความโดดเด่นให้ตัวเอง ด้วยการเป็นภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานไอซีทีที่มีคุณภาพสูง มีกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง และมีความสามารถทางนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี

3. เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในอาเซียน

การใช้ไอซีทีอย่างแพร่หลายจะช่วยให้ประชาชนของอาเซียนมีส่วนร่วม เข้าไปเกี่ยวข้อง และมีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ทั้งหมดนี้ จะส่งผลต่อความเป็นอยู่ การประกอบการงาน และด้านนันทนาการ

4. มีผลต่อการรวมตัวในอาเซียน

ไอซีทีจะช่วยให้เกิดความร่วมมือกันมากมาย ระหว่างกลุ่มธุรกิจ และประชาชน จนนำไปสู่การรวมตัวของอาเซียน

The Process of investing ICT to create opportunities

ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า ผลที่คาดว่าจะได้รับจากแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ตามที่กล่าวนั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่ประเทศในอาเซียนจะต้องช่วยกันจัดให้มีแผนงานที่ชัดเจน ทั้งในระดับอาเซียน และระดับประเทศ และระดับธุรกิจ ที่ควรจะสอดคล้องกับการขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง โดยมี 3 เสาหลักรองรับ ได้แก่

1. Economic Transformation
2. People Empowerment & Enggagement
3. Innovation

ซึ่งเรื่องนี้ในแผนแม่บทไอซีทีอาเซียน 2015 ได้กำหนด 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งผมจะนำมาเล่าต่อ โดยนำเรื่องที่ ดร. มนู อรดีดลเชษฐ์ ได้แปลไว้มาขยายความบางช่วงในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ