Posts Tagged "Digital Economy and Governance"

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 11)

โครงสร้างการกำกับดูแลและการบริหารแบบบูรณาการ ตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล

ในตอนที่ 10 นั้น ผมได้พูดถึงการกำกับเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการ ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาล มิใช่หน่วยงานกำกับภาครัฐ และได้กล่าวต่อไปว่า เจ้าของนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ควรเป็นรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ที่ควรเป็นผู้กำกับดูแลภาคการบริหารแบบบูรณาการ และได้กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลนั่นเอง ควรจะเป็นผู้กำหนดกรอบและการบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการนั้นอย่างไร และในท้ายที่สุด ผมได้เชื่อมโยงเรื่องข้างต้นกับแนวทางการแก้ไขปัญหาจุดอ่อน ที่อาจจะมี ของกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการ โดยมีรายละเอียดตามที่ปรากฎในเศรษฐกิจดิจิตอลตอนที่ 10 แล้วนั้น

ตอนท้ายของตอนที่ 10 ผมได้นำเสนอเป็นแผนภาพ แนวทางการบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการ ซึ่งเข้าใจว่า จะช่วยให้การอธิบาย การกำกับงานดังกล่าวของรัฐบาลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น มีความสะดวกในกรอบแนวความคิดที่ผมนำเสนอ (โปรดดูแผนภาพดังกล่าวในตอนที่ 10) จากแผนภาพดังกล่าวนั้น ค่อนข้างชัดเจนในตัวของมันเอง เพียงแต่ ความหมาย ที่เขียนไว้ว่า “กรอบการดำเนินงานเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการ” ซึ่งควรจะดำเนินงานโดยหน่วยงานกำกับภาครัฐ และควรจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานกำกับนอกภาครัฐ ตามภาพนั้นคืออะไร และจะมีนโยบาย มีกลยุทธ์ มีโครงการต่าง ๆ อย่างไร ที่รัฐควรจะกำหนดให้หน่วยงานกำกับภาครัฐ และหน่วยงานกำกับนอกภาครัฐตามแผนภาพนั้น ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง และน่าจะเหมาะสมภายใต้หลักการของ การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่ม (Governance) ที่สนองตอบต่อความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมในทุกระดับของกระบวนการจัดการที่ควรคำนึงถึงสภาพแวดล้อม วิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ที่สร้างความเชื่อมั่นต่อความต้องการของผู้่มีส่วนได้เสีย ในมิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ ประเทศจะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล โดยมีการบริหารความเสี่ยงที่ได้ดุลยภาพกับการใช้ทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตามวรรค 2 นั้น กล่าวสั้น ๆ ได้ว่า เป็นองค์ประกอบที่เกี่ยข้องกับ Governance เผื่อสนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ที่มุ่งประเด็นไปยังการสร้างคุณค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะในมิติของมาตรวัดสำหรับการประยุกต์ใช้ในแนวกำกับ และแนวปฏิบัติ (Lead Indicator – ดัชนีวัดผลนำ) และมาตรวัดความสำเร็จตามเป้าหมาย (Lag Indicator – ดัชนีวัดผลตาม) ที่เกี่ยวกับการวัดศักยภาพและทักษะของบุคคลากร การบริหารสารสนเทศ การบริหารโครงสร้างพื้นฐานและระบบงาน และการให้บริการ รวมทั้งปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จอื่น ๆ คือ กระบวนการทำงานที่เหมาะสม โครงสร้างของการกำกับตามที่อธิบายไว้ในแผนภาพตอนที่ 10 และแน่นอนว่าต้องเชื่อมกับวัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งมวล (มีรายละเอียดที่ไว้คุยกันต่ออีกมากในหัวข้อนี้) ซึ่งทุกปัจจัยดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินนงานของ เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy)

ผมได้เขียนมาตามข้างต้นทั้ง 3 แล้ว และดูภาพประกอบตามโครงสร้างของการกำกับและดูแลการบริหารแบบบรูณาการตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ก็ดูเหมือนว่ายังสับสนต่อการสื่อสารในระดับหนึ่งพอสมควรนั้น ขอให้ท่านดูแผนภาพตามที่ปรากฎในตอนที่ 10 (ช่วงตอน B) ซึ่งเป็นแผนภาพที่จะอธิบายได้ในตัวของมันเอง และไม่สับสนว่า เป้าหมายระดับประเทศตามระบบเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งเป็นเรื่อง Non – IT นั้น จะสามารถเชื่อมโยงกลับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ระดับประเทศอย่างไร และเกี่ยวข้องในมิติใดกับความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ในการสร้างคุณค่าเพิ่มตามนโยบายเศรษฐกิจดิตอล และทุกปัจจัยดังกล่าวนั้น จะสำเร็จไม่ได้ถ้าหากขาดการเชื่อมโยงกับเป้าหมายของปัจจัยเอื้อระดับประเทศ คือ Enabler Golas

GEIT – Governance Enterprise of IT ควรจะเป็นคำตอบของการกำกับดูแลและการบริหารจัดการ Digital Economy ของประเทศ

ดังนั้นในตอนที่ 11 นี้ ผมกำลังจะสรุปว่า หากการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลแบบบูรณาการ โดยการวิเคราะห์ปัญหาหรือจุดอ่อนที่อาจจะเกิดขึ้น หรืออาจจะมีอยู่ในปัจจุบัน (As – Is) ในกระบวนการพัฒนาเศรษกิจดิจิตอล ที่พิจารณาและควรจะเข้าใจถึงต้นเหตุ (Root Cause) ของความเสี่ยงและการควบคุม ควบคู่กันไปกับตัววัดความสำเร็จที่จะเกิดจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาลนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะทำการเปรียบเทียบกับ กรอบการดำเนินงานและการกำกับดูแล รวมทั้งการบริหารจัดการ IT ระดับประเทศอย่างไร เพื่อสนองตอบต่อนโยบาย Digital Economy นั่นคือ การเปรียบเทียบ As – IS กับ To – Be ที่ยึดหลักการ Best Practice และ Standard ในการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มที่เชื่อมโยงระหว่าง เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีระดับประเทศ ในบริบทของ Digital Economy กับเป้าหมายการได้รับประโยชน์จากนโยบาย Digital Economy ระดับประเทศ สนองตอบนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาล

ดังนั้น To – Be ในที่นี้ตามความเข้าใจของผมก็คือ การนำหลักการและการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่ผสมผสานระหว่าง IT Related Goals – National Wide) เชื่อมโยงกับเป้าหมายของเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy Goals / Policies) ที่จะก่อให้เกิดการสัมฤทธิ์ผลของกระบวนการสนองตอบต่อ Governance of Enterprise IT (GEIT) ระดับประเทศ เพื่อสนองตอบนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของนโยบายอย่างแท้จริง มีที่อ้างอิง เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ IT ขับเคลื่อนเป้าหามายของธุรกิจ ในลักษณะทั่วไปที่ทุกองค์กรได้ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการขับเคลื่อน Digita Economy ระดับประเทศได้อย่างมั่นใจ นั่นคือ รัฐบาลอาจใช้ Best Practice / Standards ที่เกี่ยวข้องกับหลักการ GEIT ตามที่กล่าวโดย

  1. กำหนดทิศทางการกำกับดูแลโดย การกำหนดกระบวนการดำเนินงาน Digital Economy ได้อย่างมั่นใจ
  2. สร้างความมั่นใจในการส่งมอบผลประโยชน์ให้กับ Stackeholder อย่างทั่วถึง
  3. สร้างความมั่นใจในกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมที่สอดคล้องระหว่าง IT Risks และ Enterprise Risks
  4. สร้างความมั่นใจในการใช้ทรัพยากรของประเทศที่สนองตอบนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลให้ได้ประโยชน์สูงสุด และ
  5. สร้างความมั่นใจในความโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างข้อ 1. – ข้อ 5. ที่ทุกระบวนการมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง

รัฐบาลจึงมีหน้าที่เพียงควบคุมกระบวนการกำกับดูแล IT ระดับประเทศ เพื่อสนองตอบนโยบาย Digital Economy ซึ่งเป็น IT-Based โดยการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตาม ผลสัมฤทธิ์ของกระบวนการตามที่กล่าว ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่สามารถมอบหมายให้กับคณะรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ใช้เป็นนโยบายในการกำกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานกำกับนอกภาครัฐ ซึ่งจะมีผลทำให้เกิดการบริหารแบบบูรณาการที่ควบคุมได้โดยนโยบายทางด้าน Governance ในมิติของ GEIT และแน่นอนว่าควรจะมีมาตรฐานการกำกับและการบริหารอื่น ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น Information Security / Cyber Security ซึ่งเป็นไปตามกรอบและหลักการของ Governance of Enterprise IT (GEIT)

ซึ่งกรอบดังกล่าว จะทำให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลแบบบูรณาการที่เข้าใจได้ตรงกัน ทั้งในระดับรัฐบาล กระทรวง ทบวน กรม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่สามารถสื่อสารกันได้สะดวก เพราะมีมาตรฐานของการกำกับดูแล และการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศ / องค์กร มาใช้อย่างเป็นสากล สำหรับรายละเอียดที่อยู่ภายใต้กรอบการกำกับตามแนว GEIT ดังกล่าวแล้วก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารในกระทรวง ทบวน กรม ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งก็อยู่ภายใต้กรอบตามแนวทางกำกับโดยใช้หลักการ Enterprise of IT หรือกรอบการดำเนินงาน ทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลระดับประเทศ /องค์กร / ธุรกิจ ซึ่งจะเกี่ยวกับ 1. การวางแนว จัดทำแผน และจัดระบบ 2. การจัดสร้าง จัดหา และนำไปใช้ 3. การส่งมอบให้บริการและสนับสนุน 4. การเฝ้าติดตามวัดผล และประเมินผล ตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น ๆ แล้วครับ

ความสับสนในกระบวนการสื่อสารและทำความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของภาครัฐและเอกชน ก็น่าจะมีการสื่อสารทำความเข้าใจกันได้สะดวก เพราะใช้ภาษาและกรอบในการดำเนินงานเดียวกันในทุกองค์กร ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งอาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับวิธีการดำเนินงาน วัฒนธรรม และโครงสร้าง++ ที่อาจจะแตกต่างกัน แต่ยังไม่ได้เป็นอุปสรรค์ต่อกระบวนการทำงานที่ใช้มาตรฐาน / Best Practise เดียวกัน

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 7)

โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ DE – Digital Economy ที่ควรศึกษา

ในตอนที่ 6 ผมได้กล่าวถึงปัจจัยเอื้อข้อที่ 1 ทางด้าน “หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน (Principles, Policies and Framework)” และตั้งใจที่จะเล่าสู่กันฟังว่า การขับเคลื่อน Digital Economy ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนทางด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ควรพิจารณาถึง”หลักการที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักและจะเชื่อมโยงกับภาคเอกชน อย่างเป็นกระบวนการนั้น จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยเอื้อทั้ง 7 ซึ่งนอกเหนือจากข้อ 1 ที่กล่าวในตอนที่ 6 แล้ว ยังมีปัจจัยเอื้ออีก 6 เรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญและมีความสัมพันธ์กันและกันอย่างแยกกันไม่ได้ และเกี่ยวข้องหรือโยงใยกับกิจกรรมต่าง ๆ ของไอทีระดับองค์กร และปัจจัยเอื้อ (Enablers) ทั้ง 7 ยังเชื่อมต่อไปยังเชื่อมต่อไปยัง IT-Related Goals และเชื่อมไปยัง Business Goals หรือ Digital Goals ซึ่งเป็นเป้าประสงค์หลักของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นทางด้าน Digital Enconmy in Thailand ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ระดับประเทศที่ครอบคลุม Business Goals ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในระดับกว้างและลึกไปทั่วไปประเทศนั้น ผู้ขับเคลื่อนทางภาครัฐ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Stakeholders หลัก จำเป็นจะต้องพิจารณาโครงสร้าง ตามที่ได้กล่าวข้างต้นด้วย

ผมใคร่ขอนำกรอบการดำเนินงานทางด้านธุรกิจหรือ Digital Economy สำหรับการกำกับดูแลบริหารจัดการไอทีระดับองค์กร ซึ่งในที่นี้คือการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศ เพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดีในุมุมมองทางด้าน Digital Economy ซึ่งจะต้องมีการนำหลักการของ ISACA – COBIT 5 มาประยุกต์ใช้กับบริบททางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลระดับประเทศให้ได้อย่างเหมาะสม ในทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะแสดงในภาพรวมดังนี้

วัตถุประสงค์ของเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ตามภาพดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลในรูปแบบบูรณาการ เพื่อการกำกับดูแลและบริหาร Digital Economy แบบครบวงจร เพื่อให้ Digital Economy ระดับประเทศนั้น ก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวทางของรัฐบาลซึ่งจะเป็นวาระแห่งชาติที่จะเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาขีดความสามารถทั้งผู้ให้บริการภาครัฐ ทั้งผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบโครงสร้างการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูล และกระบวนการทำงานอย่างสิ้นเชิง โดยมีการปฏิรูปองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างวัฒนธรรม และวิธีคิดใหม่ การบริหารความเสี่ยงในองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องระดับสูง จนถึงระดับปฏิบัติการ การบริหารทรัพยากรด้านข้อมูลสารสนเทศ กระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของหน่วยงานผู้กำกับทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานกำกับที่ขับเคลื่อน Digital Economy และการดำเนินโครงการด้วยการบรูณาการข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ มีวิธีการคัดเลือกโครงการและการประเมินผลของโครงการอย่างเหมาะสม ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามคำจำกัดความใหม่ที่เน้นการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation)

เสาหลักในกระบวนการขับเคลื่อน และวางกรอบการกำกับ Digital Economy อย่างเป็นกระบวนการที่ดีนั้น จะยึดหลักโครงสร้างตามแผนภาพดังกล่าวข้างต้น นั่นคือ ยึดหลัก Governance and Value Creation เพื่อ Stakeholders อย่างได้ดุลยภาพกับความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมหรือผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งการมีกฎหมาย สนับสนุนและรองรับทุกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล มีการกำหนดคำนิยามและคำจำกัดความ มาตรฐานต่าง ๆ (Standard) ที่จำเป็นต้องใช้ ข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ข้อมูล กระบวนการและการนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อน Digital Economy และข้อสำคัญก็คือ ควรมีการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการทีดี โดยการบริหารแบบบูรณาการตามหลักการของ ISACA – COBIT 5 ที่มีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี้

1. ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย

2. ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร/ทั่วทั้งประเทศ ตามแผน Digital Economy

3. ประยุกต์ใช้กรอบการดำเนินงานที่บูรณาการเป็นหนึ่งเดียว

4. เอื้อให้วิธีปฏิบัติแบบองค์รวมสัมฤทธิ์ผล

5. การแบ่งแยกการกำกับดูแลออกจากการบริหารจัดการ

โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ตามกรอบและโครงสร้างข้างต้น ดังนี้

  • ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนมากขึ้นในการกำหนดสิ่งที่คาดหวังจากสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง (ประโยชน์ที่ได้รับ ณ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และด้วยต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง) และลำดับสำคัญของแต่ละสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่า คุณค่าที่คาดหวังนั้นจะได้รับการส่งมอบจริง ซึ่งความคาดหวังที่แตกต่างกันของผู้มีส่วนได้เสียนี้ ต้องได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิผล มีความโปร่งใส และบรรลุผลลัพธ์ได้จริง
  • ระบุถึงความสำเร็จระดับประเทศ ที่ต้องพึ่งพากลุ่มธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องกับด้านไอทีจากภายนอกมาขึ้น เช่น ผู้ให้บริการภายนอก ผู้ขาย ที่ปรึกษา ลูกค้า ผู้ให้บริการ Cloud และอื่น ๆ ตลอดจนวิธีการและกลไกต่าง ๆ ที่ใช้เป็นการภายในเพื่อส่งมอบคุณค่าตามที่คาดหวัง
  • รับมือกับปริมาณสารสนเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเลือกสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สารสนเทศเองก็จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งการมีต้นแบบสารสนเทศที่มีประสิทธิผลจะสามารถช่วยได้
  • รับมือไอทีที่กำลังแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งไอทีจำเป็นต้องบูรณาการให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางธุรกิจ โครงสร้างการจัดองค์กร การบริหารความเสี่ยง นโยบาย ทักษะ กระบวนการ และอื่น ๆ โดยที่บทบาทของผู้บริหารสูงสุดด้านสารสนเทศ (CIO) และหน้าที่งานด้านไอทีกำลังค่อย ๆ วิวัฒนาการไปจากเดิม บุคลารในหน่วยงานมีทักษะด้านไอทีมากขึ้น มีส่วนร่วม หรือกำลังจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการปฏิบัติการด้านไอทีมากขึ้น ซึ่งจะต้องบูรณาการให้เข้ากับแผนงาน โครงการในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลมากขึ้น
  • ให้แนวทางเพิ่มเติมในเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ออกมาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์คิดค้น การพัฒนา ซึ่งอาจหมายถึงการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็ว และมีคุณภาพในระดับที่สูงขึ้นด้วย
  • ครอบคลุมความรับผิดชอบในหน้าที่งานทั้งทางด้านบริหารและด้านไอทีอย่างครบวงจร และครอบคลุมทุกแง่มุมที่จะนำไปสู่การกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศอย่างมีประสิทธิผล เช่น โครงสร้างการจัดองค์กร นโยบาย และวัฒนธรรม นอกเหนือจากกระบวนการ
  • มีการควบคุมที่ดีขึ้นสำหรับกระบวนการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จด้านไอที (IT Solution) ที่ผู้ใช้เป็นผู้ริเริ่มหรือที่อยู่ในความควบคุมของผู้ใช้
  • การสร้างคุณค่าผ่านทางการใช้ไอทีระดับประเทศอย่างมีประสิทธิผลและสร้างสรรค์
  • ความพึงพอใจของผู้ใช้กับการทำงานและบริการด้านไอที
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนดตามสัญญา และนโยบายที่เกี่ยวข้อง
  • ความเชื่อมโยงที่ดีขึ้นระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียกับวัตถุประสงค์ด้านไอที
  • เชื่อมโยง หรือทำให้เกิดความสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานและมาตรฐานอื่น ๆ ที่มีใช้กันอยู่
  • บูรณาการกรอบการดำเนินงานและแนวทางที่สำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี แต่ยังคงพิจารณาถึงต้นแบบทางด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ (Business Model for Information Security) รวมถึง กรอบการดำเนินงานสำหรับความเชื่อมั่นด้านไอที (IT Assurance Framework – ITAF) โดยให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และให้พื้นฐานในการบูรณาการกรอบการดำเนินงานมาตรฐานและแนวปฏิบัติอื่น ๆ มารวมกันเป็นกรอบการดำเนินงานเพียงหนึ่งเดียว

ดังนั้น โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ DE – Digital Economy จึงน่าจะเป็นไปตามกรอบที่ได้กล่าวถึงข้างต้น สำหรับโครงสร้างของแต่ละองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับโครงการ Digital Economy ตามนโยบายของภาครัฐ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะมีโครงสร้างในการกำกับและดำเนินการอย่างไรนั้น จะขึ้นกับการกำหนดสถาปัตยกรรมทางด้าน Digital Economy ในภาพรวม ที่ถ่ายทอดลงมาเป็นกระบวนการ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขึ้นกับบริบทดังต่อไปนี้

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 8 ผมจะขอขยายความในส่วนที่่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ