Archive for พฤศจิกายน, 2014

วิวัฒนาการของการเรียนรู้และการพัฒนากับ EQ และ IQ บางมุมมอง

ผมไม่ได้คุยกับทุกท่านมานานในหมวดของคุยกับผู้เขียน วันนี้มีเรื่องเบา ๆ จะมาคุยกันนะครับ ในเรื่องของการวัดความสัมพันธ์ของตัวเราเองกับบุคคลอื่น ที่เราวัดด้วย EQ = Emotional Quotient ซึ่งก็คือ ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้และเข้าใจอารมณ์ทั้งของตัวเอง และผู้อื่น ตลอดจนสามารถปรับหรือควบคุมได้อย่างเหมาะสมกับสภาพการณ์ ถึงแม้จะเป็นศักยภาพทางสมองเหมือนกันแต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้และ พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ว่าเรามีความเข้าใจคนอื่นขนาดไหน และสามารถมีความสัมพันธ์กับเขาได้อย่างไร ซึ่ง Mr. Peter Scazzero ได้ศึกษาและแยกแยะลักษณะการสัมพันธ์ของตัวเราเองกับคนอื่น ซึ่งแสดงถึงระดับการเติบโตของตัวเราทางด้านอารมณ์ และการพัฒนาทางสมอง IQ = Intelligence Quotient ซึ่งก็คือ ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิด เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก โดยวัดได้จากอายุสมองเทียบกับอายุจริง ปกติควรอยู่ที่ 90-110 เป็นการวัดความสามารถทางคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางวิชาการ วัดความจำ การอ่านเขียน คำนวณ แต่ไม่ได้วัดด้านอื่น ๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะต่าง ๆ ด้านการทำงาน ทักษะด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ฯลฯ เพราะเมื่อมีการฝึกทางสมอง เราก็สามารถพัฒนา EQ ด้วยได้

ลองพิจารณาข้อสรุปการศึกษาของ Mr. Peter ในมุมมองของการประเมินตนเอง เพื่อพัฒนาระดับ EQ และ IQ และเพื่อให้รู้ว่า ทำไมบางคนถึงได้รับการยอมรับในองค์กร และวงการต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และทำไมบางคนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ทั้ง ๆ ที่คน 2 กลุ่มนี้อาจมีความสามารถที่เท่าเทียมกัน คำตอบเบื้องต้นเมื่อได้ศึกษาความหมายของ EQ และ IQ แล้ว ก็พอจะแยกแยะได้นะครับว่า ทำไมระดับ EQ และ IQ ที่แตกต่างกัน จึงนำไปสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกันได้ ดังนี้

EQ ระดับเด็กอ่อน

เรียกร้องให้คนอื่นมาดูแล
เข้าใจโลกของคนอื่นได้ยาก
ขับเคลื่อนด้วยความต้องการ และการได้รับการตอบสนองทันที
ใช้คนอื่นเป็นทางเพื่อตอบสนองความต้องการของตน

EQ ระดับเด็ก

มีความสุขและพึงพอใจ ตราบใดที่ได้รับตามที่ต้องการ
ผ่านความผิดหวัง ความกดดัน และการทดสอบแล้วลืมเร็ว
มองความคิดเห็นแตกต่างของคนอื่น เป็นเรื่องของความไม่ถูกกันเป็นการส่วนตัว (Personal Offenses)
ขี้น้อยใจ บาดเจ็บง่าย
เมื่อไม่ได้อย่างใจ มีอาการที่แสดงออกมาทันที เช่น บ่น ถอย พยายามกดดัน ประชด แก้แค้น
ไม่สามารถถกเถียงในเรื่องความเห็นที่แตกต่างได้อย่างผู้ใหญ่ แต่ใช้อารมณ์กดดัน

EQ ระดับวัยรุ่น

มักรีบปกป้องตัวเอง
เกิดปฏิกิริยารุนแรงเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์
จดจำว่าได้ทำอะไรให้ใครบ้าง และคาดหวัง หรือเรียกร้องการตอบแทน
ไม่มีความสามารถในการจัดการกับความคิดเห็นที่แตกต่างได้ มักโทษคนอื่น หรือยอมง่าย ๆ งอน หรือ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
หมกมุ่นแต่ในเรื่องของตัวเอง
ไม่สนใจที่จะรับฟังปัญหา ความเจ็บปวด ความผิดหวัง หรือความต้องการของคนอื่น
ไม่ไว้วางใจใครง่าย ๆ และมักพิพากษาคนอื่น

EQ ระดับผู้ใหญ่

สามารถสื่อสารสิ่งที่ตนเองต้องการ ชอบ หรือจำเป็นต้องมี ด้วยการพูดตรง จริง และชัดเจน
รู้ตัวว่าคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไร ควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ และรับผิดชอบความคิดของตัวเองได้
เมื่อมีความกดดัน สามารถอธิบายความเชื่อ และยึดมั่นในหลักการได้ โดยไม่ปะทะทางอารมณ์
ให้เกียรติคนอื่นได้ แม้แขาแตกต่าง
ให้โอกาสคนที่ทำผิดพลาด และไม่คาดหวังเขาอย่างเกินความเป็นจริง
เห็นคุณค่าของคนทุกคน เพราะเขาเป็นคน ไม่ใช่เพราะเขาทำอะไรให้
ยอมรับความจริง รู้ตัวว่ามีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร และสามารถพูดได้อย่างเปิดเผยและจริงใจ
รู้จักตนเองดี รู้ตัวเสมอเมื่อมีอารมณ์ต่าง ๆ อย่างไร เพราะอะไร และจะควบคุมได้อย่างไร
สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างมีสติ สามารถเห็นมุมมองของคนอื่นได้ และเจรจาตกลงกันได้

ตามเกณฑ์ของ EQ ทั้ง 4 ระดับข้างต้น แทบไม่น่าเชื่อว่า ผู้ใหญ่ที่มีภูมิความรู้ที่ดีที่ประสบความสำเร็จในการศึกษา แต่มีลักษณะทางอารมณ์ในลักษณะเพียงเทียบเท่าระดับวัยรุ่น หรือเผลอ ๆ เป็น EQ ระดับเด็ก ดังนั้น การนำเสนอข้อมูลในที่ประชุม หรือในการเรียน การสอน ในสถานที่ศึกษา รวมทั้งในสถานที่สัมมนาต่าง ๆ เมื่อมีคำถามที่ค่อนข้างท้าทายจากผู้ฟัง หรือจากผู้ร่วมประชุม ผู้มีความรู้ที่ผ่านการศึกษาที่ดี กลับใช้อารมณ์ และความรู้สึกในการสื่อสารกับผู้ฟังและผู้ตั้งคำถามในลักษณะที่ขาดความคิด และการให้เกียรติต่อผู้อื่นอย่างผู้ใหญ่ที่มีระดับ EQ สูง ดังนั้น ความก้าวหน้าของบุคคล ทั้ง 2 กลุ่มนี้ จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เมื่อเวลาได้ผ่านไป ผู้บังคับบัญชาก็จะทราบถึงความแตกต่างถึงบุคคลที่มี EQ และ IQ แตกต่างกันนี้เป็นอย่างดี

ลองดูภาพวิวัฒนาการของการใช้ความคิด ที่เริ่มจากความจำ (Remember) แบบเด็ก ๆ ไปสู่การสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ซึ่งเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ขั้นสูงสุดที่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มจากนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เขา Create ขึ้นได้ ในช่วงต่อไปนี้ ผมกำลังจะก้าวเข้าไปพูดถึงการพัฒนาการศึกษาไทย ซึ่งทุกท่านคงพอจะได้ยินได้ฟังมาแล้วนะครับว่า ระดับการศึกษาของไทยอยู่ในระดับเกือบจะต่ำที่สุดของเอเซียก็เพราะ แนวการเรียนการสอน ยังคงอยู่ในระดับพื้นฐานเบื้องต้นอยู่มาก นั่นคือ การเรียนแบบจดจำ แต่ไม่ได้เข้าใจ (Understand) อย่างแท้จริงถึงเรื่องราวที่ได้เรียนหรือได้ศึกษามา ดังนั้น นักศึกษาไทยจำนวนไม่น้อย จึงไม่สามารถก้าวไปสู่การวิเคราะห์ การประเมินผล การสร้างคุณค่าเพิ่ม ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างที่นานานอารยะประเทศประสบความสำเร็จในการพัฒนาคนของเขา ให้อยู่ในระดับเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation)

ลองดู Taxanomy ต่อไปนี้ จะเข้าใจและเป็นการอธิบายในตัวของมันเองว่า การพัฒนาการศึกษาของไทย ควรจะมีกรอบและการยกระดับของการศึกษาอย่างไร จากระดับพื้นฐานคือ “Remember” ไปสู่ระดับ “Create” คือการสร้างคุณค่าเพิ่มจากความรู้ความเข้าใจ จากการวิเคราะห์ และจากการประเมินสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ