Archive for มกราคม, 2018

ความเชื่อ กับ การพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน / Trust and Sustainable Development ตอนที่ 13

ความโปร่งใสกับความน่าเชื่อถือ / Transparency and Trust

ในตอนที่ 12 ผมได้พูดถึงเรื่อง GRC ในมุมมองของ Governance ซึ่งสรุปได้ว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับประเทศ และในระดับองค์กร ที่เรียกในภาพโดยรวมว่า Governance นั้น จะต้องประกอบด้วยมิติของการบริหารความเสี่ยง ที่เชื่อมโยงกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และนโยบายต่างๆ รวมทั้งมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในแต่ละองค์ประกอบอย่างบูรณาการที่เรียกว่า GRC ตามที่ผมได้เล่าสู่กันฟังในตอนที่ 12 แล้วนะครับ

เมื่อท่านได้อ่านตอนที่ 12 แล้วท่านจะเข้าใจว่า การบูรณาการในการกำกับที่ต้องเข้าใจในเรื่องของ GRC และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและสำคัญมากต่อการสร้างความน่าเชื่อถือ ระดับองค์กรและระดับประเทศ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ คณะกรรมการในภาคเอกชน และผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐ ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี ลงมาถึง รองนายกฯ รัฐมนตรี และเรื่อยลงมาถึงระดับปลัดกระทรวง และอธิบดี ควรจะมีความเข้าใจในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งในยุคใหม่จะมีงานที่เกี่ยวข้องกับ IT Governance, IT Risk / Cyber Security Risk และ Compliance Risk ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกำกับ IT และการบริหารจัดการ IT กระบวนการดังกล่าวมีกรอบการดำเนินงานทางธุรกิจ สำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ IT ระดับองค์กร และระดับประเทศ เป็นกรอบในการดำเนินงานตามที่ผมได้เล่าสู่กันฟังในตอนต้นๆ แล้ว

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) กับตัวชี้วัดใหม่

องค์กรนี้เป็นองค์กรพัฒนาภาคเอกชน (NGO) ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2536 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มีภารกิจรณรงค์ให้ผู้คนทุกประเทศในโลกนี้ ต่อต้านและม่ยอมรับการคอรัปชั่น ผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการจัดอันดับความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศต่างๆ ที่เริ่มทำกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ซึ่งเป็นเรื่องของการประกาศหน้าตาและระดับความโปร่งใสของทุกประเทศ ที่ทั่วโลกคอยจับตาดูความสามารถในการบริหารความโปร่งใส หรือการปรามปราบคอรัปชั่น แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ก็คือ ประเทศไทย ขอถอนตัวออกจากการจัดอันดับความโปร่งใสนานาชาติ ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ของประชาชนในประเทศไทยเอง และของประเทศต่างๆ เป็นอย่างมาก

ในอดีต ประเทศไทย เคยถูกจัดอันดับความโปร่งใส โดยสถาบัน TI – Transparency International ให้อยู่ในระดับ 3 ของประเทศที่มีการคอรัปชั่นสูงสุดในโลก ซึ่งต่อมา ประเทศไทย ก็ได้พัฒนาศักยภาพและประสิทธิภาพการบริหารความโปร่งใส ในกิจกรรมต่างๆ ให้ได้มาตรฐานสากลมากขึ้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยได้คะแนน 35 จาก 100 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อถือ อันเกิดจากการบริหารจัดการความโปร่งใสที่ยังสามารถปรับปรุงศักยภาพได้อีกมาก ในมิติต่างๆ ที่เป็นตัววัดการจัดอันดับความโปร่งใสนานาชาติ

การที่มูลนิธิ องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ประกาศถอนตัวจากการเป็นพันธมิตรกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาตินั้น ได้รับการเปิดเผยจากเลขาธิการมูลนิธิ คุณจุรี วิจิตรวาทการ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2651 ว่า ที่ประเทศไทยได้อันดับต่ำลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น เป็นเพราะ ตัวชี้วัดที่ Transparency International ใช้ในการจัดอันดับใหม่นั้น ไม่สอดคล้องกับบริบทจริงของสังคมไทย ถึงแม้ท่านจะไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า ตัวชี้ชัดที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยนั้นคืออะไร แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาไปยังข้อสังเกตที่ “ความเป็นประชาธิปไตย (Varieties of Democracy Project – VDEM” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดใหม่ ที่ถูกนับรวมเข้ามาในการจัดอันดับล่าสุด เมื่อปี 2559 เป็นครั้งแรก จากเดิมที่ก่อนหน้านั้น มี 8 ตัวชี้วัด ซึ่งประกอบด้วย

  1. World Justice Project (WJP) ดูความเป็น “นิติรัฐ” กฎหมายบังคับใช้ได้อย่างเป็นธรรม
  2. International Institute Management (IMD) ดูศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ
  3. International Country Risk Guide (ICRG) หรือ Political Risk Services (PRS) ฟังเสียงสะท้อนของภาคธุรกิจว่า เคยถูกผู้มีอำนาจ “เรียกรับสินบน” เพื่อให้ทำธุรกิจได้อย่างสะดวกหรือไม่ หรือใช้ “ระบบอุปถัมภ์” ใช้เส้นสายเล่นพรรคเล่นพวกหรือไม่? เป็นต้น
  4. Bertelsmann Foundation Transformation Index (BFTI) ดูการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยและตลาดเสรี ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และการบริหารจัดการของรัฐบาล
  5. Economist Intelligence Unit (EU) ดูความโปร่งใสในการจัดสรรและใช้จ่ายงบประมาณ และการมีหน่วยงานที่เป็นอิสระเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้มีอำนาจ
  6. Political and Economic Risk Consultancy (PERC) สอบถามนักธุรกิจทั้งในท้องถิ่นและต่างชาติที่เข้าไปลงทุนว่า ประเทศนั้นๆ สถานการณ์การทุจริตดีขึ้น เท่าเดิมหรือแย่ลง
  7. World Economic Forum (WEF) สอบถามนักลงทุนต่างชาติว่าประเทศที่เข้าไปลงทุนมีความเสี่ยงใดบ้าง จาก 5 ด้าน คือ การทุจริต ความไม่มั่นคงของรัฐบาล ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ระบบราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ไม่เพียงพอ และ
  8. Global Insight Country Risk Rating (GI) ว่าด้วยความเสี่ยงในการทำธุรกิจที่อาจเข้าไปเกี่ยวกับการทุจริต อาทิ การให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแลกกับสัญญาสัมปทานหรือใบอนุญาตประกอบกิจการ

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้าวาไรตี้ ฉบับลงวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561

ประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตย กับคอรัปชั่น ที่เชื่อมโยงกับความโปร่งใส

เมื่อต้นปี 2560 คุณสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสารบัญวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ในงาน ปัญหาและทางออก กรณีดัชนีการรับรู้ด้านคอรัปชั่น (CPI) ของไทยว่า

  1. สมมุติฐานเชื่อมโยงระหว่างประชาธิปไตยกับคอรัปชั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการไม่มีประชาธิปไตย “ใครจะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ?” และในความเป็นจริง “มีน้อยมาก” ที่ประเทศซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตย จะมีอัตราการทุจริตต่ำ อย่างไรก็ดี สิงค์โปร์ ถึงแม้จะถูกชาวโลกมองว่าการเลือกตั้งไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม เพราะฝ่ายค้านถูกสกัดกั้นทุกทาง และเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนก็น้อย แต่ “ได้ผู้นำดี” ที่กล้าจัดการคนที่ทุจริต แม้คนทำผิดจะเป็นคนใกล้ตัวก็ไม่ละเว้น
  2. ต่อให้ไม่มีเกณฑ์ความเป็นประชาธิปไตย ก็ไม่ได้หมายความว่า คะแนนประเทศไทยจะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด เรื่องนี้พิสูจน์ได้จาก การจัดอันดับในทุกๆ ปีก่อนหน้า (“ทรุดลง.. ทรงตัว” “ปราบโกง” “ฝันอันเลือนราง” นสพ.แนวหน้า ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 2560)

ดัชนีตัวชี้วัดใหม่ ตามที่กล่าวข้างต้นนั้น ได้ปรากฎใน Transparency International’s 2016 Corruption Perception Index ซึ่งเป็น CPI ของปี 2559 สำหรับประเทศในเอเซียแปซิฟิก ซึ่งผมได้ค้นคว้ามาจาก globalcompliancenews.com และนำมาเสนอเป็นแผนภาพดังนี้

สำหรับหัวข้อหลักในวันนี้ก็เพื่อให้ความเห็นอย่างเป็นกลางว่า ความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งในระดับประเทศนั้น เป็นกระบวนการหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของการสร้างความน่าเชื่อถือ และการพัฒนาเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามหัวข้อหลัก ซึ่งผมได้เขียนมาเป็นตอนที่ 13 แล้วครับ