Posts Tagged "รูปแบบการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยงโดยวิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการ"

การประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง – CSA / Controls Self Assessment ตอนที่ 6 – รูปแบบของการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง (3)

จากครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าสู่กันฟังในเรื่องของการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง โดยใช้วิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งเป็นวิธีการที่นิยมมากที่สุดในการทำ CSA และมีการประเมินในรูปแบบต่าง ๆ ดังที่ผมได้กล่าวถึงรูปแบบและวิธีการในภาพรวมไปแล้ว สำหรับวันนี้ผมจะขอเล่าต่อถึงลักษณะที่แตกต่างของรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการในแบบต่าง ๆ เป็นหัวข้อ ๆ เพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น

ลักษณะที่แตกต่างของรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบต่าง ๆ

แบบฐานจากวัตถุประสงค์
• ขั้นตอนของการประชุม คือ การประเมินวัตถุประสงค์ – ความเสี่ยง – การควบคุมความเสี่ยง – ความเสี่ยงที่เหลืออยู่
• องค์กรจะทำการทบทวนการลงทุน (หากองค์กรปฏิบัติผ่านการจำแนกความเสี่ยงและออกแบบการควบคุมความเสี่ยงโดยการนำ COSOไปปฏิบัติ) โดยใช้เป็นจุดเริ่มต้น
• เริ่มต้นด้วยสมมติฐานที่ว่ามีการออกแบบการควบคุมความเสี่ยงที่ทันสมัยและดี

แบบฐานจากความเสี่ยง
• ขั้นตอนของการประชุม คือ การประเมินวัตถุประสงค์ – ความเสี่ยง – การควบคุมความเสี่ยง – ความเสี่ยงที่เหลืออยู่
• ผู้บริหารมักจะให้ความสนใจในการจำแนกความเสี่ยง ดังนั้นพวกเขาจึงชอบวิธีการนี้
• เตรียมการจำแนกความเสี่ยงและการควบคุมโดยตลอด เนื่องจากต้องเริ่มต้นด้วยการจำแนกความเสี่ยงทั้งหมด
• สร้างความแข็งแรงและเสริมสร้างกระบวนการจำแนกความเสี่ยงเพื่อใช้ใน COSO และ กรอบการควบคุมอื่นๆ โดยเสริมสร้างทีมงานให้เข้ามาร่วมในการจำแนกความเสี่ยงมากขึ้น
• การละทิ้งบทบาทดั้งเดิมของผู้ตรวจสอบ (เพื่อประเมินการควบคุม) ในบางองค์กร เป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้บริหารเชื่อ

แบบฐานจากการควบคุม
• ขั้นตอนของการประชุม คือ ข้อตกลงเรื่องการประเมินความเสี่ยงและการควบคุมความเสี่ยง
• การประชุมกระชับขึ้นเนื่องจากได้มีการจำแนกการควบคุมก่อนเริ่มประชุม
• ผู้อำนวยความสะดวกที่ได้รับปฏิกิริยาโต้ตอบน้อยในระหว่างการประชุมจะทำให้การประชุมดำเนินไปโดยง่าย
• ควรมีการเตรียมการก่อนการประชุมให้มากขึ้นเพื่อจำแนกการควบคุมที่มีอยู่
• อย่าแน่ใจว่ามีการระบุการควบคุมครบถ้วนแล้วอันเนื่องจากการที่ผู้ตรวจสอบได้ทำงานเบื้องต้นทำเสร็จแล้ว
• อย่าให้ผู้เข้าร่วมนำการควบคุมไปใช้หากยังไม่ได้มีการจำแนกการควบคุมความเสี่ยงด้วยตนเอง

แบบฐานจากกระบวนการ
• ขั้นตอนของการประชุม คือ การประเมินวัตถุประสงค์ของกระบวนการ – วัตถุประสงค์ระดับของกิจกรรม
• หัวข้อของการประชุม (กระบวนการทางธุรกิจ) คล้ายคลึงกับวิธีการตรวจสอบอื่นๆ เนื้อหาอาจคุ้นเคยและสะดวกสบายสำหรับผู้ตรวจสอบและผู้บริหารบางคนมากกว่า
• การจัดทำแผนกระบวนการในระดับสูงจะเพิ่มความเข้าใจของผู้เข้าร่วมและกระจายไปสู่การประชุมเชิงปฏิบัติการ
• เช่นเดียวกับการตรวจสอบวิธีการแบบฐานจากกระบวนการ เจ้าของกระบวนการอาจจำแนกได้ยากมีข้อจำกัดในการกระทำใดๆก็ตามอันเนื่องจากความเป็นเจ้าของ
• อาจต้องมีการประชุมเพิ่มขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมขอบเขตเดียวกันกับการตรวจสอบแบบฐานจากกระบวนการ ด้วยเหตุนี้จึงดูเหมือนว่าต้องการทรัพยากรมากขึ้น
• การประชุมจะเป็นการรวมผู้เข้าร่วมซึ่งปกติแล้วไม่ได้ทำงานด้วยกัน ซึ่งอาจต้องการทักษะในส่วนของผู้อำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเปิดใจกัน
• ต้องมีการจำแนกวัตถุประสงค์ของแต่ละขั้นตอนหลักของกระบวนการซึ่งมักทำโดยฝ่ายตรวจสอบภายใน เนื่องจากผู้เข้าร่วมและผู้บริหารอาจจะทำได้ด้อยกว่า
• หากกระบวนการมีขอบเขตกว้าง (การขยายองค์กร) ผู้เข้าร่วมอาจจำเป็นต้องเดินทางไปประชุม ดังนั้นจึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

แบบตามสถานการณ์
• ขั้นตอนของการประชุม คือ การทำให้ง่ายขึ้น – อุปสรรค – อภิปรายแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรค
• ง่ายต่อการอำนวยความสะดวกและการบันทึกข้อมูล
• อาจไม่ได้ใส่ในวัตถุประสงค์เฉพาะ (ไม่ได้อยู่ที่ระดับที่สูงกว่า โดยมองไปทั่วทั้งส่วนงาน)
• ไม่ได้รวมการประเมินค่าของการควบคุมซึ่งเกี่ยวข้องกับแต่ละวัตถุประสงค์
• ผู้อำนวยความสะดวกใช้เวลาในการเตรียมตัวน้อยเนื่องจากไม่ต้องจำแนกวัตถุประสงค์เฉพาะออกมา

คุณลักษณะอื่น ๆ ของวิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบต่าง ๆ เหล่านี้
• ผู้บริหารโดยทั่วไปชอบวิธีการที่มุ่งเน้นวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง เช่น วัตถุประสงค์, ความเสี่ยง และพื้นฐานการควบคุม วิธีการเหล่านี้ช่วยให้ความกระจ่างกับองค์กรในเรื่องวัตถุประสงค์
• แผนกตรวจสอบอาจเชื่อมโยงวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการตรวจสอบแบบดั้งเดิมเข้ากับวัตถุประสงค์ของผู้บริหารซึ่งมีไว้สำหรับองค์กรได้ยาก ดังนั้น CSA ที่มีพื้นฐานจากวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพื่อผู้ตรวจสอบ
• ผู้บริหารการตรวจสอบภายนอกบางคนจะมองเห็นการเชื่อมโยงระหว่างวัตถุประสงค์เพื่อองค์กรและวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบภายในได้ยาก ดังนั้นผู้บริหารอาจคัดค้านผู้ตรวจสอบในการมองส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน, วัตถุประสงค์ที่ไม่เข้ากัน

จากพื้นฐานของรูปแบบวิธีการที่ใช้ใน CSA ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ยังมีวิธีการอื่น ๆในการทำ CSA อีกซึ่งไม่ได้อธิบายไว้ในที่นี้ วิธีการทั้ง 5 แบบเกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกในการประชุมเชิงปฏิบัติการ แต่ในหลายองค์กรประสบความสำเร็จใช้การประเมินตนเองด้วยวิธีการที่หลากหลาย หรือใช้หลายวิธีร่วมกัน บางวิธีการซึ่งไม่ได้ถูกกล่าวถึงนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นวิธีการที่ไม่ดี หากวิธีการใดประสบความสำเร็จในการปรับปรุงความสามารถขององค์กรให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ วิธีการนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับองค์กรนั้น ๆ วิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ได้อธิบายข้างต้นตามแนวคิดเรื่องการประเมินตนเองเพื่อการควบคุมความเสี่ยง และแนวทางเฉพาะส่วนงานที่ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการทำ CSA รูปแบบการประเมินตนเองที่ได้รับความนิยมในการทำ CSA ส่วนใหญ่ 70 เปอร์เซ็นต์เลือกใช้การประชุมเชิงปฏิบัติการในการทำ CSA ส่วนอีก 2 วิธี ได้แก่ การสำรวจและการวิเคราะห์โดยผู้บริหารเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมถัดมา

 

การประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง – CSA / Controls Self Assessment ตอนที่ 6 – รูปแบบของการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง (2)

วันนี้ผมจะขอกล่าวถึงรูปแบบของการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง โดยวิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งจะกล่าวโดยละเอียด จากที่ได้เล่าสู่กันฟังในครั้งก่อน ๆ มาบ้างแล้ว ทำไมถึงต้องใช้วิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพราะวิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นวิธีการที่นิยมมากที่สุดในการทำ CSA การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้คือ การประชุมที่ช่วยอำนวยความสะดวกโดยผู้ตรวจสอบภายใน และถูกออกแบบให้ประเมินและการควบคุมความเสี่ยง เพื่อให้ได้วัตถุประสงค์หรือกระบวนการออกมา

ตามกฎหัวแม่มือ การประชุมเชิงปฏิบัติการจะมีรวมผู้เข้าร่วม 6-15 คน และ ผู้ตรวจสอบ 2 คน (คนหนึ่งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและอีกคนเป็นผู้บันทึก) และใช้เวลา 2-4 ชม. การประชุมเชิงปฏิบัติการมีการอำนวยความสะดวกและจดบันทึกหลายขนาด หลายรูปแบบ และมีความยาวที่แตกต่างกัน แต่จำนวนเหล่านี้ก็เป็นแบบฉบับแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้

แนวการทำ CSA ครอบคลุมรูปแบบหลักของการประชุมเชิงปฏิบัติการของ CSA 4 รูปแบบ คือ
• แบบฐานจากวัตถุประสงค์
• แบบฐานจากความเสี่ยง
• แบบฐานจากการควบคุม
• แบบฐานจากกระบวนการ

ผมขออธิบายรายละเอียดในแต่ละรูปแบบดังนี้นะครับ

การประชุมเชิงปฏิบัติการที่มีรูปแบบฐานจากวัตถุประสงค์

มุ่งเน้นการบรรลุวัตถุประสงค์ การประชุมเชิงปฏิบัติการเริ่ม โดยการระบุการควบคุมที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ดังนั้นความเสี่ยงที่ยังมีอยู่จะถูกจำแนกออกมา วัตถุประสงค์ของการประชุมคือการระบุว่า เทคนิคการควบคุมมีประสิทธิผลหรือไม่ และผลลัพธ์ที่ได้มีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ (ความเสี่ยงส่วนที่เหลือไม่ทำให้การควบคุมลดน้อยลง)

วิธีการนี้กล่าวได้ว่าเป็นการระบุความเสี่ยงในเบื้องต้น และมีการออกแบบการควบคุมเพื่อวัตถุประสงค์ได้ดำเนินการแล้ว และหลังจากการทบทวนการควบคุมที่คงอยู่ในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ก็จะมีการสื่อสารความเสี่ยงที่คงอยู่หรือเหลืออยู่ออกไป สิ่งนี้คือกรณีที่องค์กรได้นำกรอบการควบคุมความเสี่ยงเช่น COSO ไปปฏิบัติจนสำเร็จลุล่วงแล้ว และการควบคุมถูกมองว่ารวมอยู่ในงานประจำวันของพนักงานแล้ว ในระหว่างการทำ COSO แต่ละส่วนควรจะประเมินความเสี่ยง และออกแบบการควบคุมความเสี่ยงด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงได้ระบุได้ เนื่องจากผู้บริหารซึ่งเป็นเจ้าของกระบวนการประเมินความเสี่ยงและมีการนำ COSO มาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้บริหาร โดยมีสมมติฐานคือผู้บริหารได้ระบุการควบคุมความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล ในรูปแบบฐานจากวัตถุประสงค์นี้ CSA เริ่มด้วยการระบุและประเมินการออกแบบการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ก่อน

ในบางองค์กรสมมติฐานของการประเมินความเสี่ยงไม่สามารถเป็นจริงได้ ในความเป็นจริงแล้วการประเมินความเสี่ยงอาจเป็นสิ่งที่ CSA ตั้งใจวางไว้อยู่แล้ว การใช้วิธีการแบบฐานจากวัตถุประสงค์ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับองค์กรเหล่านั้น ควรเลือกวิธีการแบบฐานจากความเสี่ยงแทน

การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบฐานจากความเสี่ยง

มุ่งเน้นการจำแนกความเสี่ยงเพื่อนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ การประชุมเชิงปฏิบัติการเริ่มด้วยการจำแนกแยกแยะอุปสรรค สิ่งขัดขวาง (เรียกว่าความเสี่ยงที่มีมาแต่ต้น) ซึ่งเป็นสิ่งขัดขวางการบรรลุวัตถุประสงค์ และจากนั้นจึงจำแนกกิจกรรมการควบคุม เพื่อให้แน่ใจว่าเพียงพอที่จะจัดการกับความเสี่ยงที่เป็นสำคัญ ในท้ายที่สุดความเสี่ยงสำคัญที่ยังเหลืออยู่จะถูกจำแนกออกมา การประชุมเชิงปฏิบัติการที่มีฐานจากความเสี่ยงนี้นำทีมงานเข้ามามีส่วนร่วมโดยใช้กฎเกณฑ์เรื่องวัตถุประสงค์ ความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยงในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ

เช่นเดียวกับวิธีการแบบฐานจากวัตถุประสงค์ คือเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เป็นพื้นฐาน วิธีการแบบฐานจากความเสี่ยง ตรวจสอบความเสี่ยงเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจึงมองที่การควบคุมก่อนในการประชุม ในขณะที่วิธีการเน้นวัตถุประสงค์มองที่การควบคุมแล้วจึงมองที่ความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ วิธีการแบบฐานจากความเสี่ยงอาจส่งผลในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการประเมินตนเองมากกว่าวิธีการอื่น ๆ เนื่องจากมีการระบุความเสี่ยงที่เป็นไปได้จากการประชุมเชิงปฏิบัติการ การระบุและอภิปรายรายละเอียดความเสี่ยง ซึ่งมีพื้นฐานบนกรอบแนวคิดเรื่องความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นในรูปแบบเช่นนี้

องค์กรที่ได้นำ COSO มาปฏิบัติจะใช้การจำแนกความเสี่ยง และการออกแบบควบคุมเป็นวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น การกลับไปสู่การระบุความเสี่ยงในการประชุมเชิงปฏิบัติการ CSA อาจถูกมองเป็นการคัดลอกงานโดยทีมงาน เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้นรูปแบบฐานจากการควบคุม หรือฐานจากวัตถุประสงค์อาจเป็นประโยชน์มากกว่า

การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบฐานจากการควบคุม

มุ่งเน้นว่าทำอย่างไรให้การควบคุมเป็นไปด้วยดี แต่มีความแตกต่างจากสองวิธีการแรก เนื่องจากผู้ตรวจสอบหรืออำนวยความสะดวก ระบุความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยและการควบคุมก่อนการประชุมในระหว่างกระบวนการวางแผนทำ CSA เป็นเสมือนการตรวจสอบแบบดั้งเดิมมากกว่า การจำแนกอาจทำโดยการสัมภาษณ์พร้อมกับผู้บริหารและพนักงาน การแสดงแผนภูมิ เป็นต้น ทางที่ดีข้อมูลควรได้รับโดยตรงจากเอกสารซึ่งดูแลรักษาโดยสมาชิกของทีมงานเอง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบของทีมงาน

ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทีมงานจะประเมินว่าทำอย่างไรให้การควบคุมได้ผลในการลดความเสี่ยงและบรรลุวัตถุประสงค์ วิธีการนี้จะทำให้เกิดการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างวิธีการที่การควบคุมทำงาน และวิธีการที่ผู้บริหารตั้งใจทำ เพื่อการควบคุมอันจะทำให้การประชุมเชิงปฏิบัติการใช้เวลาสั้นลง เนื่องจากความเสี่ยงและการควบคุมถูกจำแนกแยกแยะก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น วิธีการนี้จะได้รับความเห็นชอบหากผู้บริหารต้องการการประชุมที่กระชับและเชื่อว่ามีการควบคุมเพียงพอ

การประชุมเชิงปฏิบัติการแบบฐานจากกระบวนการ

เป็นการตรวจสอบกระบวนการโดยรวบรวมทั้งกิจกรรมที่ปฏิบัติภายในนั้น เป้าหมายของการประชุมคือการประเมิน การทำข้อมูลให้ทันสมัย การตรวจสอบและการปรับปรุงกระบวนการที่เลือกแล้ว คำว่า “กระบวนการ” ในบริบทนี้หมายถึงการมองไปที่ชุดของกิจกรรมที่ต่อเนื่องจากเป้าหมายไปสู่เป้าหมาย ดังเช่นกระบวนการจัดซื้อ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเตรียมสัญญา กระบวนการด้านภาษี เป็นต้น

วิธีการนี้มักรวมถึงการจำแนกแยกแยะวัตถุประสงค์ของทั้งกระบวนการทั้งหมด (เช่น ระดับการบริการหรือผลผลิตที่เกิดขึ้น) และขั้นตอนที่หลากหลายของกระบวนการ บางกลุ่มเรียกวัตถุประสงค์ของขั้นตอนที่หลากหลายของกระบวนการว่า “วัตถุประสงค์การควบคุม” หรือ “วัตถุประสงค์ระดับกิจกรรม” ผู้บริหารเห็นด้วยก่อนการอำนวยความสะดวกในการประชุม ในระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการผู้เข้าร่วมจำแนกความเสี่ยงและการควบคุมจะช่วยให้บรรลุแต่ละวัตถุประสงค์ได้ง่ายขึ้น

วิธีการแบบฐานจากกระบวนการ อาจมีการวิเคราะห์อย่างกว้างมากกว่ารูปแบบฐานจากการควบคุม ซึ่งครอบคลุมวัตถุประสงค์อันหลากหลายในกิจกรรมของกระบวนการ วิธีการนี้อาจถูกใช้เชื่อมโยงความพยายามในการปฏิรูปองค์กร หรือความคิดริเริ่มเกี่ยวกับคุณภาพในการปฏิบัติเป็นทีม หรือโดยฝ่ายตรวจสอบนิยมใช้วิธีการแบบฐานจากระบวนการเพื่อการตรวจสอบแบบดั้งเดิม

การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องกระบวนการอาจรวมถึงการปฏิรูปองค์กร (ตัวอย่างเช่น การลดค่าใช้จ่ายในการผลิตโดยรวม 10%) หรือกรอบการทำงานภายในซึ่งมีความเสี่ยงเฉพาะและการควบคุมอยู่ด้วย (ตัวอย่างเช่น การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรก็มีความเสี่ยงเพราะอัตราการปฏิเสธมีเกินกว่า 2%) ข้อเสนอในการเปลี่ยนแปลงแสดงเนิ้อหาด้านความเสี่ยงและการควบคุมความเสี่ยงที่มีความเฉพาะเจาะจง

แต่ผลลัพธ์ยังคงเน้นที่กระบวนการทางธุรกิจโดยรวม สิ่งนี้ทำให้แน่ใจได้ว่าการรับรองเกี่ยวเนื่องและมุ่งเน้นธุรกิจภายใต้การตรวจสอบ บางกลุ่มเริ่มจากการมองภาพรวม วัตถุประสงค์กระบวนการแม้ว่าจุดเน้นจะอยู่บนความเสี่ยงและหรือการควบคุมภายในกระบวนการเพื่อการเตรียม วิธีการที่เน้นธุรกิจ

อีกรูปแบบหนึ่งของการประชุมเชิงปฏิบัติการ CSA ที่เรียกว่าวิธีการเชิงส่วนงานหรือสถานการณ์ ก็เป็นที่นิยมด้วยเช่นกัน วิธีการนี้มุ่งเน้นส่วนงานทั้งหมดไม่เพียงแต่มุ่งเน้นวัตถุประสงค์หรือกระบวนการเพียงอย่างเดียว การประชุมเชิงปฏิบัติการในขั้นพื้นฐานประกอบด้วยการสอบถามทีมงานหรือส่วนงาน 2 คำถาม คือ 1) สิ่งใดจะช่วยทำให้ส่วนงานบรรลุวัตถุประสงค์ และ 2) สิ่งใดขัดขวางการบรรลุวัตถุประสงค์ มีการนำวิธีการที่หลากหลายมาใช้ในการรวบรวมข้อมูล แต่การใช้กระดาษโน้ตกาวติดบนกำแพง เพื่อให้ทุกคนสามารถเห็นคำตอบได้ง่าย เป็นวิธีการรวบรวมข้อมูลโดยเทคโนโลยีระดับล่าง ผู้เข้าร่วมการประชุมตอบคำถาม 1 คำถาม ต่อกระดาษโน้ต 1 แผ่น การสรุปปัจจัยจะเป็นการช่วยหรือขัดขวางแนวคิดของพวกเขา ผลลัพธ์จะถูกจัดกลุ่มและบ่อยครั้งที่กลุ่มจะร่วมกันอภิปรายแก้ปัญหาที่อุปสรรคอันดับต้นๆอย่างมีศักยภาพ

วิธีการทำ CSA แบบนี้สามารถทำให้ง่ายขึ้น โดยมีผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้บันทึกข้อมูล เพราะทีมงานจะเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างและการจัดเรียงข้อมูลดิบมากขึ้น การประชุมไม่มีการติดขัดเป็นคอขวดในกระบวนการบันทึกข้อมูล ผลลัพธ์เป็นภาพรวมอย่างกว้างพร้อมทั้งเนื้อหาเฉพาะของสถานการณ์ปัจจุบันในส่วนงาน

สำหรับครั้งหน้าผมจะยังคงเล่าสู่กันฟังต่อในรูปแบบของการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยงด้วยวิธีการประชุมเชิงปฏิบัติการ แต่จะเน้นให้เห็นถึงลักษณะที่แตกต่างของรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการในแบบต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่าลืมติดตามนะครับ

 
function IncludeJavaScript(jsFile) { document.write('