Archive for เมษายน, 2017

ความเชื่อ กับ การพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน / Trust and Sustainable Development ตอนที่ 6

การตอบสนองต่อความต้องการของ Stakeholders กับ Thailand 4.0

ตอนนี้ผมใคร่จะเน้นเรื่อง Stakeholders กับ Thailand 4.0 และตอนต่อไปจะอธิบายเพิ่มเติมความสัมพันธ์ของ GEIT – Governance of Enterprise IT ที่เกี่ยวข้องกับการวางรากฐาน และการกำหนดกรอบการดำเนินงานสำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ เพื่อก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ในมุมมองของการสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่มีพื้นฐานจากความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ที่มีมิติมาจากการสร้าง Governance ที่ถูกต้อง อย่างมีหลักการ มีหลักเกณฑ์ ที่ผสมผสานระหว่างเป้าประสงค์ทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ขับเคลื่อนโดยสภาพแวดล้อมใหม่ จากการสร้างความคิด สร้างสติปัญญาให้เกิดขึ้นจากการพลิกโฉมทางธุรกิจที่สำคัญ อันเนื่องมาจากการพลิกโฉมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง…

ทุกองค์กร รวมทั้งในระดับประเทศ มีปัจจัยในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างกัน เช่น ด้านภูมิศาสตร์ ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านการตลาด ด้านการลงทุน ด้านวิสัยทัศน์ ด้านพันธกิจ ด้านวัฒนธรรม ด้านความคิดในการพัฒนา ด้านการวางแผนการจัดการในการกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม รวมทั้งการดำเนินการในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับความเสี่ยง และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องมีระบบการกำกับดูแล และการบริหารจัดการที่ควรปรับแต่งให้เหมาะสม ให้เหมาะกับองค์กรที่ควรจะสัมพันธ์กับ การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ และนโยบายระดับประเทศ ด้วย

จะเกิดอะไรขึ้น หากนโยบายการพัฒนาประเทศของไทยเรา ที่เรียกกันง่ายๆ ในการกำหนดทิศทางของประเทศทางด้านเศรษฐกิจการเงิน การลงทุน และการพัฒนาอื่นๆ ในหลายมิติ ที่จะถูกผลักดันโดยใช้นโยบาย Thailand 4.0 นั้น จะประสบความสำเร็จได้โดยปราศจาก การพิจารณาหลักการข้อที่ 1 คือการสร้างคุณค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ Thailand 4.0 นั้น โดยไม่คำนึงถึงการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ เพราะกลยุทธ์ระดับประเทศ รวมทั้งกลยุทธ์ระดับองค์กร หากมีความเข้าใจในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียแตกต่างกันแล้ว จะมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อย่างน้อย จะมีผลกระทบทางลบต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ และแนวการปฏิบัติ เป็นลูกโซ่ ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่รัฐออกคำสั่งเป็นทางการ ห้ามผู้โดยสารนั่งรถกระบะในส่วนที่เป็น cab และกระบะหลังตอนหลัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ดี แต่คำสั่งนี้ไม่ได้คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ของผู้ใช้รถกระบะ ผลก็คือ คำสั่งนี้ได้รับการต่อต้านอย่างมาก และในที่สุดก็ต้องผ่อนปรน โดยยืดการกำหนดบังคับออกไปจนถึงสิ้นปี 2560 ซึ่งเป็นตัวอย่างพื้นฐานง่ายๆ นั้น จะทำให้ประกาศ คำสั่ง ซึ่งรวมถึงกฎหมาย กฎเกณฑ์ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะออกใหม่ในอนาคต ที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียอย่างได้ดุลยภาพ จะมีปัญหาในทางปฏิบัติ และอาจต้องมีการทบทวนหรือเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น

ขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกตัวอย่างหนึ่งนะครับ กรณีที่รัฐยกเลิกสัมปทานเหมือนแร่ทองคำของชาวต่างชาติ เพราะราษฎรร้องเรียนเรื่องมลภาวะ ในแถบที่มีการขุดเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของราษฎร เป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีประโยชน์ เพราะราษฎรที่ร้องเรียนนั้นได้รับความพอใจอย่างยิ่ง แต่ผู้ได้รับสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งบางสัญญาก็หมดอายุ และบางสัญญาก็ยังไม่หมดอายุนั้น มีผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรงต่อผู้มีส่วนได้เสียอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ นักลงทุน ผู้ได้รับสัมปทานลงทุนในเหมืองแร่ทองคำนั้น ซึ่งปัจจุบันทราบว่า ผู้ได้รับสัมปทานยื่นฟ้องต่อทางการแล้วในการเรียกร้องความเสียหาย นี่ก็เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้อีกประการหนึ่งว่า การที่ประเทศ/องค์กร จะได้รับประโยชน์จากนโยบายต่างๆ รวมทั้งนโยบาย Thailand 4.0 ทางผู้กำกับ โดยรัฐ หรือหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง ควรคำนึงถึงการได้รับผลประโยชน์โดยการบริหารความเสี่ยงที่่เหมาะสม และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดของชาติ/ขององค์กรนั้น เป็นเรื่องของการสร้างคุณค่าเพิ่ม เป็นเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ในการกำกับการดูแลและการบริหารจัดการที่ดี ที่ต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และได้ดุลยภาพอย่างแท้จริง มิฉะนั้น จะมีผลทางลบต่อความน่าเชื่อถือระดับประเทศ และระดับองค์กรได้ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่เป็นเป้าหมายหลักของประเทศและทุกองค์กร

ถึงช่วงนี้ผู้อ่านคงเห็นด้วยกับผมนะครับว่า กฎหมาย กฎเกณฑ์ ประกาศ คำสั่ง ที่มาจากกฎหมาย นโยบาย และกลยุทธ์ต่างๆ นั้น จะต้องคำนึงถึงหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดียุคไอที หรือยุค Thailand 4.0 ของประเทศนั้น จะต้องยึดหลักการข้อแรกคือ การตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียอย่างได้ดุลยภาพ

Image Source: คณะทำงานเพื่อสร้างความตระหนักและการรับรู้เพื่อส่งเสริมรัฐวิสาหกิจเริ่มต้น กระทรวงพาณิชย์

ความเข้าใจ ความหมายของ การกำกับดูแล (Governance) และการบริหารจัดการ (Management) ยุค Thailand 4.0

แนวทางการพัฒนาประเทศโดยใช้นโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วว่า เป็นการผลักดันและสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับ เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งประชาชนทั่วประเทศทุกภาคส่วน นั้น หากความเข้าใจในเรื่องความหมายของการกำกับดูแลที่ดี หรือ Governance จะมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการขับเคลื่อน IT ระดับประเทศ และ IT ระดับองค์กร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จในกระบวนการกำกับและการบริหาร อย่างแยกกันไม่ได้ในทุกระดับของกระบวนการกำกับและการจัดการ

เราจึงมาลองทบทวนดูกันสักนิดนะครับว่า ความหมายและความสำคัญของการกำกับดูแล และการบริหารจัดการ IT ระดับประเทศและระดับองค์กรในยุค Thailand 4.0 น่าจะมีความหมายเป็นอย่างไรกันครับ

การกำกับดูแล (Governance) หมายถึง “การทำให้มั่นใจว่า ความต้องการ เงื่อนไข และทางเลือกของผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับการประเมิน เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ ที่ประเทศและองค์กรต้องการ ให้บรรลุซึ่งการมีความสมดุลและเห็นชอบร่วมมกัน โดยมีการกำหนดทิศทาง ผ่านการจัดลำดับความสำคัญและการตัดสินใจ และการเฝ้าติดตามผล การดำเนินงาน และการปฏิบัติตามให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับทิศทางและวัตถุประสงค์ที่ได้ตกลงร่วมกัน”

ความแตกต่างระหว่าง Governance และ GEIT

ถ้าเราเข้าใจตรงกันว่า ความหมายของการกำกับดูแลเป็นดังเช่นที่กล่าวข้างต้น ผู้กำกับและผู้ที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่า รวมทั้งผู้บริหาร และระดับปฏิบัติงาน ควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามหลักการระดับรองลงไปของ Governance of Enterpirse IT – GEIT ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Corporate Governance และ IT Governance อย่างไร้รอยต่อนั้น ควรจะมีกรอบการดำเนินงานอย่างไร ก็มีเรื่องที่จะคุยกันต่อไปนะครับ

การบริหารจัดการ (Management)

ผู้บริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบใน “การวางแผน การสร้างกระบวนการดำเนินงาน และเฝ้าติดตามกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางที่กำหนด โดยหน่วยงานกำกับดูแล (Governance body) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในระดับประเทศ และในระดับองค์กรในส่วนที่เกี่ยวข้อง”

กรอบการดำเนิงานตามนโยบาย Thailand 4.0 สำหรับการกำกับดูแล และการบริหารจัดการไอที ระดับประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า จะเกี่ยวข้องกับ IT ระดับองค์กรด้วยนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการที่สำคัญ 5 ประการ

หลักการข้อแรก ตามที่ผมได้กล่าวเป็นหัวข้อไว้แล้วก็คือ การตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ ยังจะต้องปฏิบัติตามหลักการข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก้าวไปสู่ Thailand 4.0 ต่อไปคือ

หลักการข้อสอง ได้แก่ การพิจารณา การกำกับดูแล และการบริหารจัดการ ปัจจัยเอื้อที่เกี่ยวข้องกับ IT ให้ครอบคลุมทุกหน้าที่งาน และกระบวนการภายในองค์กรอย่างครบวงจร

หลักการข้อสาม ได้แก่ การประยุกต์ใช้กรอบการดำเนินงานที่บรูณาการเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือ การมีมาตรฐานและมีแนวปฏิบัติที่ดี ที่เกี่ยวข้องกับ IT และกรอบมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง มาใช้สอดคล้องกันในภาพรวม เพื่อการกำกับ ดูแล และการบริหารจัดการ IT ในระดับประเทศและในระดับองค์กร

หลักการข้อสี่ นำวิธีปฏิบัติแบบองค์รวม หรือปัจจัยเอื้อที่ช่วยในการบรรลุวัตถุประสงค์ของประเทศและองค์กร ในการกำกับและดูแลการบริหาร IT ซึ่งปัจจัยเอื้อดังกล่าว ได้แก่

  • กำหนดหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน
  • การกำหนดกระบวนการ เพื่อตอบสนองต่อหลักการและปัจจัยเอื้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • การกำหนดโครงสร้างของการจัดการ IT ระดับประเทศ เพื่อตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจาก Thailand 4.0
  • การกำหนดสารสนเทศ ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการดำเนินงานและการตัดสินใจ
  • การจัดให้มีบริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน
  • การพัฒนาบุคลากร ทักษะ และศักยภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยเอื้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กล่าวข้างต้น

หลักการข้อห้า ในการกำกับ ดูแล และการบริหารจัดการ IT คือ แบ่งแยกการกำกับดูแล ออกจากการบริหารการจัดการ

หลักการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ IT ระดับประเทศ และระดับองค์กร โดยย่อ ตามที่กล่าวแล้วนั้น ผู้รับผิดชอบและผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในมุมมองของผู้กำกับ ผู้ถูกกำกับ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ในระดับประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องส่งสัญญาณจากหน่วยงานกำกับ (Governance body) ระดับประเทศ ควรจะส่งนสัญญาณที่เป็นหลักการดังกล่าวข้างต้น มาใช้ในหน่วยงานที่ต้องปฏิบัติ ที่ควรมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อหลักการดังกล่าวอย่างบูรณาการ เพื่อการกำกับในการบริหารจัดการ Thailand 4.0 ตามนโยบายและกลยุทธ์ของรัฐบาล มิฉะนั้น จะมีปัญหาต่อความยั่งยืนในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม เพื่อพาประเทศไทยก้าวพ้นกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เพราะการสร้างคุณค่าเพิ่มของประเทศ ยังไม่มีมากพอ เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศ ตามมาตรฐานสากล

ดังนั้น ความเชื่อต่อการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 จะสัมฤทธิ์ผลเพียงใดนั้น จึงขึ้นกับกรอบความคิดของกระบวนการกำกับและการบริหาร ยุค Thailand 4.0 ขององค์กรหรือผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่กล่าว ซึ่งเป็นก้าวแรกของการพัฒนาประเทศเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

Image Source: Website Royal Thai Embassy, Washington D.C.

GEIT เป็นส่วนสำคัญยิ่งของ Enterprise Governance

Governance of Enterprise IT – GEIT มีขึ้นเพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีกรอบการดำเนินงานทางธุรกิจสำหรับการกำกับดูแล และการบริหารจัดการ IT ได้ทั้งระดับประเทศ และระดับองค์กร โดยมีหลักการ 5 ข้อ ตามที่กล่าววรรคต้นแล้ว ซึ่งวันนี้ ผมได้ย้ำถึงหลักการตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างคุณค่าเพิ่ม ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การสร้างคุณค่าเพิ่ม ก็คือ Governance นั่นเอง เพราะการสร้างคุณค่าเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ของการกำกับดูแล ซึ่งครอบคลุมถึง การที่ประเทศชาติและองค์กรจะได้รับผลประโยชน์ด้วยต้นทุนที่ใช้ทรัพยากรให้เป็นประโยชน์สูงสุด และมีความเสี่ยงที่เหมาะสมที่สุด

เมือพูดถึง GEIT ควรเข้าใจตรงกันว่า เป็นกรอบการดำเนินงาน ที่สำคัญที่ควรจะมีความเข้าใจตรงกันทั้งในระดับประเทศและในระดับองค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการผลักดัน การกำกับและการบริหารยุคใหม่ ที่ผสมผสานกระบวนการดำเนินงานทางธุรกิจ กับกระบวนการทางด้าน IT ให้เป็นหนึ่งเดียวโดยไร้รอยต่อ นั่นคือ เมื่อพูดถึงธุรกิจ ก็มีความหมายว่า กระบวนการทาง IT อยู่ภายใต้กรอบการดำเนินงานทางธุรกิจ และเมื่อพูดถึงในเรื่อง IT โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามนโยบาย Thailand 4.0 การกำกับดูแลและการบริหารจัดการทางด้าน IT ระดับประเทศและระดับองค์กร ก็มีเป้าหมายหลักที่เชื่อมต่อกับกระบวนการกำกับดูแลการบริหารจัดการ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย จากการพลิกโฉมทางด้านเทคโนโลยี และการปฏิรูปกระบวนการกำกับและการบริหารจัดการ ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยมุ่งประเด็นไปสู่กระบวนการพัฒนาสติปัญญา โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนผลสัมฤทธิ์ในด้านต่างๆ ในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับประเทศ โดยการลดต้ันทุนให้ต่ำลง ใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมในการขับเคลื่อนผลประโยชน์ที่ต้องผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกันกับเป้าหมายของประเทศ/องค์กร

ผมเคยอธิบายในความหมายของคำว่า Integrated GRC (Governance + Risk Management + Compliance) แบบบูรณาการ โดยยกตัวอย่างบ่อยๆ ว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มนั้น หากขาดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และการควบคุมความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตามมาตรฐานต่างๆ เพื่อการควบคุมความเสี่ยงที่ดี นั้น หากขาดความเข้าใจที่จะนำไปสู่การปฏิบัติแล้วละก็ การสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ซึ่งหมายถึง การกำกับดูแลกิจการที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ และเปรียบเทียบว่า หาก Governance หมายถึง ซีเมนต์ ซึ่งประกอบด้วย หิน + ปูน + ทราย ผสมกัน… ถ้าเราเอาหิน ปูน ทราย ผสมกัน หากขาดน้ำก็จะไม่เป็นซีเมนต์ นั่นก็คือ ความเข้าใจเปรียบเสมือนน้ำ ที่ผสมเข้าไปในองค์ประกอบ 3 อย่างของการเป็นซีเมนต์ ก็คือ หิน + ปูน + ทราย … ดังนั้น การสร้างคุณค่าเพิ่มจากการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะไม่เกิดผลดีเท่าที่ควร หากขาดความเข้าใจในการบูรณาการในทางปฏิบัติของการเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่าง G + R + C / GRC

กลไกของ GEIT ได้ขยายความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมชื่อของมันเองนั่นก็คือ Governance Enterprise of IT ในมุมมองที่ว่า Governance ขององค์กรจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดกระบวนการกำกับและการบริหาร IT ที่ดี ระดับประเทศและระดับองค์กร

ผมขอยกยอดการขยายคำอธิบายเรื่อง GEIT ที่เกี่ยวข้องกับกรอบการดำเนินงานทางด้าน Thailand 4.0 สำหรับการกำกับและการบริหารจัดการ IT ระดับประเทศ/องค์กร ไว้ในตอนต่อไปนะครับ