GRC เป็นกลยุทธ์ใหม่ในการบริหารเพื่อประสบความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ที่เรียกว่า Integrity – Driven Performance

Governance ในความหมายของ GRC ได้รวมถึงหลักทางด้านการปฏิรูปการบริหารแบบสอดประสานบูรณาการของ GRC ที่สำคัญมาก ก็คือ

1. การปกป้องและสร้างชื่อเสียง ความไว้วางใจและการสร้างคุณค่าเพิ่มขององค์กร จากการเน้นบริหารทรัพยากรที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ที่ยังมีความเข้าใจ การปฏิบัติที่แตกต่างกันมาก

2. การบริหารที่สอดคล้องกับความต้องการ ความคาดหวังใหม่ ๆ ของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) แทนการเน้นผู้ถือหุ้น (Shareholders) ซึ่งเน้นการทำกำไรที่ขาดความยั่งยืน ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการของ Governance

3. การขับเคลื่อนคุณค่าหรือ “Value” และการบริหาร/การจัดการการปฏิบัติงานที่ดี ตามแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนที่เกี่ยวกับบุคลากร (People) กระบวนการทำงาน (Process) และเทคโนโลยีทางด้านสารสนเทศ (Technology) ที่ต้องเน้นความเป็นรูปธรรมในเรื่องของจรรยาบรรณ (Ethics) ที่เกี่ยวกับ Governance การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการปฏิบัติตามมาตรฐาน และกฎเกณฑ์ของสังคม ทั้งภายนอกประเทศ ภายในประเทศ และระดับองค์กร

ความหมายของคำว่า Ethics และ Compliance (C) นั้น จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจความหมายที่มีการปฏิรูปที่มีความชัดเจนและอาจแตกต่างจากเดิม ซึ่งผมจะอธิบายในตอนต่อ ๆ ไปให้มีความละเอียดและชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้น จะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาการตัดสินใจในการบริหารการจัดการว่าผิดหรือถูก ที่อยู่บนพื้นฐานว่า องค์กรมีเป้าหมายหลักที่ Stakeholders หรือ Shareholders เป็นสำคัญ

4. การบริหารองค์กรในภาวะวิกฤติ และการแก้ไขภาวะวิกฤติให้สู่ภาวะปกติโดยเร็ว อันเกิดจากผลกระทบทางลบตามที่กล่าวใน ข้อ 1 – 3 ข้างต้น โดยเน้นชื่อเสียง ความไว้วางใจ การบริหารแบบบูรณาการในการสร้างคุณค่าเพิ่มที่เกิดจากจุดอ่อนหรือการบริหารความเสี่ยงที่ล้มเหลว หรือขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการ ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders)

GRC A New Strategy for Success

GRC A New Strategy for Success

นอกจากนี้ องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการ ผู้บริหาร ต้องมีความสามารถในการสร้างศักยภาพทางด้าน GRC โดยการขับเคลื่อนองค์กร ปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการของผู้กำกับ กฎเกณฑ์ และการเพิ่มความต้องการให้องค์กรปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายที่นำมาใช้ใหม่ ๆ และผลกระทบที่เป็นความเสี่ยงทางด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

การบริหารและการจัดการที่ดีในมุมมองของการบริหารเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามหลักการของ GRC ซึ่งพิจารณาได้ว่ามีความสำคัญยิ่งนั้น แต่ละองค์กรมีประสบการณ์และมีความสามารถในการรักษาเสถียรภาพที่ดีของการบริหารแบบ GRC ตามแนว Concept ปัจจุบันในความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) ได้แตกต่างกัน ทำให้หลายองค์กรทั้งภายในและต่างประเทศ ต่างก็มีปัญหาตามมาได้มากมาย ตั้งแต่การเสียชื่อเสียง ความไม่น่าเชื่อถือที่ลดลงมา ไปจนกระทั่งต้องปิดกิจการหรือล้มละลายไปในที่สุด

Governance built on principles of ethiscs, independence, transparency, integrity and accountability

Governance built on principles of ethiscs, independence, transparency, integrity and accountability

แนวทางใหม่ในการบริหารตามแบบของ GRC ซึ่งเป็นการเน้นการบริหารแบบสอดประสานและเป็นบูรณาการ เพื่อสร้างศักยภาพ ความสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผลจากการดำเนินงานที่มีกระบวนการทำงานทั้งองค์กรเกี่ยวพันกัน ตั้งแต่มุมมองของวิสัยทัศน์ใหม่ที่เน้นผู้มีผลประโยชน์ร่วม การตั้งวัตถุประสงค์โดยรวมกับองค์กรที่สอดประสานกันในลักษณะ P + P + T คือ People + Process + Technology :
P – การกำหนดและปรับปรุงกลยุทธ์และนโยบาย รวมทั้งวิธีการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม มีการติดตามดูแลการบริหารอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการ และผู้บริหาร
P – การปรับปรุงให้กระบวนการบริหารมีคุณภาพดีอยู่เสมอ
T – การบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องด้านหลัก ๆ คือ Input + Process + Output + Authorization และการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Information Security คือ CIA เป็นสำคัญ

การเชื่อมโยงกระบวนการสร้าง GRC เข้ากับระบบปฏิบัติการ (Performance) เป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน เพราะองค์กรที่ใช้หลักการของ GRC จะพิจารณาผลประโยชน์ของ Stakeholders แทน Shareholders เป็นสำคัญ อีกทั้งกลยุทธ์ นโยบาย แผนงานไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากจิตสำนึก (Spiritual) ทั่วทั้งองค์กร เพื่อการขับเคลื่อนคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่น พร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรม และจริยธรรมที่เหมาะสมให้กับองค์กรเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ

 

Leave a Reply