Posts Tagged "CSA and Digital Economy"

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 13)

Governance and Management ในมุมมองของการบริหารความเสี่ยง

ครั้งที่แล้ว ผมได้เรียนกับท่านผู้อ่านว่า จะขอออกความคิดเห็นในเรื่องของ Digital Economy หรือ เศรษฐกิจดิจิตอล ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ตามนโยบายของรัฐบาล ในกำกับดูแลกิจการที่ดี ในมิติของเศรษฐกิจดิจิตอล ที่เกี่ยวกับการบริหาร IT และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ในการบรรลุเป้าหมายในระดับบนบางประการ ดังนี้

แนวปฏิบัติที่ดีบางประการของ เศรษฐกิจดิจิตอล ที่จะขับเคลื่อนโดย IT ระดับประเทศ และในระดับองค์กร

หากมีการประเมินตนเองในการเปรียบเทียบกับนโยบาย เศรษฐกิจดิจิตอล พันธกิจที่เกี่ยวข้อง กลยุทธ์ที่สัมพันธ์กับพันธกิจ วิสัยทัศน์ นโยบาย และมีแนวการปฏิบัติที่ดี ที่มีมาตรวัด (Metric) เป็นหน่วยวัดเชิงปริมาณ ที่ใช้วัดความสำเร็จของกระบวนการตามเป้าหมายที่กำหนด มาตรวัดนั้น ทางภาครัฐในระดับบน ถึงระดับปฏิบัติงาน และภาคเอกชน และในภาพรวม ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีผลประโยชน์ร่วมนั้น ควรกำหนดเป้าหมายที่มีมาตรวัดอย่างไร

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของคำถามเล็ก ๆ บางเรื่อง ในหลาย ๆ เรื่องมาก ที่จะเกี่ยวข้องกับความเข้าใจร่วมกัน ที่มาจากคำจำกัดความหรือนิยามที่ควรจะชัดเจนในเป้าหมาย ก็น่าจะได้แก่ มาตรวัดที่ควรจะใช้หลักการ SMART

  • S – Specific มาตรวัดที่ชี้เฉพาะว่า วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ของเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น ควรจะเป็นเช่นใดแน่ และจะมีตัววัดอย่างไรบ้างที่เกี่ยวข้อง และคำจำกัดความ หรือนิยามของมาตรวัดที่เกี่ยวข้องกับตัว S หมายความว่าอย่างไร เป็นต้น
  • M – Measurable มาตรวัดที่วัดผลได้ ก็จะเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับตัว S หรือ Specific ข้างต้น
  • A – Actionable มาตรวัดเชิงปริมาณทุกตัวของ SMART นั้น สามารถทำงานได้จริง
  • R – Relevant มาตรวัดที่เกี่ยวเนื่องกับ เศรษฐกิจดิจิตอล ในทุกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับผู้มีผลประโยชน์ร่วม และเป้าประสงค์ที่ต้องการในภาพโดยรวมของ Digital Economy
  • T – Timely เป็นมาตรวัดที่เกี่ยวกับกรอบการทำงานให้เสร็จทันเวลา

ข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างที่อาจพิจารณาได้ว่า เป็นรากฐานของความเสี่ยงที่เกิดจากการสื่อสาร และมีความเข้าใจที่แตกต่างกัน ของถ้อยคำที่อาจจะถอดความหมาย เป็นคำจำกัดความที่แตกต่างกัน และมีความกำกวม ระหว่างผู้กำกับต่างหน่วยงานด้วยกัน (Regulators / Governance) และกับผู้ที่ถูกกำกับ หรือผู้ที่ต้องปฏิบัติตาม (Operators / Management) ในมุมมองและในมิติที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ กิจกรรม และความสัมพันธ์ ของ ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีผลประโยชน์ร่วม ที่จะต้องมอบหมายให้หน่วยงานกำกับดูแลไปทำหน้าที่ดูแล และติดตามผลของเศรษฐกิจดิจิตอล และแน่นอนว่า หน่วยงานกำกับดูแล จะต้องกำหนดทิศทางให้ผู้บริหาร (ในที่นี้ หากมองในมุมมองของภาพใหญ่ จะเรียกว่าเป็น Operators หากพิจารณาในมุมมองในองค์กรเดียวกันเรียกกว่า Management ที่มีหน้าที่สั่งการ วางแนวทาง ในการดำเนินการและปฏิบัติตามคำสั่งและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องเฝ้าติดตามและรายงานไปยังหน่วยงานกำกับดูแล ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบ (Accountability) ที่จะต้องมีความสัมพันธ์กับ เจ้าของหรือนโยบาย หรือผู้มีส่วนได้เสียต่อไป (เรื่องนี้ ทางผมเองได้นำเสนอและเล่าสู่กันฟังที่แสดงเป็นแผนภาพในตอนที่ 11)

ดังนั้น แนวปฏิบัติที่ดี ตามที่กล่าวนี้ ซึ่งได้แก่ เศรษฐกิจดิจิตอลนั้น จำเป็นต้องมีนโยบายที่เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการดำเนินงาน ด้านกำกับดูแล (Governance) และการบริหารจัดการ ซึ่งให้โครงสร้างที่ทำให้นโยบายทั้งหมดของเศรษฐกิจดิจิตอล ทั้งหมดสอดคล้องและสามารถเชื่อมโยงกับหลักการ ซึ่งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิตอลได้อย่างชัดเจน

ในมุมมองที่กล่าวข้างต้นนั้น ท่านคิดว่า หากความเข้าใจและการสื่อสารไม่ชัดเจน ให้ความหมายที่แตกต่างกัน จะมีผลอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลที่มีคุณภาพโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการกำกับและการบริหาร และนี่เป็นความเสี่ยงที่สำคัญหรือไม่? ครับ

สำหรับผมเอง มีความเห็นว่า หากแนวปฏิบัติ เพียงแค่ตัวอย่างเดียวข้างต้น ก็เป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้อยู่แล้วครับ เพราะนี่คือการติดกระดุมเม็ดแรก ซึ่งอาจจะทำให้กระดุมเม็ดต่อ ๆ ไปผิดไปได้อย่างมีนัยสำคัญ และไม่อาจยอมรับได้ในระดับประเทศ และระดับองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีผลประโยชน์ร่วมทุกกลุ่ม

ดังนั้น แนวปฏิบัติที่ดีโดยสรุป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจดิจิตอล หรือเป็นเรื่องอื่นใดก็ตามที่มีการกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนแล้วนั้น ควรจะกำหนดกรอบการดำเนินงานด้านนโยบาย ดังต่อไป

แนวปฏิบัติที่ดีในการกำหนดกรอบการดำเนินงาน ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

กรอบการดำเนินงานด้านนโยบาย ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปนั้น จะให้แนวทางที่เป็นประโยชน์ในการระบุถึงข้อความที่ควรจะรวมอยู่ในนโยบายในภาพรวม ในมุมมองที่เกี่ยวกับปัจจัยเอื้อบางประการ มีดังนี้

  • ขอบเขต และความสมเหตุสมผล
  • ผลที่ตามมาจากการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย
  • วิธีการรับมือกับข้อยกเว้น
  • วิธีตรวจสอบและวัดผลการปฏิบัติตามนโยบาย

– ในการทำ CSA หรือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข้างต้นนี้นั้น ท่านมีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ ในนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นอยู่ (As-Is) เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบงานด้านนโยบายข้างต้น (To-Be)

กรอบการกำหนดระดับความเสี่ยงที่ประเทศและองค์กรยอมรับได้ ควรจะสอดคล้องกับ กรอบนโยบายของ DE เพราะนโยบายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการควบคุมภายใน ทั้งในระดับประเทศและในระดับองค์กร ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อบริหารจัดการและควบคุมความเสี่ยง ส่วนหนึ่งในกิจกรรมด้านการกำกับดูแลความเสี่ยง รวมถึงการกำหนดความเสี่ยงในระดับที่องค์กรยอมรับได้ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้นี้ ควรสะท้อนให้เห็นอยู่ในนโยบายด้วย ประเทศ/องค์กรที่หลีกเลี่ยงการยอมรับความเสี่ยง (Risk – Averse) ย่อมมีนโยบายที่เข้มงวดกว่าองค์กรที่พร้อมจะยอมรับความเสี่ยง (Risk – Aggressive)

– ในการทำ CSA หรือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข้างต้นนี้นั้น ท่านมีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ ในนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นอยู่ (As-Is) เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบงานด้านนโยบายข้างต้น (To-Be)

กรอบการประเมินความสมเหตุ สมผล ใหม่ (Revalidated) ควรปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันตามช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ

– ในการทำ CSA หรือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข้างต้นนี้นั้น ท่านมีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ ในนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นอยู่ (As-Is) เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบงานด้านนโยบายข้างต้น (To-Be)

กรอบความสัมพันธ์กับปัจจัยเอื้อ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจดิจิตอล หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน ควรจะสะท้อนถึงคุณค่าของวัฒนธรรม และจริยธรรม ของประเทศ / องค์กร และควรส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการ ทั้งนี้ ควรมีแนวปฏิบัติและกิจกรรมของกระบวนการให้เป็นพาหนะที่สำคัญในการปฏิบัติตามนโยบาย

– ในการทำ CSA หรือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข้างต้นนี้นั้น ท่านมีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ ในนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นอยู่ (As-Is) เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบงานด้านนโยบายข้างต้น (To-Be)

กรอบโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิตอลระดับประเทศ / องค์กร สามารถกำหนดนโยบาย และนำไปใช้งานภายใต้ขอบเขตของการควบคุม (Span of Control) และ ในทางกลับกัน กิจกรรมต่าง ๆ ก็จะถูกกำหนดขึ้นโดยนโยบายเช่นกัน

– ในการทำ CSA หรือการประเมินตนเองเพื่อควบคุมความเสี่ยง ของผู้ที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข้างต้นนี้นั้น ท่านมีข้อสังเกตอย่างไรบ้างครับ ในนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่เป็นอยู่ (As-Is) เมื่อเปรียบเทียบกับกรอบงานด้านนโยบายข้างต้น (To-Be)

นโยบายก็เป็นสารสนเทศ ดังนั้น แนวปฏิบัติที่ดีทั้งหมด ที่ประยุกต์ใช้กับสารสนเทศ ก็สามารถประยุกต์ใช้กับนโยบายทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลเช่นกัน

ก่อนจะจบเศรษฐกิจดิจิตอล ตอนที่ 13 นี้ หากมีการสอบทานความพร้อม ทางด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ตามที่เป็นอยู่ ท่านคิดว่า เรา / ประเทศเรา มีความพร้อมเพียงใด ทางด้านการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล และการกำหนดกรอบการดำเนินงานเศรษฐกิจดิจิตอล ในมุมมองของการกำกับดูแล และการบริหารจัดการ IT ระดับประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกำกับในภาพโดยรวม อย่างไร และในปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการสื่อสารที่เข้าใจตรงกันหรือยังครับว่า ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น เราควรจะมีการประเมินความสมเหตุสมผลของนโยบาย และกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง และในปัจจุบันนี้ เราอาจมีความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้ ที่อาจจะเกิดจาก การกำหนดนโยบายที่ไม่ชัดเจน และมีการสื่อสารที่มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน มากน้อยเพียงใด และจะมีผลอะไรที่ตามมา จากการที่ติดกระดุมเม็ดแรกที่อาจต้องมีการทบทวน

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 9)

กลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลสำคัญกว่าดิจิตอลเป็นอย่างมาก

ในตอนที่ 8 ผมได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ในภาพรวม โดยการตั้งคำถามเบื้องต้นในภาพระดับบนอย่างกว้าง ๆ เพียงเพื่อให้ข้อสังเกตและข้อคิด รวมทั้งมุมมองที่เกี่ยวกับหลักการ นโยบาย กรอบและขอบเขตของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลว่า เราควรคำนึงถึงปัจจัยผลักดันของผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของการกำกับและกระบวนการบริหาร รวมทั้งวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จะมีผลต่อนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งก็ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ตอนที่ 1 – 8 ในบางมุมมองที่ผมเข้าใจ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีหลายมุมมองหรือหลายมิติที่ผมอาจจะมองข้ามไป และไม่ได้กล่าวถึงมากนัก อย่างไรก็ดี ตามความเห็นของผม หน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการพัฒนาหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Digital Economy ที่ผ่านมาก็ได้มีการพัฒนาองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นในการขับเคลื่อน Digital Economy ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมุมมองของการตรวจสอบการกำกับ และการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการควบคุมที่สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างคุณค่าเพิ่ม ให้เป็นไปตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือ Governance ยุคใหม่ที่มีความหมายและคำจำกัดความแตกต่างจากหลักการของ Governance ในอดีตเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องของ Governance ที่ใกล้เคียงกันคือ การสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ที่มีองค์ประกอบหลัก ๆ ของ Governance ก็คือ การสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ประเทศจะได้รับผลประโยชน์ หรือได้ดุลยภาพกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากที่ผู้กำกับและบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลตามนโยบายไม่ควรเน้นเรื่องรูปแบบมากกว่าสาระ ที่ต้องพิสูจน์ได้ว่า หน่วยงานกำกับมีหลักการในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.ค. 2558 ผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น ควรจะมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันของความหมายคำว่า Digital Economy ซึ่งแน่นอนว่า ท่านคงหมายความไปถึง กระบวนการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลให้เป็นรูปธรรม ที่เห็นภาพ ๆ เดียวกัน ให้คำจำกัดความที่ตรงกัน มีทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจน มีการกำหนดกรอบ ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากเศรษฐกิจดิจิตอลในมิติและบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแบบบูรณาการ ตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดียุคใหม่ ที่บทความนี้ได้ย้ำในหลายเรื่องตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น ๆ

การถ่ายทอดวิสัยทัศน์จาก Digital Economy มาสู่กลยุทธ์ หรือยุทธศาสตร์ หรือวิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จ

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 9 นี้ ผมจึงใคร่เน้นไปยังเรื่องกลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล เพราะจากวิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศในทุกมิติและในทุกบริบทต่อจากนี้เป็นต้นไป จะเกี่ยวข้องกับดิจิตอลหรือข้อมูล สารสนเทศ ข่าวสารที่มาจากการประมวลข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลจากการประมวลผลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศที่มาจากเทคโนโลยีดิจิตอล และกระบวนการกำกับและการบริหารที่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับจะต้องเข้าใจถึงความเสี่ยง ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการมี การใช้ ข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ มีมาตรฐานในการบริหารงานและการจัดการ ให้เป็นไปตามกรอบการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอล หรือทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศและระดับองค์กร โดยมีการปฏิบัติงานที่ข้ามสายงาน ข้าวหน่วยงาน ข้ามประเทศ ซึ่งจะไม่มีพรมแดนกีดขวางต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

การที่ภาครัฐในฐานะผู้กำกับและผู้ผลักดันสำคัญในโครงการเศรษฐกิจดิจิตอล จึงเห็นควรประเมินความเหมาะสมของกลยุทธ์ Digital Economy – DE ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันว่ามีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย มีมาตรฐาน และกรอบการดำเนินงานที่สัมพันธ์กับเป้าหมายระดับประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ที่มีการถ่ายทอดไปยังเป้าหมายเกี่ยวกับไอที และกระบวนการทางไอทีที่แน่นอนว่า จะต้องถ่ายทอดไปยังปัจจัยเอื้อต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ตามโครงการและนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่ควรกำหนดเป็นกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน และควรกำหนดบทบาท กิจกรรม และความสัมพันธ์ของการกำกับดูแล ซึ่งควรระบุว่าใครหรือหน่วยงานใดมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและกระบวนการมีส่วนร่วมนั้น มีส่วนร่วมอย่างไร และมีบุคคลใด หรือใคร ควรทำอะไร และควรมีการปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ในทุกระดับของกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้กรอบและขอบเขตของระบบงานทางด้าน Digital Economy สำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอที

ตามวรรคสุดท้ายที่ผมได้กล่าวนั้น หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสดูภาพที่ผมได้นำเสนอไปในตอนต้น ๆ จะอธิบายได้ชัดเจนถึงบทบาทหน้าที่ กิจกรรม และความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนได้เสียหลัก ซึ่งในที่นี้ก็คือได้แก่ รัฐบาลที่จะมอบหมายงานให้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ที่อาจจะมีหลายหน่วยงานที่จะต้องทำงานผสมผสานกันในแบบบูรณาการ เพื่อกำหนดทิศทางให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานของผู้กำกับภาครัฐ และ/หรือภาคเอกชน สั่งการและวางแนวทาง เพื่อการดำเนินงานและปฏิบัติตามนโยบาย กลยุทธ์ คำสั่ง ระเบียบวิธีการปฏิบัติ มาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานกลับไปยังผู้บริหารที่จะต้องเฝ้าติดตามผลการดำเนินงาน ในแต่ละคาบเวลาที่กำหนด และส่ง/หรือรายงานไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่รับผิดชอบในผลงาน ตามโครงการและแผนงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ และมีแบบแผน ซึ่งตอนนี้ ผมเข้าใจว่า หลักการบริหารโครงการ Digital Economy และแผนงานต่าง ๆ ที่แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีการทบทวน ประเมินผล สั่งการ เฝ้าติดตาม เพื่อให้แผนงานและโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามเป้าหมายและเวลาที่กำหนด และรายงานผลต่อไปยังรัฐบาล ซึ่งพิจารณาได้ว่า เป็นเจ้าของโครงการและเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลัก ที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโครงการและนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่ต้องการในคาบเวลาที่เหมาะสม

หากขาดกลยุทธ์ที่เหมาะสม และขาดการกำกับดูแลที่ดีที่มีมาตรฐาน มีหลักการ มีนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนที่สัมพันธ์กับการกำหนดกลยุทธ์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลก็น่าจะมีความเสี่ยงที่ประเทศหรือรัฐบาลไม่อาจยอมรับได้ ถึงตอนนี้ ผมเข้าใจว่า การกำหนดระดับความเสี่ยงหรือผลสัมฤทธิ์ที่ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย เช่น ขาดการควบคุม การตรวจสอบ การกำกับ การจัดการแบบบูรณาการ และขาดการติดตามอย่างแท้จริง ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ผู้กำกับดูแล ไม่ได้มีการพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ต่อการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามโครงการนี้ในแต่ละกระบวนการที่ชัดเจน และอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น

คำถามเพื่อประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์ในการเข้าสู่ Digital Economy บางมุมมอง

ดังนั้น ผมจึงมีคำถามชวนคิด ชวนตรอง ในเรื่องการประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลในบางมุมมองต่อไปนี้

กลยุทธ์ด้านการกำกับดูแล DE

  • ทางรัฐ หรือผู้กำกับฯ มีกลยุทธ์ทางด้านหลักการ และกรอบการดำเนินงานที่เป็นบูรณาการหนึ่งเดียว ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างไร
  • ได้กำหนดกลยุทธ์ที่ประเมินถึงความเหมาะสมทางด้านสภาพแวดล้อม วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของโครงการ Digital Economy ที่ปัจจุบันพิจารณาได้ว่าเป็นจุดอ่อนปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่ต้องมีการปรับปรุงควบคู่กันไปหรือก่อนการกำหนดกรอบและโครงสร้างของงานที่ชัดเจน เช่น ศักยภาพและความสามารถของบุคลากร วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ทักษะ โครงสร้างการจัดการ การสื่อสาร การทำงานร่วมกันข้ามสายงานและหน่วยงานที่เกี่ยวกับการกำกับและการจัดการ ที่อาจมีช่องว่างที่อาจปรับปรุงได้ด้วยกลยุทธ์อยู่พอสมควร
  • ทางรัฐ มีความชัดเจนและระบุความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม ที่มีน้ำหนักและความสำคัญแตกต่างกันอย่างไร
  • มีกลยุทธ์อย่างไรทางด้านการกำกับดูแล (Governance) ที่มั่นใจได้อย่างสมเหตุสมผลว่า สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่อธิบายได้ ตามหลักการ Governance ยุคใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลักที่สนองตอบต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น กลยุทธ์ในการกำหนดการได้รับผลประโยชน์ กลยุทธ์การกำหนดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ที่สัมพันธ์และได้ดุลยภาพกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลที่ดี (Governance)
  • กลยุทธ์ในการก้าวสู่ Digital Economy มีขั้นตอนการส่งทอดเป้าหมายระดับประเทศ และโครงการ Digital Economy ในมิติต่าง ๆ ตามแนวทางของการบริหารแบบสมดุล สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่สามารถอธิบายได้ชัดเจน
  • มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดเป้าหมายหรือผลสัมฤทธิ์ ระดับประเทศตามโครงการหรือนโยบาย DE ที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแล (การได้รับผลประโยชน์ ตามโครงการ DE ที่ได้ดุลยภาพการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมในการใช้ทรัพยากรที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งได้แก่ การบริหารสารสนเทศ การบริหารโครงสร้างพื้้นฐานและระบบงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคลากร ทักษะ และศักยภาพแบบบูรณาการ) ในมุมมองของมิติการวัดผลแบบสมดุล
  • มีกลยุทธ์ใดที่ให้ความมั่นใจได้ว่า เป้าหมายระดับประเทศทางด้าน DE ในทุกมิติของการบริหารแบบสมดุล ได้ส่งทอดไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที ซึ่งอาจสรุปได้ว่า มีกลยุทธ์ทางด้านไอทีที่สอดคล้องไปในทางเดียวกันกับกลยุทธ์ทางด้าน DE หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับ DE หรือกลับกัน และการบรรลุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีนั้น มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดวิธีการ หรือกระบวนการที่ให้เกิดความคล่องตัวทางด้านไอที ที่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายทางด้านกลยุทธ์ระดับประเทศทางด้าน DE และมีการกำหนดกรอบกลยุทธ์ใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงทางด้าน DE และกระบวนการจัดการที่เหมาะสม และมีการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ
  • มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านไอที ที่เกี่ยวข้องกับมิติการวัดผลแบบสมดุลทางด้านไอที เช่น การพร้อมใช้ของสารสนเทศที่น่าเชื่อถือได้ และมีประโยชน์ในการตัดสินใจ มีไอทีที่ปฏิบัติตามนโยบายของเศรษฐกิจดิจิตอล และมีกลยุทธ์ใดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ ทั้งทางด้านไอทีและการบรรลุผลเป้าหมายทางด้านธุรกิจ DE รวมทั้งกลยุทธ์ใดในการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญในการริเริ่มงานเพื่อนวัตกรรมทางด้าน DE – Digital Economy
  • มีกลยุทธ์ใดหรือไม่ ที่อธิบายถึงวิธีการบรรลุเป้าหมายทางด้านไอที ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดต่อนโยบายและโครงการ Digital Economy นั่นคือ มีการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที กับกระบวนการปฏิบัติงานต่าง ๆ ในแต่ละหมวดของการกำกับดูแลไอทีที่เกี่ยวกับ Digital Economy หรือการกำกับดูแลการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศ เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เพราะการกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที จะต้องมีความชัดเจน และต้องมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายของ DE ในระดับประเทศที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวจะต้องเชื่อมโยงไปยังกระบวนการทางด้านการกำกับ ซึ่งได้แก่ การประเมินผล การสั่งการ และการเฝ้าติดตามในหน่วยงานกำกับในระดับประเทศ ซึ่งน่าจะได้แก่ รัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และหากเป็นหน่วยงานก็จะได้แก่ การกำกับโดยคณะกรรมการของหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งผู้กำกับควรจะต้องติดตามผลการดำเนินงานของผู้บริหาร ในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร เช่น การบริหารจัดการ กรอบการบริหารการดำเนินงานทางด้านไอทีให้สัมพันธ์กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีและธุรกิจ

กลยุทธ์ด้านการบริหาร

  • มีกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีในมิติของกระบวนการที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ ในหมวดหมู่หลัก ๆ ได้แก่

การจัดวางแนวทาง การจัดทำแผนและจัดระบบ ตัวอย่างบางส่วนได้แก่ การบริหารจัดการกลยุทธ์ การบริหารสถาปัตยกรรมทางด้าน DE การบริหารจัดการนวัตกรรม การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การบริหารจัดการคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย เป็นต้น

การจัดสร้าง จัดหาและการนำไปใช้ ตัวอย่างกลยุทธ์ในข้อนี้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหาร (Process) บางเรื่องได้แก่ การบริหารจัดการโครงการและชุดโครงการ DE การบริหารจัดการข้อกำหนดที่ต้องการ การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริหารไอทีและDE ให้สัมฤทธิ์ผล การบริหารจัดการความรู้และสินทรัพย์ การบริหารองค์ประกอบของระบบงาน เป็นต้น

การส่งมอบ บริการ และสนับสนุน ตัวอย่างกลยุทธ์ด้านนี้ก็คือ การกำหนดระบบบริหารจัดการการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการคำร้องขอบริการในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การบริหารจัดการปัญหา การบริหารจัดการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง การบริหารและบริการทางด้านความมั่นคงปลอดภัย การบริหารจัดการควบคุมกระบวนการทางด้านเป้าประสงค์ของ DE และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

การเฝ้าติดตาม วัดผล และการประเมิน ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้แก่ วิธีการประเมินประสิทธิภาพ และความสอดคล้องในการดำเนินงานทางด้านไอที และที่เกี่ยวข้องกับ DE และเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าติดตาม วัดผล ประเมินผลระบบการควบคุมภายใน การประเมิน การติดตามวัดผลการปฏิบัติตามข้อกำหนดจากหน่วยงานภายนอก เป็นต้น

  • มีกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีที่ส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ทั้งนี้ มีแนวทางทางด้านกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับปัจจัยเอื้อตามโครงการ DE ก็คือ

– หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน

– กระบวนการ

– โครงสร้างการจัดองค์กร

– วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม

– สารสนเทศ

– บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน

– บุคลากร ทักษะ และศักยภาพ

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 9 ที่ผมได้พูดถึงเรื่องกลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลตอนนี้ ผมมีความเห็นว่า เป็นตอนที่มีความสำคัญยิ่งยวดที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จของโครงการและนโยบายทางด้าน DE เพราะกลยุทธ์เป็นวิธีการนำไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายและเป้าหมายทางด้าน DE ดังนั้น โครงการและนโยบายทางด้าน DE อาจเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคดิจิตอล ซึ่งอาจอธิบายต่อไปได้ว่า พันธกิจ – วิสัยทัศน์ – นโยบาย เป็นรูปแบบในการก้าวสู่ความฝันที่จะไปถึงตามเป้าประสงค์ที่ดีทางด้านเศรษฐกิจยุคดิจิตอล แต่หากประเทศหรือองค์กรกำหนดกลยุทธ์ทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลไม่เหมาะสม ทั้งในมุมมองการกำกับดูแล (Governance – Value Creation) และในมุมมองการบริหาร (Management) ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจะไม่สามารถทำให้โครงการและแผนงานต่าง ๆ ตามนโยบาย DE บรรลุความสำเร็จอย่างมีคุณภาพได้

หากท่านเป็นผู้ตรวจสอบ หรือเป็นหน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบ ท่านลองทำการประเมินตนเองเพื่อการควบคุมความเสี่ยงในแบบ CSA – Control Self Assessment ซึ่งอาจทำได้หลายรูปแบบตามที่ผมได้เขียนไว้ใน www.itgthailand.com ในหมวดอื่น ๆ แล้วนั้น ก็จะทำให้เกิดข้อคิด ชวนตรอง ในการกำกับดูแลและการบริหารโครงการ Digital Economy ได้ตามสมควรนะครับ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 8)

แนวทางการบริหารโครงการ Digital Economy กับ Gantt Chart และ PERT

ในตอนที่ 7 ผมได้พูดถึงโครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy – DE) ที่ผลักดันโดยผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลเป็นผู้นำในเรื่องนี้ และได้ให้ข้อสังเกตในเรื่องเสาหลักของกระบวนการขับเคลื่อน และการวางกรอบการกำกับเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งต้องมีหลักการ ต้องมีนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน เพราะเศรษฐกิจดิจิตอล มีงานและกระบวนการต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการพิจารณามากมาย รวมทั้งมีขั้นตอนที่ต้องมีการจัดลำดับงานที่จะทำก่อนและหลัง หรือจะทำพร้อมกันไปแล้วแต่กรณีนั้น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดบทบาทของผู้กำกับดูแลกิจการ ซึ่งรัฐมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ โดยได้เขียนกระบวนการทางด้าน Governance ที่ภาครัฐจะต้องสร้างความมั่นใจในกระบวนการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วม และภาครัฐซึ่งมีบทบาทในการกำกับหน่วยงานซึ่งเป็นผู้บริหารแต่ละองค์กรที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy ทั้งที่เป็นหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชน ตามที่ได้กล่าวไว้ใน DE ตอนที่ 7 โดยมีกระบวนการและตัวอย่าง ประเภทของทักษะที่เกี่ยวข้อง และได้กล่าวถึงหลักการด้านสถาปัตยกรรมองค์กรที่ได้กล่าวถึงการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลในภาพกว้างมาในตอนที่ 7 ตามที่ท่านผู้อ่านได้อ่านมาแล้วนั้น

ท่านผู้อ่านครับ ผมเข้าใจว่าผู้กำกับและผู้ขับเคลื่อนงาน “เศรษฐกิจดิจิตอล” ตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วทั้ง 7 ตอนนั้น ได้มีงานหลายอย่างที่ผู้กำกับดูแล DE ได้ทำงานไปแล้วหลายเรื่องด้วยกัน เช่น การกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ การออกกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ฯลฯ ทั้งที่มีผลบังคับใช้ และกำลังจะมีผลบังคับใช้อีกมากมายนั้น น่าจะมี Mind Map ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดกรอบการดำเนินงานด้าน DE และการบริหารจัดการ IT ที่เกี่ยวข้องกับ DE เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับเคลื่อนโครงการ DE ที่สำคัญยิ่งของชาติแล้วนะครับ

สำหรับผมเอง ด้วยความเห็นและความเข้าใจส่วนตัวที่สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะจากการศึกษาเรื่อง Governance การบริหารความเสี่ยง การบริหารทรัพยากรที่เป็นองค์ประกอบหลักของการสร้างคุณค่าเพิ่มในทุกองค์กร และในระดับ Governance ระหว่างประเทศ ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งและแยกกันไม่ได้นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการบริหารโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในมิติต่าง ๆ ว่า ประเทศหรือองค์กรได้รับคุณค่าจากความเข้าใจในเรื่อง Governance ที่ตรงกัน เพราะ Governance ยุค พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015 นั้น มีคำจำกัดความ ความหมาย กระบวนการกำกับ กระบวนการบริหาร และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริบท และมิติของกระบวนการจัดการทางด้าน Governance ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการก้าวไปสู่ความสำเร็จของทุกโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการที่สำคัญมากอย่าง Digital Economy

ผมจะยังไม่ลงไปในรายละเอียดลึก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความหมาย และความแตกต่างของ Governance ในยุคก่อนปี ค.ศ. 2013 กับ Governance ความหมายใหม่ ที่เน้นในเรื่องการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ที่มีหลักการ โครงสร้าง และกระบวนการทำงานที่แตกต่างกันในช่วงเวลานี้นะครับ แต่จะออกความเห็นในภาพใหญ่ ๆ ที่ต่อเนื่องการพูดถึงโครงสร้างและกรอบการดำเนินงาน และแนวทางการบริหารโครงการ Digital Economy อย่างมีหลักการ มีนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งผมได้นำหลักการของ ISACA – COBIT 5 มาอธิบาย ตั้งแต่ DE ตอนที่ 1 มาถึงตอนที่ 7 และจะมีต่อเนื่องในตอนต่อ ๆ ไป ทั้งนี้กรอบของ DE ที่จะพัฒนาตามแนวทางและหลักการของ COBIT 5 นั้นจะอยู่ภายใต้และควรจะปรากฎในโครงสร้างใหญ่ที่สุดที่เป็น Mind Map ของ DE ที่ควรอยู่ในรูปแบบของ Gantt และ/หรือ PERT (Program Evaluation and Review Technique) Charts ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพสำหรับการบริหารทุกโครงการ โดยมีการนำมาใช้และประยุกต์ให้เหมาะสมกับโครงการที่เกี่ยวข้องเช่น DE

ก่อนที่ผมจะคุยกับท่านในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อ ๆ ไปนั้น ผมใคร่ขออธิบายถึง Gantt และ PERT Charts ที่เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ “CPM – Critical Path Method” มีประโยชน์ในการบริหารโครงการดังนี้ :-

  • เพื่อใช้ในการบริหารงานแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปตามลำดับสำคัญ ก่อน-หลัง หรือพร้อมกันสำหรับงานบางลักษณะ ก่อนที่จะก้าวไปสู่การทำงานในขั้นตอนต่อ ๆ ไป ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการขนาดใหญ่อย่าง DE
  • เพื่อช่วยให้ผู้รับผิดชอบโครงการในภาพของ DE โดยรวม และผู้รับผิดชอบของกระบวนการงานย่อย ๆ สามารถบริหารเวลา บุคลากร การใช้เครื่องไม้เครื่องมือ และทรัพยากรต่าง ๆ ที่เหมาะสมได้ ภายใต้กรอบของงานนั้น ๆ
  • ให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า มีการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมและมีเครื่องมือที่เหมาะสม ในสถานที่ที่เหมาะสมกับงาน และสามารถจัดการได้ภายใต้กรอบเวลาของเป้าหมายตามที่กำหนด
  • ช่วยให้ผู้รับผิดชอบ หรือผู้จัดการโครงการ สามารถเฝ้าติดตามความก้าวหน้าของโครงการ และของงานตามที่ได้รับมอบหมาย ได้อย่างเป็นกระบวนการ

ซึ่งขั้นตอนข้างต้นนั้น สามารถใช้หลักการของ COBIT 5 ตามที่ได้กล่าวในตอนที่ 1 – 7 ได้ อย่างมั่นใจ

ตัวอย่าง Gantt – PERT Charts เบื้องต้นจะเป็นดังนี้ครับ

Example : Gantt Chart

Credit : http://www.pmithai.org/can-backward-planning-make-a-project-schedule-meet-the-deadline/

 

Example : PERT Chart

Credit : http://www.dreamstime.com/stock-illustration-pert-diagram-educational-template-vector-used-to-monitor-evaluate-review-ongoing-project-image43293165

ทั้ง Gantt Chart และ PERT Chart มีโปรแกรมสำเร็จรูปแบบเป็นฟรีแวร์ สามารถดาวน์โหลดใช้งานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เช่น โปรแกรม Open Project ซึ่งโปรแกรมนี้มีความสามารถครอบคลุมตั้งแต่เริ่มต้นการออกแบบโครงการ และสร้างโครงสร้างของงาน สามารถเพิ่มและจัดการกับงานหลัก และงานแยกย่อยต่าง ๆในโครงการนั้น ๆ รวมถึงการบริหารทรัพยากรที่ใช้อย่างถูกต้อง โดยผ่านการคำนวณพร้อมทั้งประเมินและสรุปความคืบหน้าของโครงการ จัดสรร วิเคราะห์ และวางแผนงาน (Schedule) ในโปรเจ็กต์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และรองรับไฟล์ Microsoft มีการตั้งเวลาให้กับโครงการ มีการแสดงในรูปแบบ Gantt Charts, Network Diagrams (PERT Charts), Work Breakdown Structure (WBS) and Resource Breakdown Structure (RBS) charts, Earned Value costing และอื่น ๆ ตามที่ต้องการ สำหรับโปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้ในการบริหารโครงการแบบเสียค่าใช้จ่าย มีให้เลือกหลากหลายในการใช้งาน เช่น PM Microsoft เป็นต้น

นอกจากนี้ การใช้ Gantt Chart และ PERT Chart ก็ยังมีรายละเอียดที่ต้องศึกษาและติดตาม และมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอตามสภาพแวดล้อมที่ได้เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ดี โครงสร้างของหน่วยงานกำกับที่จะต้องมีการออกแบบให้เหมาะสม เพื่อใช้ในการกำกับดูแลโครงการ DE และติดตามการบริหารการจัดการโครงการ DE ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น จะต้องมีหลักการและกรอบการดำเนินงานที่ควรกำหนดเป็นนโยบาย DE อย่างชัดเจน ไม่กำกวมให้ต้องตีความที่อาจจะแตกต่างกันของบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้อง

DE ในตอนที่ 8 นี้ ผมจะมีคำถามชวนคิด ชวนไตร่ตรอง ที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการดำเนินงานที่สำคัญ ๆ และอาจเป็นจุดหักเหของความสำเร็จที่สามารถสร้างปัญหา และถ่วงเวลา ของแต่ละโครงการที่เกี่ยวข้องกับ DE อย่างบูรณาการที่แน่นอนว่า ยังจะใช้การบริหารโครงการที่มีแบบแผน ตาม Gantt Chart และ PERT Chart ที่มีความเข้าใจตรงกันของผู้ัที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ DE นี้ ต้องการ “ผู้นำที่เข้าใจจริง” อย่างเป็นกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอน Input – Process – Output ตามองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

ดังนั้น เราลองมาตั้งคำถาม เพื่อหาคำตอบ และจากคำตอบที่ได้รับจากผู้รู้จริง มาตั้งคำถามใหม่ และวนเวียนในลักษณะเช่นนี้ จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นแนวทางในการก้าวเดินของการพัฒนาในการบริหารโครงการเศรษฐกิจดิจิตอล – DE ในบางมุมมองในบริบทที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ :-

1. มีหลักการของ Governance ที่มีคำจำกัดความใหม่ กระบวนการกำกับดูแลใหม่ ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ความต้องการ เงื่อนไข และทางเลือกของผู้มีส่วนได้เสียตามโครงการ DE ได้รับการประเมิน เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลหรือประเทศต้องการ ให้บรรลุถึงความสมดุลและเห็นชอบร่วมกัน มีการกำหนดทิศทางผ่านการจัดลำดับความสำคัญและการตัดสินใจ และการเฝ้าติดตามผลการดำเนินงาน และการปฏิบัติตามเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว

2. มีการบริหารจัดการที่ผู้บริหารได้วางแผน สร้าง ดำเนินงาน และเฝ้าติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับทิศทางในการกำหนดโดยหน่วยงานกำกับดูแล (Governance Body) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ

3. มีวิสัยทัศน์ของเศรษฐกิจดิจิตอล – DE ได้กำหนดไว้ชัดเจน และมีความเห็นตรงกันในบรรดาผู้กำกับ ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ที่ใช้งานแล้วหรือยัง? และตามไปด้วยคำถามต่อเนื่อง

4. มีพันธกิจใดหรืองานใด ที่เกี่ยวข้องกับการก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ทางด้าน DE ในทุกมิติ และบริบทที่เกี่ยวข้องกับ Mind Map เช่น

4.1. การตอบสนองความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม โดยพิจารณาจาก

  • บริบททั่วไปทางด้าน – เศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การบริหารจัดการ การบริการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมีการใช้ข้อมูลสารสนเทศที่ควรได้รับจากโครงการ Digital Economy ในการขับเคลื่อนและสนองตอบความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ในการสร้างคุณค่าเพิ่มเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ ที่ควรจะมีความสัมพันธ์กับบริบททางด้านเทคโนโลยี โดยมีหลักการและวิธีการ รวมทั้งกระบวนการที่เหมาะสม?
  • บริบททางเทคโนโลยี – ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีผลต่อความสามารถของโครงการ DE ในการสร้างคุณค่าจากข้อมูลและสารสนเทศ หน่วยงานกำกับ ควรจจะกำหนดแนวทางพัฒนาทางด้าน จริยธรรมและคุณธรรมในเรื่องนี้อย่างไร?
  • บริบททางข้อมูล – ข้อมูลมีความถูกต้อง พร้อมใช้งาน เป็นปัจจุบัน และควรมีคุณภาพนั้น มีแนวทางใดที่หน่วยงานกำกับ ควรกำหนดทิศทาง และกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนในเรื่องนี้?
  • ทักษะ และความรู้ – ประสบการณ์ทั่วไป และทักษะด้านการวิเคราะห์ ด้านเทคนิค และด้านธุรกิจที่ควรปรับปรุง พัฒนา และอบรม เพื่อสร้างความเข้าสใจ ความรับผิดชอบ ในกิจกรรมและบทบาทที่เกี่ยวข้องกับตนของทุกหน่วยงาน?
  • บริบทด้านโครงสร้างการจัดองค์กรและวัฒนธรรม – ปัจจัยด้านการเมือง และองค์กร ชอบที่จะใช้ข้อมูลมากกว่าใช้สัญชาติญาณหรือไม่ และควรจะมีการปรับปรุงอย่างไร ใครควรจะเป็นเจ้าภาพ?
  • บริบทด้านกลยุทธ์ – วัตถุประสงค์ด้านกลยุทธ์ของ DE ควรมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนอย่างไร และควรจะมีการกำหนดเหตุการณ์ที่ชัดเจนและมีผลต่อการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เมื่อใด?
  • การบริหาร DE ที่ได้ดุลยภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงและความคาดหวังที่แตกต่างกัน จะบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้อย่างไร?

– มีการส่งทอดความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีผลประโยชน์ร่วมไปยังเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของ DE

– มีขั้นตอนในการส่งทอดเป้าหมายของ DE ไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT

– มีการกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ที่ส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จที่เกี่ยวข้อง

4.2. หลักการของ DE ที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์ตามข้อ 4.1

  • ได้มีการพิจารณาหรือการกำกับดูแลและการบริหารจัดการสารสนเทศ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่ครอบคลุมโครงการ DE อย่างทั่วถึง
  • บูรณาการควบคุม กำกับดูแล IT ในมุมมองของ DE ในการควบคุมกำกับดูแลด้าน DE ในภาพรวมที่สามารถบูรณาการเข้ากับระบบการกำกับดูแลใด ๆ ที่สอดคล้องกับมุมมองล่าสุดของการกำกับดูแล คือ Governance ในมิติใหม่ ที่เน้นในวัตถุประสงค์ของการกำกับดูแลคือ การสร้างคุณค่าเพิ่มจากการกำหนดผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ DE ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างได้ดุลยภาพ
  • มีการพิจารณาลักษณะงานที่ครอบคลุมหน้าที่งาน และกระบวนการทั้งหมดที่จำเป็นต้องกำกับดูแล บริหารจัดการด้านสารสนเทศ ในบริบทและมิติข้อ 4.1

4.3. มีการดำเนินงานที่บูรณาการเป็นหนึ่งเดียวที่เน้นในเรื่อง

  • ความสอดคล้องกับมาตรฐานและกรอบการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับโครงการ DE
  • มีการจัดสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายสำหรับการจัดโครงสร้างของข้อมูลสารสนเทศ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • บูรณาการองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในหลักการของ ISACA COBIT 5 ที่บูรณาการองค์ความรู้ทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันในการจัดทำโครงการ DE

4.4. มีการพิจารณานำปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จของโครงการ DE ซึ่งเน้นทางเรื่อง Governance ที่เป็นบทบาทของภาครัฐในการกำกับดูแลโครงการ DE ที่เกี่ยวข้องกับ IT ในภาพรวม ว่าจะต้องมีปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จอะไรบ้าง เช่น

  • หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่นำไปสู่การแปลงพฤติกรรมที่คาดหวังให้เป็นแนวปฏิบัติได้จริงสำหรับการบริหารจัดการโครงการ DE
  • กระบวนการ อธิบายถึงกลุ่มของแนวปฏิบัติและกิจกรรมที่ใช้บรรลุวัตถุประสงค์บางประการ และให้ผลลัพธ์เพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ IT โดยรวมตามโครงการนี้
  • โครงสร้างการจัดองค์กร ระบุถึงหน่วยงานที่เป็นหลักในการตัดสินใจในโครงการ DE ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่เป็น Critical Path ไปสู่ความสำเร็จ
  • วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ทั้งของแต่ละบุคคลและขององค์กรในหน่วยงานกำกับและการบริหารทุกโครงการ
  • สารสนเทศ ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในทุกองค์กร ซึ่งรวมสารสนเทศทั้งที่เกิดจากและที่ใช้โดยองค์กรในโครงการ DE
  • บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบงานที่ใช้สำหรับการประมวลผลและบริการอื่น ๆ ด้านเทคโนโลยี
  • บุคลากร ทักษะ และศักยภาพ เชื่อมโยงกันเข้ากับตัวบุคคลและเป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้กิจกรรมทั้งหมดสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องพร้อมทั้งดำเนินการแก้ไข

ปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จทั้ง 7 นี้ มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและแยกจากกันไม่ได้ เพราะปัจจัยหนึ่งจะมีผลกระทบต่อปัจจัยเอื้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ในองค์กรส่วนใหญ่ ความเสี่ยงทางด้าน IT ในภาพรวม มักจะไม่ได้ระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จทั้ง 7 ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ดังนั้น โครงการ DE ซึ่ง IT มีบทบาทสูงในทุกมิติ และทุกกระบวนการของการจัดการ หน่วยงานกำกับและผู้บริหาร ควรจะคำนึงถึงความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมายตามโครงการ DE จากปัจจัยเอื้อเหล่านี้ นอกเหนือจากความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ทราบกันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยเอื้อที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากร คือ การบริหารสารสนเทศ การบริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน ที่เกี่ยวข้องกับทักษะ และศักยภาพของบุคลากร

5. สรุป คำถามโดยย่อที่จะเกี่ยวพันกับ Mind Map ก็คือ

  • โครงการ DE ของรัฐบาลครั้งนี้ ผู้กำกับดูแลใช้หลักการ ใช้นโยบาย และวางกรอบในการกำกับดูแลและบริหารงานจากหลักเกณฑ์ใด? น่าเชื่อถือได้หรือไม่? เป็น Best Practice และหรือมาตรฐานใดในการพัฒนางาน
  • หากมี Best Practice หรือมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในการพัฒนางานตามโครงการ DE ในครั้งนี้ Best Practice หรือมาตรฐานนั้น ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในปัจจุบันเพียงไรในมุมมองหลัก ๆ ของ Governance และ Management
  • มีการพิจารณาปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ และ Critical Path ในลักษณะ Looking backward และ Looking foreward ที่ได้ Lesson Learned จากประสบการณ์ในอดีตว่าการวิเคราะห์ความเสี่ยงและการจัดการที่ดีในอนาคตอย่างไร
  • Mind Map ในกระบวนการใดที่ยังมีลักษณะเป็น Silo Based ที่มิใช่เป็นการบริหารแบบ Integrated Management/Integrated Thinking – Based อยู่ในกระบวนการของ DE หรือไม่
  • ปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร IT ตามโครงการ DE มีการนำไปใช้พิจารณา กำหนดกรอบในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการและนโยบาย ซึ่งเป็นภาพโดยรวมที่เป็น Key Sucess Factors ตามโครงการ DE เพียงใด
  • มีการสื่อสาร สร้างความเข้าใจในการให้คำจำกัดความของคำต่าง ๆ ที่ใช้ในโครงการ DE นี้ให้เป็นที่เข้าใจตรงกัน ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
  • Data Flow, Information Flow, Process Flow, Business Flow และ Network ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการกำกับดูแลที่ดี / Governance ที่อัพเดตล่าสุด ที่ใช้ได้กับโครงการ DE โดยตรง ซึ่งมีผลต่อคำถามหลักโดยรวมตามที่กล่าวข้างต้น และจะมีคำถามตามมาจากคำตอบที่ได้รับอย่างเป็นระบบ จนกระทั่งมีคำตอบหรือ Solution ที่เหมาะสมของโครงการ DE นี้ และมีการสื่อสารและเป็นที่เข้าใจตรงกันในบทบาทและหน้าที่ที่หน่วยงานกำกับพึงกระทำนั้น ภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับมีความพึงพอใจในระดับการกำกับ ควบคุม ดูแล ที่ดีในระดับใด จาก 5 ระดับ
  • คำว่าการบริหารงานอย่างโปร่งใส มีความหมายและมีความเข้าใจในการนำไปปฏิบัติ ซึ่งใช้เป็นกรอบในการกำกับและการบริหารจัดการที่ดีนั้น ควรมีคำตอบและแนวทางจัดการเช่นใด (โปรดดู DE ตอนที่ 6 – 7 ในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ)
  • นอกจากคำถามดังกล่าวข้างต้น หากผู้มีผลประโยชน์ร่วมเข้าใจตรงกัน จะนำหลักการ นโยบาย กรอบการดำเนินงานทางด้าน Governance ยุคใหม่ล่าสุดมาใช้ เพื่อผลสำเร็จตามโครงการ DE เพื่อความมั่นคง เพื่อความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้แนวความคิดอย่างเป็นระบบ เพื่อการจัดการที่ดีนั่นคือ Systematic Thinking Approack ซึ่งประกอบไปด้วย 1. คิดให้ครบจนจบความ ครบถ้วน ด้วยการเริ่มต้นด้วยจุดสุดท้ายจนจบและเริ่มต้นใหม่ (Integrated Thinking) 2. คิดในภาพรวมทั้งหมด (System Thingking) 3. คิดให้ลึกเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) 4. คิดให้กว้างอย่างสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ก็จะได้คำถามใหม่ ๆ ที่สามารถสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลตามโครงการ DE ได้เป็นอย่างดีนะครับ

DE ในตอนที่ 7-8 นี้ เป็นกระบวนการสำคัญที่จะวัดผลสำเร็จในอนาคตว่า โครงการ DE จะสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับประเทศในบริบทและในมิติต่าง ๆ ตามนโยบาย และวัตถุประสงค์หลักของโครงการ DE นี้ได้ดีเพียงใด ทั้งนี้ หน่วยงานที่สำคัญหน่วยงานหนึ่งที่ควรจะจัดไว้ในโครงสร้างของ DE ก็คือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพและกระบวนการจัดการด้าน DE ว่าอยู่ในหลักการ อยู่ในนโยบาย อยู่ในกรอบการดำเนินงาน การกำกับดูแลที่ดีหรือไม่ เพียงใด ซึ่งผมได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้น ๆ ในระยะนี้ ผมได้ยินข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับการเขียนเศรษฐกิจดิจิตอล – Digital Economy ว่าการนำหลักการ COBIT 5 มาใช้ในระดับประเทศตามโครงการ DE นี้ จะได้ผลเพียงใด COBIT 5 น่าจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการกำกับดูแล และการบริหารจัดการองค์กรในลักษณะบูรณาการ การดำเนินการทางธุรกิจ สำหรับการกำกับดูแล บริหารจัดการองค์กรเท่านั้น?

ข้อสังเกตข้างต้น เป็นข้อสังเกตที่ดี เป็นคำถามที่มีคุณค่า และผมดีใจที่ได้ยินคำถามและข้อสังเกตนี้ ผมใคร่ยืนยันว่าหลักการของ ISACA COBIT 5 ซึ่งให้แนวทางการบริหารจัดการองค์กรทั้งทางด้านธุรกิจ สำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการในุทกระดับของธุรกิจและทุกประเภทของธุรกิจ และทุกขนาดของธุรกิจ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับการบริหารจัดการทุกโครงการของทุกองค์กรในระดับประเทศได้อย่างมั่นใจด้วยครับ ซึ่งหากมีโอกาสผมจะขยายความของการนำ COBIT5 มาใช้ และวิธีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบ Governance ที่มีหลักการและคำจำกัดความใหม่ล่าสุด และเป็นที่ยอมรับและประยุกต์ใช้แพร่หลายอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เพราะการพัฒนา COBIT 5 มีการศึกษาค้นคว้ามายาวนาน ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้าน IT และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ จากาองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ครับ

นอกจากนี้ ผมได้อธิบายเพิ่มเติมในบางมุมมองเพื่อสร้างความเข้าใจในเวลาที่จำกัดให้มากขึ้น แต่ยังอยู่ภายใต้กรอบและหลักการของ COBIT 5 ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและการบริหารกิจการทุกประเภท ทุกระดับ ที่ดี

อนึ่ง COBIT 5 ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว แต่เป็นการสนับสนุนในองค์กรนำกระบวนการกำกับดูแล และบริหารจัดการไปใช้ โดยครอบคลุมถึงหัวข้อหลักและมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ องค์กรสามารถจัดให้มีกระบวนการต่าง ๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสม ที่ครอบคลุมวัตถุประสงค์ขั้นพื้นฐานของการกำกับดูแลและการบริหารจัดการองค์กรขนาดเล็ก ใช้เพียงไม่กี่่ขบวนการ ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่หรือโครงการระดับประเทศที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่า อาจจำเป็นต้องมีกระบวนการมากมาย ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเหมาะสมในแต่ละบริทและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 6)

การประเมินบทบาทหน้าที่ กิจกรรม และความสัมพันธ์ของการกำกับและการบริหาร Digital Economy บางมุมมอง

ในตอนที่ 5 ผมได้กล่าวในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลในภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการ นโยบาย และการกำหนดกรอบและขอบเขตของงาน ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับ Digital Economy ซึ่งในความเห็นของผมเป็นความจำเป็นยิ่งยวดที่เราควรจะทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า หลักการของ Digital Economy และหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดีทางด้าน DE-Digital Economy และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ตามนโยบายและเป้าหมายของรัฐบาล ในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิตอล โดยทางลัด กำหนดบทบาทตนเองในลักษณะของผู้กำกับดูแลงานทางด้าน DE ซึ่งอาจเรียกตนเองว่าเป็นผู้อำนวยความสะดวก หรือ Facilitator หรือผู้อำนวยการในการกำหนดกรอบการดำเนินงาน และเป็นผู้ประเมินผล เป็นผู้สั่งการ เป็นผู้เฝ้าติดตามกระบวนการจัดการ ซึ่งรวมทั้งการกำหนดโครงสร้าง และอื่น ๆ ผ่านนโยบายทางด้าน DE และภาครัฐได้ศึกษาและเตรียมดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การร่างกฎหมาย การกำหนดโครงสร้าง ซึ่งมีลักษณะอันอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการกำหนดกรอบ และทิศทางในการดดำเนินงานในการกำกับฯ เพื่อส่งทอดเป้าหมายไปยังในกลุ่มที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ และอาจวางแนวทางเพื่อให้ภาคเอกชนไปดำเนินการต่อ หรือกำหนดให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ ที่จำเป็นที่สอดคล้องกับแนวการกำกับของภาครัฐในฐานะผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดในการถ่ายทอดความต้องการบรรลุผลลัพธ์ ตามนโยบาย DE ของรัฐจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะประเมินตนเองในลักษณะที่เกรียกว่า CSA – Control Self Assessment หรืออาจจะใช้คำที่เข้าใจได้ง่าย ๆ ว่า ภาครัฐจำเป็นจะต้องประเมินศักยภาพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงในบทบาทของตนในกรอบการควบคุม กำกับดูแล IT ในระดับประเทศ และระดับองค์กร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตาม ในกระบวนการกำกับนั่นคือ :-

1. กระบวนการสร้างความมั่นใจในการกำหนดกรอบการดำเนินงานทางด้าน DE ที่มีหลักการที่ยอมรับได้

2. การสร้างความมั่นใจในกระบวนการส่งมอบผลประโยชน์ที่ประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์ตามความต้องการของธุรกิจ ที่เชื่อมโยงกับการดูแล IT และการบริหารทางด้าน IT

3. ความมั่นใจในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรทางด้าน IT เช่น

  • การสร้างคุณภาพและความน่าเชื่อถือให้กับสารสนเทศที่เป็น Input หรือ Output เข้าสู่หรือออกจากกระบวนการสู่เป้าหมายที่กำหนด
  • การมีบุคลากร/จัดให้มีบุคลากรที่ต้องมีทักษะ ความรู้ และความสามารถที่จำเป็น สำหรับงานหรือกระบวนการที่ตนเอง/สายงาน ต้องรับผิดชอบ และ
  • ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของการให้บริการสารสนเทศ เป็นส่วนที่ทำให้กระบวนการต่างๆ ขององค์กรดำเนินไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น เช่น ในการปฏิบัติงานตามกระบวนการหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากระบบงานเพื่อช่วยในการปฏิบัติงานตามกระบวนการนั้น

4. การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความโปร่งใสต่อผู้มีผลประโยชน์ร่วม และ

5. การบริหารความเสี่ยงของการกำกับดูแล IT ตามโครงการ DE ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับการบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายด้าน DE ภายใต้กรอบการกำกับดูแลทางด้าน DE ที่มีหลักการที่ดีและยอมรับได้ ที่ควรเข้าลักษณะ Good Practise ที่ควรเชื่อมโยงไปยังเป้าประสงค์หลักของ DE นั่นคือ การสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผล การยกระดับการแข่งขัน ในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเศรษฐกิจการเงิน การอุตสาหกรรม และการบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควรจะประกอบด้วย

  • กระบวนการทำงานที่ดีที่ต้องอาศัยหลักการบริหารแบบบูรณาการที่ควรจะเข้าใจอย่างแท้จริงของคำ ๆ นี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ การควบคุมการกำกับดูแล IT ระดับประเทศและระดับองค์กร ที่เชื่อมโยงและแยกกันไม่ได้กับเป้าประสงค์หลักของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ DE ทั้งในระดับประเทศ และระดับองค์กร
  • การกำหนดโครงสร้างของการกำกับและโครงสร้างขององค์กรที่ควรจะเชื่อมโยงกับกระบวนการอื่น ๆ ที่กล่าวข้างต้น และต้องเชื่อมโยงกับ
  • วัฒนธรรม จริยธรรม และความประพฤติของบุคลากรขององค์กร ซึ่งหัวข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และมีผลต่อความสำเร็จและการขับเคลื่อน นโยบายทางด้าน DE

ผมจะขอยกตัวอย่างของความเสี่ยงบางประการ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ทางภาครัฐ ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ตามที่ปรากฎในแผนภาพข้างต้น เช่น ในกรณีที่รัฐกำหนดโครงสร้างการบริหารที่อาจขาดหลักการที่ดี เป็นที่ยอมรับได้ อ้างอิงได้ จะมีผลทำให้การกำหนดทิศทางการบริหารและการจัดการที่เกี่ยวข้องกับ DE ซึ่งจะมีผลอย่างสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย มีปัญหาในทางการกำกับดูแล IT ที่ดี และสะท้อนไปยังปัญหาการบริหารและการจัดวางแนวทาง รวมทั้งการทำแผนงานที่สะท้อนไปยัง การจัดสร้าง จัดซื้อจัดหา การนำไปใช้ และการส่งมอบ การให้บริการทางด้าน IT มีปัญหาทั้งระบบ และมีปัญหาทั้งกระบวนการ ที่ทำให้การเฝ้าติดตาม วัดผลและประเมินผลขาดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ที่เกี่ยวข้องกับ Performance และ Conformance และจะมีปัญหาต่อไปยังการประเมินระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบความเสี่ยงในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ ผมใคร่ขอออกความเห็นในความเสี่ยงบางมุมมองอย่างสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ตามนโยบาย DE ที่จะสะท้อนไปยังหลักการบริหารและการควบคุมการกำกับดูแล IT ระดับประเทศและระดับองค์กร เพื่อก้าวสู่นโยบายของ DE ของภาครัฐดังนี้

1. หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน (Principles, Policies and Framework)
หลักการ นโยบาย ด้าน DE และกรอบดำเนินงานที่กำหนดไว้จะสะท้อนให้เห็นถึง ภาพรวม ทิศทาง กรอบแนวคิด หรือกรอบการปฏิบัติที่องค์กรต้องการให้บรรลุเพื่อบังเกิดความสำเร็จตามที่ต้องการ บุคลากรขององค์กรที่เกี่ยวข้อง ควรยึดตามหลักการ นโยบายที่กำหนดไว้และ ปฏิบัติตามอย่างสอดคล้อง เพื่อให้เกิดผลตามที่องค์กรต้องการ ดังนั้นหากปราศจากหลักการที่ดี มีนโยบายกำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้ว และการกำหนดภาพรวม ทิศทาง กรอบแนวคิด หรือกรอบการปฏิบัติที่ต้องการอาจไม่บังเกิดผลตามที่ต้องการได้ เช่น หลักการ “การใช้กรอบการดำเนินงานทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการก้าวสู่วัตถุประสงค์ทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอล สำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอทีระดับองค์กร ตามแนวทาง COBIT 5 and ISACA Framework” จะมีผลต่อการทำงานตามหน้าที่และกระบวนการที่ตนเองและสายงานต้องรับผิดชอบ ซึ่งสามารถส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของเศรษฐกิจดิจิตอลได้ โดยการประยุกต์และนำมาใช้อย่างเหมาะสม ตามบริบท (Context) ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่่มีส่วนในการกำหนดว่า องค์กร หน่วยงาน กระบวนการ หรือบุคคลควรจะมีการดำเนินอย่างไรในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

  • บริบททางเทคโนโลยี – ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีผลต่อความสามารถขององค์กรในการสร้างคุณค่าจากข้อมูล
  • บริบททางข้อมูล – ข้อมูลมีความถูกต้อง พร้อมใช้งาน เป็นปัจจุบัน และมีคุณภาพ
  • ทักษะ และความรู้ – ประสบการณ์ทั่วไป และทักษะด้านการวิเคราะห์ ด้านเทคนิค และด้านธุรกิจ
  • บริบทด้านโครงสร้างการจัดองค์กรและวัฒนธรรม – ปัจจัยด้านการเมือง และองค์กร ชอบที่จะใช้ข้อมูลมากกว่าใช้สัญชาติญาณหรือไม่
  • บริบทด้านกลยุทธ์ – วัตถุประสงค์ด้านกลยุทธ์ขององค์กร

หากการขับเคลื่อนการกำกับดูแลและการบริหาร Digital Economy ขาดหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ดี เป็นที่ยอมรับได้และเป็นสากลนั้น ย่อมจะเกิดความเสี่ยงในการสัมฤทธิผล ทั้งในด้านการกำกับโดยหน่วยงานภาครัฐ และการดำเนินงาน รวมทั้งการบริหารการจัดการทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน จะเกิดความสับสนในการกำกับและการบริหารแบบบูรณาการ ที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดต่อความสำเร็จตามกรอบเวลาที่ควรจะกำหนดอย่างเหมาะสม ที่สามารถวัดผลได้ ติดตามและปรับปรุงแก้ไขได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะมีปัญหาอย่างมากมายในมุมมองของการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ (Integrated Risk Management) ซึ่งมีผลต่อการประเมิน การสั่งการ การเฝ้าติดตามผล ทั้งในระดับการกำกับโดยหน่วยงานภาครัฐ และการจัดการในภาคเอกชน ซึ่งจะมีปัญหาที่อาจเรียกว่า PPP – Public, Private, Partner ทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศในอนาคตได้

หากท่านผู้อ่านได้ดูภาพตามที่ผมได้นำเสนอในเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 4 และตอนที่ 6 นี้ จะเข้าใจในเรื่องการบริหารแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงกระบวนการทางด้าน IT และ Business / Digital Economy and Technology Architecture และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารแบบบูรณาการ ที่เชื่อมโยงปัจจัยเอื้อสู่ความสำเร็จ ทั้ง 7 ประกาารอย่างแยกจากกันไม่ได้ และที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือ การกำกับดูแลกิจการและการบริหารที่ดี ไม่ว่าในเรื่องใดและบริบทใดก็ตาม จะต้องคำนึงถึง หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน (Principles, Policies and Framework) ก่อนจะพิจารณาดำเนินการและองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ตามแผนภาพข้างต้น) ซึ่งผมจะขอออกความเห็นในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ

อนึ่ง ความเห็นของผมที่เกียวข้องกับ Digital Economy ตั้งแต่ตอนที่ 1 และตอนต่อ ๆ ไปผมได้ความคิดมาจาก กรอบการดำเนินงานทางธุรกิจสำหรับการกำกับดูแล และการบริหารจัดการไอทีระดับองค์กรนั้น เป็นเครดิตของ ISACA สากลโดยแท้จริง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบความคิดและการกำกับ รวมทั้งการบริหารได้กับทุกองค์กร ในทุกธุกิจ และทุกขนาด โดยนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบทของงานที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่ารวมทั้ง Digital Economy ด้วย

ในตอนต่อไปผมจะได้พูดถึงปัจจัยเอื้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการในการก้าวไปสู่ความสำเร็จของ Digital Economy เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนของหน่วยงานภาครัฐ และผู้มีผลประโยชน์ร่วมนะครับ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 1)

มองไปข้างหน้ากับเศรษฐกิจดิจิตอล (Look Forward for Digital Economy)

พลเอกประยุกต์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลพลิกโฉมประเทศไทย ที่ได้จัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทราราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สรุปใจความได้ว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดให้มีนโยบายที่เรียกว่า Digital Economy หรือเศรษฐกิจดิจิตอล และนำเสนอต่อสภา ภายในเดือนมกราคม 2558 ทั้งนี้เพราะข้อมูลและสารสนเทศมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงทุน เพื่อให้กระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี สามารถลดต้นทุน ประหยัดเวลา และสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องจัดให้มีศูนย์ประมวลผลข้อมูลกลางระดับชาติ ที่มีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว เพื่อเชื่อมข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ในการพิจารณาและตัดสินใจของผู้บริหาร นักธุรกิจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลนี้ได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง รัฐบาลจะจัดให้มีการพัฒนา และให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของรัฐได้อย่างสะดวก และจะสร้างกลไกในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนทุกระดับ

การที่รัฐบาลจะส่งเสริม และผลักดันให้มีนโยบายทางด้าน Digital Economy หรือที่เรียกกกันว่า เศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยไปอีกก้าวหนึ่ง และเป็นก้าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะ Digital Economy ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการบริหารการจัดการในทุกระดับ อันเกิดจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยียุคใหม่ ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และมีผลกระทบไปถึงกระบวนทัศน์ หรือแนวความคิดใหม่ของการบริหารและการจัดการที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ซึ่งเป็นไปตามหลักการบริหารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) นั้น มีเรื่องที่ควรพิจารณานอกเหนือจากการปรับปรุง กฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบและคำสั่งต่าง ๆ ที่มีความขัดแย้งกับกระบวนการตัดสินใจที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในเรื่องของ Digital Economy บางมุมมองดังต่อไปนี้

รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรจะพิจารณาประเด็นและระบุปัญหา อุปสรรคในการก้าวไปสู่ Digital Economy ในทุกมุมมองของกระบวนการดำเนินงาน โดยมีกรอบในเรื่องนี้คือ

1. ความเข้าใจและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ซึ่งมีความเข้าใจและความต้องการที่แตกต่างกัน และมีแนวคิดที่ไม่เหมือนกัน ในการก้าวไปสู่การดำเนินงานตามนโยบายทางด้าน Digital Economy ซึ่งจะมีผลต่อกระบวนการดำเนินงานอย่างสำคัญ หากขาดดุลยภาพในการสนองตอบต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ดังนั้น การกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ควรจะกำหนดเป็นกรอบที่ชัดเจน โดยกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง ปฏิบัติได้ วัดผลได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และนโยบายทางด้าน Digital Economy ของประเทศ และควรมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนที่จะบรรลุผลในแต่ละขั้นตอน และในแต่ละกระบวนการของโครงการต่าง ๆ ที่จะตามมา

2. ความคาดหมายที่พึงได้รับตามนโยบาย Digital Economy ควรพิจารณาถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ชื่อว่า รัฐมีการกำกับและดูแลกิจการที่ดี ตามนโยบายและแผนงานทางด้าน Digital Economy องค์ประกอบหลักที่ควรพิจารณา เพื่อให้แน่ใจว่า การสร้างคุณค่าเพิ่มจากนโยบายนี้จะบังเกิดขึ้นก็คือ ความมั่นใจในผลประโยชน์ที่จะได้รับ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ที่เกี่ยวกับ…

ก. กระบวนการทำงานที่มีคุณภาพ ที่ควรจะต้องเชื่อมโยงเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายระดับองค์กร กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ได้อย่างแนบแน่น

ข. การพัฒนาทักษะ ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานระดับต่าง ๆ ในการสร้างคุณค่าเพิ่มในระดับประเทศ ระดับองค์กร และในระดับหน่วยงาน ถึงกระบวนการขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าเพิ่ม ในมุมมองของเป้าหมายที่ไม่ใช่ IT และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT

ค. การสร้างความพึงพอใจให้กับ ผู้มีผลประโยชน์ร่วม ในมุมมองของความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูลและสารสนเทศ ที่ได้รับจาก National Data Center เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดพันธกิจ วางแผนทางกลยุทธ์ จากข้อมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพ และใช้ในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ข้อมูลและสารสนเทศร่วมกัน ข้ามสายงาน ข้ามองค์กร ข้ามประเทศ

ง. การให้บริการที่รวดเร็ว มีคุณภาพและประหยัดต้นทุน ปัจจัยนี้ จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นการวัดผลการดำเนินงาน ตามนโยบาย Digital Economy อย่างแท้จริง

3. ความต้องการของผู้มีผลได้เสียตามนโยบายนี้ นอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะเข้าใจถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากนโยบายนี้แล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารในองค์กรของรัฐ ทั้งภาครัฐ และเอกชน และหน่วยงานที่เป็นอิสระ หรือกึ่งอิสระ ควรพิจารณาผลประโยชน์ที่จะได้รับตามโครงการนี้ ให้ได้ดุลยภาพกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ที่ต้องคำนึงถึง ความเสี่ยงในระดับองค์กร (Non – IT และ IT) กับดุลยภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศและของหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริงนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรมีความเข้าใจอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ ข้อ 1., 2. และ 3. เป็นอย่างดี นอกจากที่กล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะเชื่อมโยงความเข้าใจดังกล่าวในทั้ง 3 ประเด็น มาเชื่อมโยงกับเป้าหมายของปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ (Enablers) ทั้งทางด้าน IT และ Non – IT ในทุกองค์ประกอบหลัก และองค์ประกอบย่อย รวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ที่เชื่อมโยงไปสู่ความสำเร็จตามนโยบาย Digital Economy ทั้งนี้ เป้าหมายระดับประเทศที่เชื่อมโยงไปยังเป้าหมายระดับองค์กร ที่เป็นเรื่อง Non – IT ทุกเรื่อง จะต้องเชื่อมโยงและจัดให้มีความสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT อย่างแยกกันไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการขับเคลื่อนความสำเร็จของ Digital Economy ตามนโยบายของรัฐ ซึ่งเป็นก้าวกระโดดในการผลักดัน กระบวนการบริหารและการจัดการอย่างบูรณาการอย่างแท้จริง ความเสี่ยงหรือจุดอ่อนที่จะทำให้โครงการนี้ประสบกับปัญหาในอนาคตก็คือ People – Process – Technology ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) ที่เกี่ยวข้องกับความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการบริหารความเสี่ยง ที่ต้องได้ดุลยภาพกับการบริหารทรัพยากร

อนึ่ง ก่อนที่ผมจะจบข้อเขียนของผมในหัวข้อ Digital Economy นี้ ซึ่งเป็นกรอบใหญ่เบื้องต้น ของการให้ข้อสังเกตของกระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี ตามหลักการ Governance (Corporate Governance + IT Governance) มีเรื่องที่ผมได้กล่าวตอนท้าย ๆ ว่า เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ควรจะส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ซึ่งใกล้เคียงกับหลักกาารบริหาร 7-S Model ดังนี้

  • ความรู้ ความเข้าใจในหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ดี
  • ความรู้ ความเข้าใจในหลักการของกระบวนการบริหารงานที่ดี ที่ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง การผลักดันและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ในองค์ประกอบที่กล่าวข้างต้น
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง โครงสร้างการจัดองค์กร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกหน้าที่่ และความรับผิดชอบให้เหมาะสมกับนโยบาย Digital Economy
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ที่สามารถส่งต่อไปยังความสำเร็จของเป้าหมายระดับองค์กร และเป้าหมายระดับประเทศ ได้ในที่สุด
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง การบริหารข้อมูลและสารสนเทศ และการสร้างความน่าเชื่อถือได้ของสารสนเทศ ที่ประมวลโดย National Data Center และการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการให้บริการ การจัดโครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน
  • ความรู้ ความเข้าใจของการพัฒนาบุคลากร ทักษะ และศักยภาพ ในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้กำหนดนโยบายและการบริหารงานตามนโยบาย Digital Economy ผู้บริหารระดับสูง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยเอื้อดังกล่าวส่วนใหญ่ในวงการบริหารหลายแห่ง อาจมีความเข้าใจ และให้ความสำคัญในเรื่องนี้ที่แตกต่างกันมาก ซึ่งจะมีผลอย่างสำคัญต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ผมจะออกความเห็นและให้ข้อสังเกตที่อาจจะมีประโยชน์ได้บ้าง ในมุมมองตามที่กล่าวข้างต้น โดยขยายความในแต่ละหัวเรื่องใหญ่ และหัวเรื่องย่อยที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงอย่างแยกกันไม่ได้ ระหว่างเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายขององค์กรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่อง Non – IT กับเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายขององค์กรต่าง ๆ ในเรื่อง IT หรือ IT – Related ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายที่เป็นความต้องการของรัฐบาล และผู้มีผลประโยชน์ร่วม ทั้งในและต่างประเทศตามที่จะได้กล่าวในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ