Posts Tagged "การกำหนดวิสัยทัศน์ ทิศทางของประเทศ"

หากองค์กรหรือประเทศไม่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ / ทิศทาง ที่ต้องการก้าวเดิน เพื่อความสำเร็จในอนาคต องค์กรจะกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานอย่างไร ติดตามตรวจสอบได้อย่างไร (ต่อ)

หากองค์กรของเราขาดวิสัยทัศน์ หรือเป้าหมายในระยะยาว ที่จะพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ และหากองค์กรไม่กำหนดพันธกิจ กลยุทธ์ นโยบาย แผนการดำเนินงานที่จะก้าวไปสู่เป้าประสงค์หลักในอนาคต ผู้บริหารในองค์กรนั้น คณะกรรมการในองค์กรนั้น จะมีกระบวนการติดตามผลการดำเนินงานในแต่ละเดือน ในแต่ละไตรมาส และในแต่ละปีอย่างไร องค์กรจะกำหนดความสำเร็จ หรือปรับปรุงแก้ไข เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จนั้นอย่างไร หากไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เนื่องจากการขาดพันธกิจ และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่กำหนดทิศทางในการก้าวเดินขององค์กร

ประเทศ ก็เปรียบเสมือนองค์กรขนาดใหญ่ ที่จำเป็นจะต้องมีแนวทาง และหลักการบริหารที่ต้องไม่ต่ำกว่า หลักการบริหารและการจัดการที่ดีขององค์กรโดยทั่วไป แต่มีปัญหาและความท้าทายที่มากกว่า ในเรื่องการบูรณาการ การบริหารและการจัดการในภาพโดยรวมของประเทศ เพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ โดยต้องมีการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องและเหมาะสม

จากภาพที่ผมนำเสนอในเรื่องความเข้มแข็งในการบริหารองค์กร และประเทศแบบบูรณาการในครั้งที่แล้ว ความสำเร็จของการบริหารประเทศความจะมีกรอบการบริหาร และการจัดการ ในลักษณะหลอมรวมเป้าประสงค์หลักของประเทศ และถ่ายทอดลงไปเป็นเป้าหมายรอง ๆ ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ไปดำเนินงานในเรื่องต่อไป โดยมีการสื่อสารให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งเอกชน ได้ทราบเป้าประสงค์ของประเทศให้ชัดเจน ทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน ความมั่นคงทางด้านการทหาร การลงทุน +++

ปัจจุบันนี้ ผมยังไม่ได้รับการสื่อสารหรือผมยังไม่ได้รับทราบว่า ประเทศไทยของเรามีวิสัยทัศน์ในการบริหาร และขับเคลื่อนประเทศอย่างไร การบริหารทรัพยากรของชาติ เพื่อขับเคลื่อนทิศทางของประเทศ จึงน่าจะขาดความสอดคล้องกันเป็นอย่างมากได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการลงทุน ก็เป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งของสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ แต่กรอบการพัฒนาของประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ควรจะมีของประเทศไทยนั้น มีภาระที่กว้างขวางกว่านี้มากนัก ผมจึงเข้าใจในเบื้องต้นว่า เรายังขาดหน่วยงานหรือผู้กำกับ หรือผู้กำหนดทิศทางของประเทศ ซึ่งหน้าที่นี้น่าจะได้กับรัฐบาล ซึ่งเปรียบได้กับผู้นำนาวาหรือกัปตันเรือ ที่จะพาเรือหรือประเทศไทยไปสู่ทิศทางหรือเป้าหมายที่ต้องการ โดยมีเครื่องมือและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกัน

ดังนั้น ผู้นำของประเทศที่มีวิสัยทัศน์ และกำหนดวิสัยทัศน์ที่เหมาะสม ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการปักธง หรือกำหนดทิศทางการจัดการของประเทศโดยรวม ควรจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้

อย่างไรก็ดี ความเป็นรูปธรรมในการจัดการ และดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของประเทศ หากมีการกำหนดขึ้นในอนาคต หน่วยงานที่ควรดำเนินการในภาคปฏิบัติ ในการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ เป็นพันธกิจ กำหนดกลยุทธ์ และแนวการปฏิบัติให้เป็นไปตามกลยุทธ์ในมุมมองต่าง ๆ เช่น มุมมองทางด้านเศรษฐกิจการเงิน มุมมองทางด้านความมั่นคงของชาติ มุมมองในแง่กระบวนการปฏิบัติ และมุมมองในแง่ความพึงพอใจของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ควรจะมีการบริหารและการจัดการแบบบูรณาการ ที่อาจจะประยุกต์ตามหลักการ GRC – Governance + Risk Management + Compliance ซึ่งผมจะได้ออกความเห็นในเรื่อง GRC และมุมมองของการจัดการในลักษณะการขับเคลื่อนการบริหารแบบบูรณาการที่เป็นหนึ่งเดียวขององค์กร (Integrated Performance Management หรือ Integrity – Driven Performance) ซึ่งอาจนำมาประยุกต์ใช้ในระดับประเทศได้ในบางมุมมอง ซึ่งท่านอาจจะติดตามได้จาก CG & ITG + GRC ต่อไปนะครับ

ตั้งใจจะจบตั้งแต่วรรคที่แล้วครับ แต่ขอแถมนิดนึงให้เป็นข้อคิดว่า ประเทศไทยเราในอดีต เมเปิลครอฟต์จัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีอันตรายในระดับการก่อความไม่สงบ ในอันดับที่ 20 กว่า ๆ เมื่อปี 2551 ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 11 เมื่อปี 2552 ถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 9 นับว่าเป็นประเทศที่มีอันตรายในระดับการก่อความไม่สงบของโลก

แล้วผู้บริหารของประเทศเรา ในด้านต่าง ๆ ในระดับรัฐบาล รวมทั้งทางด้านความมั่นคงคิดอย่างไรบ้างครับ เกี่ยวกับข่าวสารที่มาจากต่างประเทศชิ้นนี้ มีการติดตามเรื่องนี้กันอย่างไร มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับความเสี่ยง หรือกำหนดระดับความเสี่ยงว่า ประเทศไทยของเราจะถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีโอกาสเกิดการก่อความไม่สงบ อันดับที่เท่าไหร่ของโลกจึงจะยอมรับไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงของประเทศ กระทบกระเทือนต่อความมั่งคงทางเศรษฐกิจ กระทบกระเทือนต่อการลงทุน กระทบต่อการท่องเที่ยว และการพัฒนาในทุกด้าน ++

ผมไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง และกำลังเป็นห่วงมากว่า ในกรณีที่ประเทศไทยเรายังขาดกระบวนการพัฒนาทางความคิดอย่างเป็นระบบ ยังขาดความเข้าใจในหลักการบริหารความเสี่ยง ทั้งระดับองค์กรและระดับประเทศที่น่าเชื่อถือได้อีกมาก และยังขาดวิสัยทัศน์ในแง่มุมต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม ประเทศไทยในอนาคตจะเป็นเช่นไร

หากผู้บริหารในระดับประเทศ ไม่กำหนดทิศทางที่ชัดเจน ในมุมมองต่าง ๆ ของชาติ อย่างเช่น กรณีการยอมรับได้ หรือการยอมรับไม่ได้ของการถูกจัดระดับความเสี่ยงของชาติ จากสถาบันจัดอันดับประเภทนี้จากต่างชาติว่า เราควรกำหนด และ/หรือจัดการกับความเสี่ยงที่ถูกนานาชาติ มองประเทศเราว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงจากการก่อความไม่สงบ ระดับที่ 9 ของโลกนั้น เราควรจัดการลดความเสี่ยงอย่างเป็นกระบวนการอย่างไร ในทุกมุมมองของกระบวนการบริหาร เพื่อลดระดับความเสี่ยงจากที่ได้เพิ่มตลอดมาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยอาจกำหนด และมีกระบวนการจัดการที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ควรยอมรับระดับความเสี่ยงประเภทนี้ หรือถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการก่อความไม่สงบที่สูงเกินกว่าระดับที่ 20 ของโลก (นั่นคือ อันดับที่ 1-19 เป็นความเสี่ยงที่ประเทศไทยยอมรับไม่ได้ ซึ่งต้องมีกระบวนการบริหารการจัดการที่ดีตามมาในทุกมุมมองตามหลักการของ GRC

 

หากองค์กรหรือประเทศไม่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ / ทิศทาง ที่ต้องการก้าวเดิน เพื่อความสำเร็จในอนาคต องค์กรจะกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานอย่างไร ติดตามตรวจสอบได้อย่างไร

ท่านผู้อ่านลองคิดดูสิครับว่า หากท่านเป็นผู้บริหารองค์กร หรือเป็นคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ท่านจะมีแนวทางบริหารและกระบวนการจัดการอย่างไร จึงจะสามารถแน่ใจได้อย่างสมเหตุสมผลว่า แผนการดำเนินงานของท่านจะเป็นไปตามกลยุทธ์ เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายในอนาคตได้อย่างถูกต้อง มีทิศทางได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่ หากขาดการกำหนดวิสัยทัศน์ หรือพันธกิจ ที่จะใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินงาน?

ความเข้มแข็งในการบริหารองค์กรและประเทศแบบบูรณาการ

ท่านลองดูแผนภาพด้านบนนี้นะครับ ท่านจะได้คำตอบ หรืออาจมีคำถามที่น่าสนใจว่า เราจะบริหารองค์กรหรือประเทศอย่างบูรณาการได้อย่างไร จะมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพเพียงใด จะมีการติดตามและตรวจสอบกันอย่างไรว่า องค์กรหรือประเทศของเราอยู่ในเส้นทาง หรือระดับความคาดหวังที่ผู้มีผลประโยชน์ร่วมในระดับองค์กร หรือในระดับประเทศ พึงประสงค์และคาดหวังไว้

ในแนวทางการบริหารยุคใหม่ ที่ต้องการบริหารในลักษณะหลอมรวม หรือเป็นพวง กระบวนการจัดการต่าง ๆ ที่เรียกว่า GRC – Governance + Risk Management + Compliance ซึ่งเป็นการบริหารและการขับเคลื่อนในลักษณะ Integrity Driven Performance โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและประหยัด ลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ที่ผสมผสานกันระหว่างการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นกระบวนการ และการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และกติกาของสังคมอย่างเคร่งครัด และได้มาตรฐาน อันเป็นที่ยอมรับได้โดยทั่วไปนั้น น่าจะมีปัญหาในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่องค์กรหรือประเทศมีทรัพยากรจำกัด ประเทศไทยในปัจจุบันมีงบเพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ เหลือเพียงประมาณร้อยละ 12 ของงบประมาณรายจ่าย ซึ่งนับว่าน้อยมาก เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาประเทศ หรือ Infrastructure ในเรื่องต่าง ๆ และเมื่อพิจารณาควบคู่กันไปกับภาระรายจ่ายเพื่อสังคม ซึ่งนับวันจะมีเม็ดเงินสูงขึ้นมาก เมื่อเทียบกับรายได้นั้น ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะเม็ดเงินเพื่อการพัฒนาและการลงทุน จะลดน้อยอยู่ในระดับที่น่าใจหาย หรือถ้าหากพิจารณาในมุมมองของการบริหารความเสี่ยงระดับประเทศ หากมีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) อย่างเป็นกระบวนการ และตามหลักการด้วยความเข้าใจจริง ๆ ก็จะเห็นภาพในความจำเป็นที่องค์กรหรือประเทศจะต้องกำหนดให้มีวิสัยทัศน์ เพื่อกำหนดทิศทางก้าวเดินไปสู่ความมั่นคงทางด้านต่าง ๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจการเงิน ทางด้านการทหาร ทางด้านการเมือง ทางด้านสังคม ความพึงพอใจของสังคมภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งขึ้นกับการกำหนดระดับความสำคัญ หรือน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยหลัก ๆ ที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งเราจะนำไปคุยกันในตอนต่อไปนะครับ