Posts Tagged "Digital Economy in Thailand"

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 12)

การบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ Governance & Management ในมุมมองของ Digital Economy บางประการ

ตั้งแต่ผมได้เขียน เศรษฐกิจดิจิตอล ตอนที่ 1-11 เป็นต้นมานั้น ความตั้งใจของผมก็มีเพียง การออกความเห็นในหลายมิติ ที่มีผลต่อการสร้างคุณค่าเพิ่ม ที่ควรมีกระบวนการที่ชัดเจน ตั้งแต่ระดับบนสุด ถึงระดับปฎิบัติงาน ที่มีหลักการ นโยบาย กรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน ไม่กำกวม มีการกำหนดกรอบและทิศทางการดำเนินงานที่เหมาะสม เป็นกระบวนการ เป็นขั้นตอน เพื่อการกำกับงาน DE ซึ่งควรประกอบไปด้วยปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความาสำเร็จ ดังนี้ :-

: มีกระบวนการ และ โครงสร้าง DE ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แสดงความสัมพันธ์กันอย่างมีกระบวนการ ตามปัจจัยเอื้อต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความสำเร็จแบบบูรณาการ ที่อธิบายถึงกลุ่มของแนวปฎิบัติ และกิจกรรมที่ใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ และให้ผลลัพธ์ที่สนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ ที่เกี่ยวข้องกับ IT โดยรวมได้

: มีและจัดให้มี วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ของประเทศและองค์กรและบุคลากร ที่ควรกำหนดคำจำกัดความอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่อาจยังเป็นจุดอ่อน ที่ไทยเราสามารถปรับปรุงได้ เพื่อความสำเร็จ ในกระบวนการบรรลุเป้าหมายในระดับ และมิติต่าง ๆ ที่ต้องการ ในที่นี้ก็คือ เป้าหมายสุดท้ายหรือสูงสุดของ DE ในการประเมินค่าของหมวดนี้ ไทยเรามักประเมินค่าหรือให้น้ำหนักน้อยกว่าเป็นจริงมาก ทั้งที่หลายประเทศที่เจริญแล้ว มักจะให้น้ำหนักในหมวดนี้สูงมาก เพราะเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จ ของกิจกรรมการกำกับและการบริหารจัดการ

: สารสนเทศ ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือต่อผู้มีผลประโยชน์ร่วม หัวข้อนี้นับว่าเป็นหัวข้อหรือหมวดหนึ่งที่สำคัญยิ่ง ต่อการกำกับดูแลและการบริหารที่ดี เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน แต่เป็นทรัพยากรทรงคุณค่าครอบคลุมทั้งองค์กร เกินกว่าร้อยละ 80 หรือมากกว่า ของสินทรัพย์ทั้งสิ้น (จากการสำรวจโดยหน่วยงานมีชื่อเสียงระดับโลก) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Digital Economy ที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเงิน การบริการ ความมั่นคง ที่ทำให้เกิดกลยุทธ์ใหม่ ๆ มูลค่าใหม่ ๆ จากนวตกรรมทางด้านเทคโนโลยี่ ที่ก่อให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบในการสร้างคุณค่าเพิ่มมากมาย ในทุกมิติของการแข่งขัน และกระบวนการบริหารแบบบูรณาการ ที่มีวิวัฒนาการกำกับและบริหารใหม่ ๆ เกิดขึ้น ที่ผู้กำกับงานด้าน DE และ องค์กรควรให้ความสำคัญและติดตามเป็นพิเศษ

: บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงานที่ดี เรื่องนี้ก็เป็นการบริหารทรัพยาการที่สำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ เพราะรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และระบบงานที่ใช้สำหรับการประมวลผลข้อมูล และบริการอื่น ๆ ด้านเทคโนโลยีแก่องค์กร และต่อประเทศ ในกรณีของ DE ที่จะเชื่อมโยงกับตัวบุคลากรที่ควรมีทักษะ และศักยภาพที่เหมาะสมกับการมี การใช้ การกำกับ การบริหาร IT ยุคใหม่ ที่กล่าวถึงการกำกับดูแล และการบริหารจัดการสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในมุมมอง ที่ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรหรือประเทศ ในกรณี DE อย่างครบวงจร โดยมีการกำกับและบริหารบุคคลากรอย่างเหมาะสมด้วย

: มีบุคลากรที่มีทักษะ และศักยภาพ ที่เหมาะสมกับการกำกับและบริหารแบบบูรณาการ การกำกับดูแลยุคใหม่ล่าสุด ที่เหมาะสมกับโครงการ DE ตามนโยบายของรัฐบาลนั้น ระบบ IT ต้องสามารถบูรณาการอย่างไร้รอยต่อ เข้ากับการกำกับดูแลใด ๆ ก็ตาม ได้ในทุกองค์กร

ดังนั้น ขอบเขตการกำกับดูแล ตามที่กล่าวโดยสรุปข้างต้น สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั่วทั้งองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภท และขนาดก็ตาม เราสามารถกำหนดการนำการกำกับดูแล ไปประยุกต์ใช้ในมุมมองที่แตกต่างกันไปของแต่ละองค์กร และจำเป็นจะต้องระบุขอบเขตของระบบของการกำกับดูแลนี้ให้ดีว่า จะใช้กำกับในระดับองค์กร หรือระดับประเทศ เช่นกรณี DE นี้เป็นต้น

นอกจากนี้ องค์ประกอบของการกำกับ การบริหาร จะเกี่ยวกับ บทบาท กิจกรรม หน้าที่ ความสัมพันธ์ของการกำกับดูแลฯ ซึ่งจะระบุว่าใครควรมีส่วนร่วมอย่างไร และบุคคลเหล่านั้นทำอะไร และจะมีปฎิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร ภายใต้ขอบเขตของการกำกับดูแล ที่ควรแยกการกำกับดูแล ออกจากการบริหารอย่างชัดเจน (โปรดติดตามจากตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องข้างต้น)

ท่านผู้อ่านครับ ผมตั้งใจจะเริ่ม DE ตอน ที่12 ด้วยหัวข้อ “การบริหารความเสี่ยง ที่เกี่ยวกับ Governance & Management ในมุมมองของ Digital Economy บางประการ” แต่เริ่มด้วยการทบทวน หัวข้อสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับ ปัจจัจเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการกำกับ และการบริหาร ก่อนเข้าสู่หัวเรื่องดังกล่าว ที่แยกกันไม่ได้ ในการบริหาร IT แบบบูรณาการ และ การบริหารองค์กรแบบบูรณาการ ตามที่ได้เล่าสู่กันฟังแล้วครับ หวังว่าท่านคงพอจำได้นะครับ

ถ้าเช่นนั้น หลักการ นโยบาย และกรอบการบริหาร DE แบบบูรณาการ ที่ผมไม่ได้กล่าวถึงในขั้นตอนทบทวนนี้ ท่านคงไม่ลืมนะครับว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่ดี มีทิศทางและกรอบชัดเจนสำหรับผู้กำกับฯ ผู้บริหาร และผู้ปฎิบัติ ด้านนี้นั้น เรามีการกำหนดชัดเจนกันแล้วหรือยัง นี่คือการร่วมด้วยช่วยกันออกความคิดเห็นจากประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น หลักการ และข้อสังเกตที่อาจใช้เป็นกรอบการกำกับ และบริหารแบบบูรณาการ ขออนุญาตไม่กล่าวซ้ำ ณ ที่นี้

เพียงแต่ขอย้ำ ความสำคัญของสารสนเทศ (Information) ในบางมิติก่อนไปเล่าสู่กันฟังในเรื่อง “การบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ” ในตอนต่อไปนะครับ

สารสนเทศ เป็นทรัพยากรหลักที่สำคัญมากของทุกองค์กร และของประเทศในทุกมุมมอง

เทคโนโลยี่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ตั้งแตได้จัดทำขึ้นจนถึงเวลาที่ทำลายทิ้ง เทคโนโลยี่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ และใช้กันอย่างแพร่หลายในองค์กร ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางสังคม สาธารณะ และธุรกิจ ด้วยเหตนี้ ในปัจุบันจึงยิ่งทำให้องค์กรและผู้บริหารระดับสูงต่างๆ ต้องเรียกร้องให้มี:-

: การดูแล รักษาสารสนเทศ ให้ได้คุณภาพสูง พื่อไปสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจ
: สร้างคุณค่าทางธุรกิจจากการลงทุน โดยมี IT เป็นปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ได้แก่ การใช้ IT อย่างมีประสิทธิผลและสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางกลยุทธ์และก่อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ
: บรรลุการปฎิบัติงานที่เป็นเลิศ ผ่านการใช้งานเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ และมีประสิทธิผล
: ดูแลความเสี่ยงที่เกี่ยวกับ IT ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
: ดูแลต้นทุนของการให้บริการทาง IT และต้นทุนทางเทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
: ปฎิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ข้อตกลงตามสัญญา และนโยบายที่เกี่ยวข้อง

ครับ ครั้งต่อไปเรามาคุยกันและเข้าเรื่อง “การบริหารความเสี่ยง ที่เกี่ยวกับ Governance & Management ในมุมมองของ Digital Economy บางประการ” กันนะครับ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 9)

กลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลสำคัญกว่าดิจิตอลเป็นอย่างมาก

ในตอนที่ 8 ผมได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ในภาพรวม โดยการตั้งคำถามเบื้องต้นในภาพระดับบนอย่างกว้าง ๆ เพียงเพื่อให้ข้อสังเกตและข้อคิด รวมทั้งมุมมองที่เกี่ยวกับหลักการ นโยบาย กรอบและขอบเขตของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลว่า เราควรคำนึงถึงปัจจัยผลักดันของผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของการกำกับและกระบวนการบริหาร รวมทั้งวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่จะมีผลต่อนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งก็ได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ตอนที่ 1 – 8 ในบางมุมมองที่ผมเข้าใจ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะมีหลายมุมมองหรือหลายมิติที่ผมอาจจะมองข้ามไป และไม่ได้กล่าวถึงมากนัก อย่างไรก็ดี ตามความเห็นของผม หน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการพัฒนาหมวดหมู่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Digital Economy ที่ผ่านมาก็ได้มีการพัฒนาองค์ประกอบและปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นในการขับเคลื่อน Digital Economy ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มแข็งอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของผู้ตรวจสอบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมุมมองของการตรวจสอบการกำกับ และการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการควบคุมที่สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างคุณค่าเพิ่ม ให้เป็นไปตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือ Governance ยุคใหม่ที่มีความหมายและคำจำกัดความแตกต่างจากหลักการของ Governance ในอดีตเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะมีวัตถุประสงค์หลักในเรื่องของ Governance ที่ใกล้เคียงกันคือ การสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ที่มีองค์ประกอบหลัก ๆ ของ Governance ก็คือ การสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล หรือ Digital Economy ประเทศจะได้รับผลประโยชน์ หรือได้ดุลยภาพกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากที่ผู้กำกับและบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลตามนโยบายไม่ควรเน้นเรื่องรูปแบบมากกว่าสาระ ที่ต้องพิสูจน์ได้ว่า หน่วยงานกำกับมีหลักการในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลที่ชัดเจนและสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงาน ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ก.ค. 2558 ผมได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น ควรจะมีการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันของความหมายคำว่า Digital Economy ซึ่งแน่นอนว่า ท่านคงหมายความไปถึง กระบวนการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลให้เป็นรูปธรรม ที่เห็นภาพ ๆ เดียวกัน ให้คำจำกัดความที่ตรงกัน มีทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจน มีการกำหนดกรอบ ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากเศรษฐกิจดิจิตอลในมิติและบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในแบบบูรณาการ ตามหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดียุคใหม่ ที่บทความนี้ได้ย้ำในหลายเรื่องตามที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น ๆ

การถ่ายทอดวิสัยทัศน์จาก Digital Economy มาสู่กลยุทธ์ หรือยุทธศาสตร์ หรือวิธีการที่นำไปสู่ความสำเร็จ

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 9 นี้ ผมจึงใคร่เน้นไปยังเรื่องกลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอล เพราะจากวิสัยทัศน์ การพัฒนาประเทศในทุกมิติและในทุกบริบทต่อจากนี้เป็นต้นไป จะเกี่ยวข้องกับดิจิตอลหรือข้อมูล สารสนเทศ ข่าวสารที่มาจากการประมวลข้อมูลหรือการรวบรวมข้อมูลจากการประมวลผลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศที่มาจากเทคโนโลยีดิจิตอล และกระบวนการกำกับและการบริหารที่ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับจะต้องเข้าใจถึงความเสี่ยง ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการมี การใช้ ข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพ มีมาตรฐานในการบริหารงานและการจัดการ ให้เป็นไปตามกรอบการดำเนินงานทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอล หรือทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องสำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศและระดับองค์กร โดยมีการปฏิบัติงานที่ข้ามสายงาน ข้าวหน่วยงาน ข้ามประเทศ ซึ่งจะไม่มีพรมแดนกีดขวางต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ

การที่ภาครัฐในฐานะผู้กำกับและผู้ผลักดันสำคัญในโครงการเศรษฐกิจดิจิตอล จึงเห็นควรประเมินความเหมาะสมของกลยุทธ์ Digital Economy – DE ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันว่ามีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สอดคล้องกับความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย มีมาตรฐาน และกรอบการดำเนินงานที่สัมพันธ์กับเป้าหมายระดับประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ที่มีการถ่ายทอดไปยังเป้าหมายเกี่ยวกับไอที และกระบวนการทางไอทีที่แน่นอนว่า จะต้องถ่ายทอดไปยังปัจจัยเอื้อต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ตามโครงการและนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลที่ควรกำหนดเป็นกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน และควรกำหนดบทบาท กิจกรรม และความสัมพันธ์ของการกำกับดูแล ซึ่งควรระบุว่าใครหรือหน่วยงานใดมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและกระบวนการมีส่วนร่วมนั้น มีส่วนร่วมอย่างไร และมีบุคคลใด หรือใคร ควรทำอะไร และควรมีการปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ในทุกระดับของกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้กรอบและขอบเขตของระบบงานทางด้าน Digital Economy สำหรับการกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอที

ตามวรรคสุดท้ายที่ผมได้กล่าวนั้น หากท่านผู้อ่านได้มีโอกาสดูภาพที่ผมได้นำเสนอไปในตอนต้น ๆ จะอธิบายได้ชัดเจนถึงบทบาทหน้าที่ กิจกรรม และความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนได้เสียหลัก ซึ่งในที่นี้ก็คือได้แก่ รัฐบาลที่จะมอบหมายงานให้หน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ที่อาจจะมีหลายหน่วยงานที่จะต้องทำงานผสมผสานกันในแบบบูรณาการ เพื่อกำหนดทิศทางให้ผู้บริหารแต่ละหน่วยงานของผู้กำกับภาครัฐ และ/หรือภาคเอกชน สั่งการและวางแนวทาง เพื่อการดำเนินงานและปฏิบัติตามนโยบาย กลยุทธ์ คำสั่ง ระเบียบวิธีการปฏิบัติ มาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานกลับไปยังผู้บริหารที่จะต้องเฝ้าติดตามผลการดำเนินงาน ในแต่ละคาบเวลาที่กำหนด และส่ง/หรือรายงานไปยังหน่วยงานกำกับดูแลที่รับผิดชอบในผลงาน ตามโครงการและแผนงานที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ และมีแบบแผน ซึ่งตอนนี้ ผมเข้าใจว่า หลักการบริหารโครงการ Digital Economy และแผนงานต่าง ๆ ที่แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีการทบทวน ประเมินผล สั่งการ เฝ้าติดตาม เพื่อให้แผนงานและโครงการต่าง ๆ เป็นไปตามเป้าหมายและเวลาที่กำหนด และรายงานผลต่อไปยังรัฐบาล ซึ่งพิจารณาได้ว่า เป็นเจ้าของโครงการและเป็นผู้มีส่วนได้เสียหลัก ที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโครงการและนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่ต้องการในคาบเวลาที่เหมาะสม

หากขาดกลยุทธ์ที่เหมาะสม และขาดการกำกับดูแลที่ดีที่มีมาตรฐาน มีหลักการ มีนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนที่สัมพันธ์กับการกำหนดกลยุทธ์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง นโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลก็น่าจะมีความเสี่ยงที่ประเทศหรือรัฐบาลไม่อาจยอมรับได้ ถึงตอนนี้ ผมเข้าใจว่า การกำหนดระดับความเสี่ยงหรือผลสัมฤทธิ์ที่ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย เช่น ขาดการควบคุม การตรวจสอบ การกำกับ การจัดการแบบบูรณาการ และขาดการติดตามอย่างแท้จริง ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ผู้กำกับดูแล ไม่ได้มีการพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ต่อการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามโครงการนี้ในแต่ละกระบวนการที่ชัดเจน และอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวข้างต้น

คำถามเพื่อประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์ในการเข้าสู่ Digital Economy บางมุมมอง

ดังนั้น ผมจึงมีคำถามชวนคิด ชวนตรอง ในเรื่องการประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอลในบางมุมมองต่อไปนี้

กลยุทธ์ด้านการกำกับดูแล DE

  • ทางรัฐ หรือผู้กำกับฯ มีกลยุทธ์ทางด้านหลักการ และกรอบการดำเนินงานที่เป็นบูรณาการหนึ่งเดียว ในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลอย่างไร
  • ได้กำหนดกลยุทธ์ที่ประเมินถึงความเหมาะสมทางด้านสภาพแวดล้อม วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของโครงการ Digital Economy ที่ปัจจุบันพิจารณาได้ว่าเป็นจุดอ่อนปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่ต้องมีการปรับปรุงควบคู่กันไปหรือก่อนการกำหนดกรอบและโครงสร้างของงานที่ชัดเจน เช่น ศักยภาพและความสามารถของบุคลากร วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ทักษะ โครงสร้างการจัดการ การสื่อสาร การทำงานร่วมกันข้ามสายงานและหน่วยงานที่เกี่ยวกับการกำกับและการจัดการ ที่อาจมีช่องว่างที่อาจปรับปรุงได้ด้วยกลยุทธ์อยู่พอสมควร
  • ทางรัฐ มีความชัดเจนและระบุความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม ที่มีน้ำหนักและความสำคัญแตกต่างกันอย่างไร
  • มีกลยุทธ์อย่างไรทางด้านการกำกับดูแล (Governance) ที่มั่นใจได้อย่างสมเหตุสมผลว่า สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่อธิบายได้ ตามหลักการ Governance ยุคใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลักที่สนองตอบต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย เช่น กลยุทธ์ในการกำหนดการได้รับผลประโยชน์ กลยุทธ์การกำหนดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ที่สัมพันธ์และได้ดุลยภาพกับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลที่ดี (Governance)
  • กลยุทธ์ในการก้าวสู่ Digital Economy มีขั้นตอนการส่งทอดเป้าหมายระดับประเทศ และโครงการ Digital Economy ในมิติต่าง ๆ ตามแนวทางของการบริหารแบบสมดุล สนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่สามารถอธิบายได้ชัดเจน
  • มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดเป้าหมายหรือผลสัมฤทธิ์ ระดับประเทศตามโครงการหรือนโยบาย DE ที่เชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ในการกำกับดูแล (การได้รับผลประโยชน์ ตามโครงการ DE ที่ได้ดุลยภาพการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมในการใช้ทรัพยากรที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งได้แก่ การบริหารสารสนเทศ การบริหารโครงสร้างพื้้นฐานและระบบงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคลากร ทักษะ และศักยภาพแบบบูรณาการ) ในมุมมองของมิติการวัดผลแบบสมดุล
  • มีกลยุทธ์ใดที่ให้ความมั่นใจได้ว่า เป้าหมายระดับประเทศทางด้าน DE ในทุกมิติของการบริหารแบบสมดุล ได้ส่งทอดไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที ซึ่งอาจสรุปได้ว่า มีกลยุทธ์ทางด้านไอทีที่สอดคล้องไปในทางเดียวกันกับกลยุทธ์ทางด้าน DE หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับ DE หรือกลับกัน และการบรรลุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีนั้น มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดวิธีการ หรือกระบวนการที่ให้เกิดความคล่องตัวทางด้านไอที ที่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายทางด้านกลยุทธ์ระดับประเทศทางด้าน DE และมีการกำหนดกรอบกลยุทธ์ใดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงทางด้าน DE และกระบวนการจัดการที่เหมาะสม และมีการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ
  • มีกลยุทธ์ใดที่กำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านไอที ที่เกี่ยวข้องกับมิติการวัดผลแบบสมดุลทางด้านไอที เช่น การพร้อมใช้ของสารสนเทศที่น่าเชื่อถือได้ และมีประโยชน์ในการตัดสินใจ มีไอทีที่ปฏิบัติตามนโยบายของเศรษฐกิจดิจิตอล และมีกลยุทธ์ใดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรและการเรียนรู้ ทั้งทางด้านไอทีและการบรรลุผลเป้าหมายทางด้านธุรกิจ DE รวมทั้งกลยุทธ์ใดในการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญในการริเริ่มงานเพื่อนวัตกรรมทางด้าน DE – Digital Economy
  • มีกลยุทธ์ใดหรือไม่ ที่อธิบายถึงวิธีการบรรลุเป้าหมายทางด้านไอที ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดต่อนโยบายและโครงการ Digital Economy นั่นคือ มีการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที กับกระบวนการปฏิบัติงานต่าง ๆ ในแต่ละหมวดของการกำกับดูแลไอทีที่เกี่ยวกับ Digital Economy หรือการกำกับดูแลการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศ เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เพราะการกำหนดเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอที จะต้องมีความชัดเจน และต้องมีความสัมพันธ์กับเป้าหมายของ DE ในระดับประเทศที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวจะต้องเชื่อมโยงไปยังกระบวนการทางด้านการกำกับ ซึ่งได้แก่ การประเมินผล การสั่งการ และการเฝ้าติดตามในหน่วยงานกำกับในระดับประเทศ ซึ่งน่าจะได้แก่ รัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และหากเป็นหน่วยงานก็จะได้แก่ การกำกับโดยคณะกรรมการของหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งผู้กำกับควรจะต้องติดตามผลการดำเนินงานของผู้บริหาร ในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร เช่น การบริหารจัดการ กรอบการบริหารการดำเนินงานทางด้านไอทีให้สัมพันธ์กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีและธุรกิจ

กลยุทธ์ด้านการบริหาร

  • มีกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีในมิติของกระบวนการที่ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ ในหมวดหมู่หลัก ๆ ได้แก่

การจัดวางแนวทาง การจัดทำแผนและจัดระบบ ตัวอย่างบางส่วนได้แก่ การบริหารจัดการกลยุทธ์ การบริหารสถาปัตยกรรมทางด้าน DE การบริหารจัดการนวัตกรรม การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การบริหารจัดการคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัย เป็นต้น

การจัดสร้าง จัดหาและการนำไปใช้ ตัวอย่างกลยุทธ์ในข้อนี้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบริหาร (Process) บางเรื่องได้แก่ การบริหารจัดการโครงการและชุดโครงการ DE การบริหารจัดการข้อกำหนดที่ต้องการ การบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบริหารไอทีและDE ให้สัมฤทธิ์ผล การบริหารจัดการความรู้และสินทรัพย์ การบริหารองค์ประกอบของระบบงาน เป็นต้น

การส่งมอบ บริการ และสนับสนุน ตัวอย่างกลยุทธ์ด้านนี้ก็คือ การกำหนดระบบบริหารจัดการการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการคำร้องขอบริการในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การบริหารจัดการปัญหา การบริหารจัดการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่อง การบริหารและบริการทางด้านความมั่นคงปลอดภัย การบริหารจัดการควบคุมกระบวนการทางด้านเป้าประสงค์ของ DE และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

การเฝ้าติดตาม วัดผล และการประเมิน ตัวอย่างในเรื่องนี้ได้แก่ วิธีการประเมินประสิทธิภาพ และความสอดคล้องในการดำเนินงานทางด้านไอที และที่เกี่ยวข้องกับ DE และเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การเฝ้าติดตาม วัดผล ประเมินผลระบบการควบคุมภายใน การประเมิน การติดตามวัดผลการปฏิบัติตามข้อกำหนดจากหน่วยงานภายนอก เป็นต้น

  • มีกลยุทธ์ที่เชื่อมโยงเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับไอทีที่ส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ทั้งนี้ มีแนวทางทางด้านกลยุทธ์ที่เกี่ยวกับปัจจัยเอื้อตามโครงการ DE ก็คือ

– หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน

– กระบวนการ

– โครงสร้างการจัดองค์กร

– วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม

– สารสนเทศ

– บริการ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน

– บุคลากร ทักษะ และศักยภาพ

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 9 ที่ผมได้พูดถึงเรื่องกลยุทธ์ของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิตอลตอนนี้ ผมมีความเห็นว่า เป็นตอนที่มีความสำคัญยิ่งยวดที่จะก่อให้เกิดความสำเร็จของโครงการและนโยบายทางด้าน DE เพราะกลยุทธ์เป็นวิธีการนำไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายและเป้าหมายทางด้าน DE ดังนั้น โครงการและนโยบายทางด้าน DE อาจเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคดิจิตอล ซึ่งอาจอธิบายต่อไปได้ว่า พันธกิจ – วิสัยทัศน์ – นโยบาย เป็นรูปแบบในการก้าวสู่ความฝันที่จะไปถึงตามเป้าประสงค์ที่ดีทางด้านเศรษฐกิจยุคดิจิตอล แต่หากประเทศหรือองค์กรกำหนดกลยุทธ์ทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลไม่เหมาะสม ทั้งในมุมมองการกำกับดูแล (Governance – Value Creation) และในมุมมองการบริหาร (Management) ที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจะไม่สามารถทำให้โครงการและแผนงานต่าง ๆ ตามนโยบาย DE บรรลุความสำเร็จอย่างมีคุณภาพได้

หากท่านเป็นผู้ตรวจสอบ หรือเป็นหน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบ ท่านลองทำการประเมินตนเองเพื่อการควบคุมความเสี่ยงในแบบ CSA – Control Self Assessment ซึ่งอาจทำได้หลายรูปแบบตามที่ผมได้เขียนไว้ใน www.itgthailand.com ในหมวดอื่น ๆ แล้วนั้น ก็จะทำให้เกิดข้อคิด ชวนตรอง ในการกำกับดูแลและการบริหารโครงการ Digital Economy ได้ตามสมควรนะครับ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 3)

เศรษฐกิจดิจิตอลกับข้อควรคำนึงพื้นฐาน ก่อนก้าวสู่การกำหนดนโยบาย

จากคำจำกัดความเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลหรือ Digital Economy ตามที่ได้กล่าวไว้ในตอนที่ 2 ผมเข้าใจว่า รัฐบาลและ/หรือหน่วยงานของรัฐ คงจะกำหนดนโยบายในเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อให้เป็นกรอบในการดำเนินงาน และเป็นการชี้ทิศทางที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมต่อ ๆ ไปนั้น การกำหนดกรอบการดำเนินงานสำหรับการกำกับดูแลและการบริหารการจัดการเศรษฐกิจดิจิตอลในภาพรวม ควรคำนึงถึงและเข้าใจปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ประเทศ องค์กร ผู้กำกับ ผู้บริหาร ควรพิจารณาในเรื่องนี้ก็คือ

  • การสร้างคุณค่าเพิ่มภายใต้กรอบเศรษฐกิจดิจิตอลที่มีผลต่อวิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย และกลยุทธ์ของประเทศ ที่จะพาประเทศไทยไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว
  • การบรรลุการปฏิบัติงานที่ดี ได้มาตรฐานในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการดำเนินงานทางด้านเทคโนโลยีสากล เพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีเป็นที่น่าเชื่อถือได้ และมีประสิทธิผล
  • การดูแลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ IT ที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมาย และนโยบายทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอล ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
  • จัดให้มีการดูแลรักษาระบบสารสนเทศในลักษณะการบริหารแบบบูรณาการ ที่ควรใช้หลักการของ Integrated GRC (iGRC – Integrated Governance + Risk Management + Compliance) ซึ่งผู้เขียนนโยบายและผู้ปฏิบัติงาน ควรเข้าใจในความหมายของคำว่า iGRC ที่ดี เพราะ G + R + C ไม่เท่ากับ GRC หรือ iGRC ซึ่งอธิบายอีกมุมหนึ่งได้ว่า ซีเมนต์นั้น ประกอบด้วย หิน + ปูน + ทราย แต่หากผสม หิน ปูน ทราย เข้าด้วยกันโดยขาดน้ำ ก็จะไม่เป็นซีเมนต์ น้ำในที่นี้นั้นคือความเข้าใจในการบริหารแบบบูรณาการระหว่างเป้าประสงค์ทางด้าน IT ที่ต้องเชื่อมโยงกับเป้าประสงค์ของประเทศ ขององค์กร เป็นต้น
  • กระบวนการบริหารแบบบูรณาการตามแบบ iGRC ตามที่กล่าวข้างต้นนั้น อาจจะอธิบายได้ง่ายขึ้น หากนำแนวทางการบริหารแบบบูรณาการที่ใช้กรอบ COBIT5 มาอธิบายภาพรวมของการบูรณาการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ที่จะเกี่ยวข้องกับ COBIT5 Principles กับ COBIT5 Enablers และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องมาใช้เพื่อเป็นกรอบความคิด และประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการพัฒนา Digital Economy ที่มี IT-Based เป็นหลักในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความเข้าใจในการนำกรอบการดำเนินงานทั้งทางธุรกิจ และกรอบการดำเนินงานเพื่อก้าวสู่ Digital Economy สำหรับการกำกับดูแลบริหารจัดการ IT ที่สามารถใช้ได้กับทุกองค์กรและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับกรอบการดำเนินงานที่นำไปสู่วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบาย กลยุทธ์ ในการกำกับดูแลเพื่อการก้าวสู่ Digital Economy ได้เป็นอย่างดี
  • การดูแลรักษาระบบสารสนเทศให้มีคุณภาพสูง สามารถใช้สนับสนุนกระบวนการตัดสินใจในระดับต่าง ๆ ได้
  • ศูนย์สารสนเทศหลักของประเทศควรจะมีการดำเนินงานอย่างมาตรฐานสากลที่สามารถนำไปใช้ได้กับหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน และสามารถทำงานข้ามพรมแดนไปยังประเทศอื่น ๆ ในโลกเศรษฐกิจดิจิตอลได้
  • การดูแลต้นทุนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการให้บริการทางด้าน IT ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยใช้สถาปัตยกรรมทางด้านคอมพิวเตอร์สนับสนุนกระบวนการบริหาร ที่สนองตอบความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ทั้งในระดับประเทศ และระหว่างประเทศ เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มในทุกมิติของการบริหารและการจัดการ ซึ่งได้แก่ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) นั่นเอง
  • ควรเข้ัาใจและคำนึงถึงว่า การก้าวสู่ Digital Economy ของประเทศไทยนั้น เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ควรจะมีความเข้าใจพื้นฐานที่ดี ในภาพองค์รวมของความต้องการของประเทศในทุกมิติ ที่สนองตอบความต้องการและเชื่อมโยงกับและเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในระดับภายในประเทศและต่างประเทศ
  • กรอบการดำเนินงานของ Digital Economy ควรพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมที่มีอยู่และที่เปลี่ยนแปลงไป วัฒนธรรม จริยธรรม ในการทำงานที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และจะมีผลกระทบต่อความเคยชินในแนวความคิด การปฏิบัติ รวมทั้งวิธีการดำเนินงาน ที่ต้องการความมุ่งมั่น และต้องการผู้นำในระดับต่าง ๆ ที่ควรจะพร้อมในการก้าวสู่ Digital Economy
  • ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับจากการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นประเทศที่เจริญแล้ว ภายในปี 2575 เป็นอย่างช้า นั่นคือ 100 ปี นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เพราะการกำหนดเป้าหมายดังกล่าว จะเป็นแนวทางการขับเคลื่อนของประเทศครั้งสำคัญที่จะถ่ายทอดวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายหลักของประเทศนี้ ไปสู่กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ในภาครัฐ ที่เป็นผู้ผลักดัน Digital Economy ที่ควรจะมีการกำหนดพันธกิจ นโยบาย และกลยุทธ์ โดยมีแผนงานต่าง ๆ มาสนับสนุนในการพาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วในยุค Digital Economy
  • Digital Economy ที่มี IT-Based เป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้น จะต้องมีความยืดหยุ่น ที่สามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อตกลงตามสัญญา รวมทั้งมาตรฐานต่าง ๆ โดยการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องและเหมาะสม ส่วนการกำหนดโยบายที่เกี่ยวข้องและเหมาะสมอย่างไรนั้น ก็มีความสำคัญอย่างมากที่ผู้เขียนนโยบายระดับประเทศทางด้าน Digital Economy นี้ควรจะเข้าใจภาพการบริหารโดยรวม ที่เกี่ยวข้องระหว่าง ความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมที่เป็นผู้ผลักดัน ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
  • ความเข้าใจในความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมตามที่กล่าวข้างต้นนั้น จะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ ในทุกมิติที่จะพาไปสู่พันธกิจ และวิสัยทัศน์ ที่สัมพันธ์กับดุลยภาพของการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นคือ ปัจจัยที่สร้างคุณค่าเพิ่มให้กับความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมอย่างแท้จริง ที่เราเรียกกันว่า Governance หรือการบริหารและการกำกับดูแลกิจการที่ดีในยุค Digital Economy
  • การกำหนดนโยบายทางด้าน Digital Economy จะเขียนในลักษณะสั้น ๆ หรือมีรายละเอียดที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความเข้าใจ และมีการสื่อสารที่ตรงกันนั้น เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่งยวด และเป็นกระดุมเม็ดแรกของการติดเสื้อที่เรียกว่า Digital Economy ที่ควรจะเข้าใจถึงการผลักดันของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ที่จะต้องถ่ายทอดจากหลักการ Governance มาสู่ เป้าหมายระดับประเทศ และเป้าหมายระดับองค์กร ในทุกมิติของกระบวนการจัดการ และจะต้องถ่ายทอดหรือส่งต่อเป้าหมายดังกล่าวไปยังเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ที่มีเป้าหมายสูงสุดคือ Digital Economy จาก IT-Based ที่มีคุณภาพและครอบคลุมในการก้าวไปสู่ความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ดังกล่าวนั้น ยังจะต้องเชื่อมโยงหรือส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ และที่เกี่ยวข้องกับหลักการและนโยบายอีก 7 ประการด้วยกัน ซึ่งจะได้กล่าวในตอนต่อ ๆ ไป

ความเข้าใจในการส่งทอดเป้าหมายของ Digital Economy ที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายและประโยชน์ของการส่งทอดเป้าหมายบางประการ

เราคงไม่ลืมนะครับว่า Digital Economy เกิดขึ้นเพราะแรงผลักดันจากความก้าวหน้าของวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และสภาพแวดล้อมของการแข่งขัน และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้ประเทศไทยเราได้รับการผลักดันจากอิทธิพล และผลกระทบของการบริหารงานยุคใหม่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประเทศต่าง ๆ ในโลกมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิด ทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า การบริการ รวมทั้งความมั่นคงและอื่น ๆ ต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ มาพิจารณาควบคู่กันไปกับความต้องการก้าวสู่วิสัยทัศน์ พันธกิจ นโยบายและกลยุทธ์ของประเทศ และขององค์กร ในเชิงธุรกิจ ในเชิงบริการ ในมุมมองของความมั่นคง และอืน ๆ

ดังนั้น การส่งทอดเป้าหมายของ IT-Based ที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีทางด้าน IT ที่เป็นหนึ่งเดียวกับเป้าหมายของระดับประเทศ และขององค์กร รวมทั้งเป้าหมายในการติดต่อระหว่างประเทศ เช่น การเป็นหนึ่งเดียวของประเทศทั้ง 10 ประเทศในย่านเอเชียที่รวมเป็นหนึ่งเดียว ที่เรียกว่า AEC – Asean Economy Community ที่ได้เริ่มแล้วในปี 2558 นี้นั้น AEC ได้กำหนด Asean ICT Master Plan เรียบร้อยไปแล้วก่อนหน้านี้หลายปีนั้น ควรจะนำมาคำนึงถึงข้อตกลงดังกล่าวที่ควรจะมีการปรับปรุงให้เหมาะสมในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เช่น ในทางการค้า ก็มีการกำหนด NSW – National Single Window ไปสู่ ASW – Asean Single Window ซึ่งมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก และต้องอาศัยความเข้าใจอย่างแท้จริงในการเตรียมพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ได้มาตรฐาน และประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศของ Asean ซึ่งจะก้าวต่อไปสู่นานาประเทศในที่สุด

กลับมาพูดถึง ประโยชน์ของการส่งทอดเป้าหมายของ Digital Economy ที่ใช้ IT-Based เป็นหลักกันต่อไปนะครับ การใช้ประโยชน์ของการส่งทอดเป้าหมายสรุปได้ดังนี้

  • เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะช่วยจัดลำดับความสำคัญของการวางแผน การกำหนดโครงการ การนำไปใช้งาน การปรับปรุงให้ดีขึ้น และการให้ความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลที่ดีทางด้าน IT และเป้าประสงค์รวม ในเชิงเศรษฐกิจ การเงิน ฯลฯ ในระดับประเทศ และในระดับองค์กร ที่อยู่บนพื้นฐานของวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของประเทศและองค์กร และการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในทางปฏิบัติจริง และ
  • ทำให้การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในภาพโดยรวมและภาพย่อยลงมา ในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้สำหรับผู้บริหาร และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในระดับต่าง ๆ ทำให้การกำหนดเป้าหมายและนโยบายในระดับประเทศ ระดับองค์กรที่จะเชื่อมโยงไปยังกระทรวงต่าง ๆ และในโครงการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เกิดความเชื่อมั่นที่ดีต่อผู้มีผลประโยชน์ร่วม
  • กำหนดกรอบและกระบวนการสื่อสารที่ดีเพื่อสร้างความเข้าใจในทุกระดับของกระบวนการจัดการและการปฏิบัติงานที่ดีให้ชัดเจนว่า ปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายของ Digital Economy ที่จะถ่ายทอดไปยังเป้าหมายและการประสานงานกันระหว่าง กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง สามารถบรรลุเป้าหมายภายในกระทรวง หรือเป้าหมายในระดับองค์กร ที่มีผลต่อการบรรลุเป้าประสงค์หลักของ Digital Economy ภายใต้ IT-Based ได้อย่างไร
  • สำหรับการส่งทอดเป้าหมายของการบริหารจัดการแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงระหว่าง IT กับเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจฯ ระดับประเทศ ระหว่างประเทศ และระดับองค์กรนั้น ควรพิจารณาประเด็นย่อย ๆ ดังต่อไปนี้

– แต่ละองค์กรอาจมีการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ตามสภาพแวดล้อม และเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป

– แต่ละองค์กรควรปรับแต่งความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ให้มีลักษณะเป็นเฉพาะของตนเอง และควรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องข้ามองค์กร และข้ามประเทศได้ โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ และมิติของการบริหารและการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วมเป็นสำคัญ

– กลยุทธ์ทางด้าน IT (Digital Econmy / IT-Based) ควรสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกับกลยุทธ์ที่นำไปสู่เป้าประสงค์หลักขององค์กร ของประเทศ และมาตรฐานระหว่างประเทศ ควรคำนึงถึงว่า การบรรลุเป้าประสงค์หลักทั้งทางด้าน IT และ Non-IT นั้น สามารถบริหารจัดการได้ ภายใต้กรอบของ Risk Appetite และ Risk Tolerance หรือความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบบริการทางด้าน IT สามารถส่งมอบงานได้ตามความต้องการในเชิงธุรกิจหรือเป้าประสงค์หลักขององค์กร และของประเทศ และระหว่างประเทศภายใต้กรอบของ Digital Economy

– หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้าน IT หลักของประเทศและองค์กร ควรดูแลและจัดให้มีความคล่องตัวทางด้าน IT

– ควรสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) ในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ โครงสร้างพื้นฐานและการประเมินผล รวมทั้งระบบงาน

– การกำกับดูแลทางด้าน IT ที่ดีที่คู่กันไปกับการกำกับดูแลกิจการภายในระดับองค์กร และระดับประเทศนั้น ควรสร้างความพร้อมใช้ของสารสนเทศที่น่าเชื่อถือได้ และมีประโยชน์ในการบริหารและการตัดสินใจ ควรมีการสื่อสารให้ความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้บริหารระดับสูง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน และแนวความคิดใหม่ ที่ต้องมีการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจทางด้าน IT ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ภายใต้กรอบ Digital Economy ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการริเริ่ม การดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายทางด้าน Digital Economy เพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทางด้านธุรกิจ และวัฒนธรรมในการทำงานที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จ ตามนโยบาย Digital Economy

โปรดติดตามในตอนต่อไปนะครับ ซึ่งผมจะกล่าวถึง ก่อนการก้าวสู่นโยบายทางด้าน Digital Economy ในทัศนะและมุมมองส่วนตัวของผม

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 1)

มองไปข้างหน้ากับเศรษฐกิจดิจิตอล (Look Forward for Digital Economy)

พลเอกประยุกต์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงเรื่องเศรษฐกิจดิจิตอลพลิกโฉมประเทศไทย ที่ได้จัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทราราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สรุปใจความได้ว่า รัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดให้มีนโยบายที่เรียกว่า Digital Economy หรือเศรษฐกิจดิจิตอล และนำเสนอต่อสภา ภายในเดือนมกราคม 2558 ทั้งนี้เพราะข้อมูลและสารสนเทศมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงทุน เพื่อให้กระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี สามารถลดต้นทุน ประหยัดเวลา และสร้างประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องจัดให้มีศูนย์ประมวลผลข้อมูลกลางระดับชาติ ที่มีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว เพื่อเชื่อมข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ในการพิจารณาและตัดสินใจของผู้บริหาร นักธุรกิจ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลนี้ได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง รัฐบาลจะจัดให้มีการพัฒนา และให้ความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะนักธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่าง ๆ ของรัฐได้อย่างสะดวก และจะสร้างกลไกในการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนทุกระดับ

การที่รัฐบาลจะส่งเสริม และผลักดันให้มีนโยบายทางด้าน Digital Economy หรือที่เรียกกกันว่า เศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยไปอีกก้าวหนึ่ง และเป็นก้าวที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะ Digital Economy ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการบริหารการจัดการในทุกระดับ อันเกิดจากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยียุคใหม่ ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และมีผลกระทบไปถึงกระบวนทัศน์ หรือแนวความคิดใหม่ของการบริหารและการจัดการที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation) ซึ่งเป็นไปตามหลักการบริหารการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) นั้น มีเรื่องที่ควรพิจารณานอกเหนือจากการปรับปรุง กฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบและคำสั่งต่าง ๆ ที่มีความขัดแย้งกับกระบวนการตัดสินใจที่จะนำไปสู่การปฏิบัติในเรื่องของ Digital Economy บางมุมมองดังต่อไปนี้

รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้อง ควรจะพิจารณาประเด็นและระบุปัญหา อุปสรรคในการก้าวไปสู่ Digital Economy ในทุกมุมมองของกระบวนการดำเนินงาน โดยมีกรอบในเรื่องนี้คือ

1. ความเข้าใจและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในหน่วยงานของรัฐและเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน ซึ่งมีความเข้าใจและความต้องการที่แตกต่างกัน และมีแนวคิดที่ไม่เหมือนกัน ในการก้าวไปสู่การดำเนินงานตามนโยบายทางด้าน Digital Economy ซึ่งจะมีผลต่อกระบวนการดำเนินงานอย่างสำคัญ หากขาดดุลยภาพในการสนองตอบต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) ดังนั้น การกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ควรจะกำหนดเป็นกรอบที่ชัดเจน โดยกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจง ปฏิบัติได้ วัดผลได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และนโยบายทางด้าน Digital Economy ของประเทศ และควรมีกำหนดเวลาที่ชัดเจนที่จะบรรลุผลในแต่ละขั้นตอน และในแต่ละกระบวนการของโครงการต่าง ๆ ที่จะตามมา

2. ความคาดหมายที่พึงได้รับตามนโยบาย Digital Economy ควรพิจารณาถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ชื่อว่า รัฐมีการกำกับและดูแลกิจการที่ดี ตามนโยบายและแผนงานทางด้าน Digital Economy องค์ประกอบหลักที่ควรพิจารณา เพื่อให้แน่ใจว่า การสร้างคุณค่าเพิ่มจากนโยบายนี้จะบังเกิดขึ้นก็คือ ความมั่นใจในผลประโยชน์ที่จะได้รับ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ที่เกี่ยวกับ…

ก. กระบวนการทำงานที่มีคุณภาพ ที่ควรจะต้องเชื่อมโยงเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายระดับองค์กร กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ได้อย่างแนบแน่น

ข. การพัฒนาทักษะ ความรู้ความเข้าใจของผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานระดับต่าง ๆ ในการสร้างคุณค่าเพิ่มในระดับประเทศ ระดับองค์กร และในระดับหน่วยงาน ถึงกระบวนการขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าเพิ่ม ในมุมมองของเป้าหมายที่ไม่ใช่ IT และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT

ค. การสร้างความพึงพอใจให้กับ ผู้มีผลประโยชน์ร่วม ในมุมมองของความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูลและสารสนเทศ ที่ได้รับจาก National Data Center เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดพันธกิจ วางแผนทางกลยุทธ์ จากข้อมูลและสารสนเทศที่มีคุณภาพ และใช้ในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ข้อมูลและสารสนเทศร่วมกัน ข้ามสายงาน ข้ามองค์กร ข้ามประเทศ

ง. การให้บริการที่รวดเร็ว มีคุณภาพและประหยัดต้นทุน ปัจจัยนี้ จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นการวัดผลการดำเนินงาน ตามนโยบาย Digital Economy อย่างแท้จริง

3. ความต้องการของผู้มีผลได้เสียตามนโยบายนี้ นอกจากผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะเข้าใจถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากนโยบายนี้แล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริหารในองค์กรของรัฐ ทั้งภาครัฐ และเอกชน และหน่วยงานที่เป็นอิสระ หรือกึ่งอิสระ ควรพิจารณาผลประโยชน์ที่จะได้รับตามโครงการนี้ ให้ได้ดุลยภาพกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ที่ต้องคำนึงถึง ความเสี่ยงในระดับองค์กร (Non – IT และ IT) กับดุลยภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศและของหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ เป็นความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศอย่างแท้จริง

ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริงนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องควรมีความเข้าใจอย่างบูรณาการ ตั้งแต่ ข้อ 1., 2. และ 3. เป็นอย่างดี นอกจากที่กล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องควรจะเชื่อมโยงความเข้าใจดังกล่าวในทั้ง 3 ประเด็น มาเชื่อมโยงกับเป้าหมายของปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ (Enablers) ทั้งทางด้าน IT และ Non – IT ในทุกองค์ประกอบหลัก และองค์ประกอบย่อย รวมทั้งปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ที่เชื่อมโยงไปสู่ความสำเร็จตามนโยบาย Digital Economy ทั้งนี้ เป้าหมายระดับประเทศที่เชื่อมโยงไปยังเป้าหมายระดับองค์กร ที่เป็นเรื่อง Non – IT ทุกเรื่อง จะต้องเชื่อมโยงและจัดให้มีความสัมพันธ์กับเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT อย่างแยกกันไม่ได้ ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการขับเคลื่อนความสำเร็จของ Digital Economy ตามนโยบายของรัฐ ซึ่งเป็นก้าวกระโดดในการผลักดัน กระบวนการบริหารและการจัดการอย่างบูรณาการอย่างแท้จริง ความเสี่ยงหรือจุดอ่อนที่จะทำให้โครงการนี้ประสบกับปัญหาในอนาคตก็คือ People – Process – Technology ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) ที่เกี่ยวข้องกับความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการบริหารความเสี่ยง ที่ต้องได้ดุลยภาพกับการบริหารทรัพยากร

อนึ่ง ก่อนที่ผมจะจบข้อเขียนของผมในหัวข้อ Digital Economy นี้ ซึ่งเป็นกรอบใหญ่เบื้องต้น ของการให้ข้อสังเกตของกระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี ตามหลักการ Governance (Corporate Governance + IT Governance) มีเรื่องที่ผมได้กล่าวตอนท้าย ๆ ว่า เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ควรจะส่งทอดไปยังเป้าหมายของปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ซึ่งใกล้เคียงกับหลักกาารบริหาร 7-S Model ดังนี้

  • ความรู้ ความเข้าใจในหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่ดี
  • ความรู้ ความเข้าใจในหลักการของกระบวนการบริหารงานที่ดี ที่ควรคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง การผลักดันและความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย ในองค์ประกอบที่กล่าวข้างต้น
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง โครงสร้างการจัดองค์กร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกหน้าที่่ และความรับผิดชอบให้เหมาะสมกับนโยบาย Digital Economy
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรม ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับ IT ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ที่สามารถส่งต่อไปยังความสำเร็จของเป้าหมายระดับองค์กร และเป้าหมายระดับประเทศ ได้ในที่สุด
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่อง การบริหารข้อมูลและสารสนเทศ และการสร้างความน่าเชื่อถือได้ของสารสนเทศ ที่ประมวลโดย National Data Center และการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการให้บริการ การจัดโครงสร้างพื้นฐาน และระบบงาน
  • ความรู้ ความเข้าใจของการพัฒนาบุคลากร ทักษะ และศักยภาพ ในระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้กำหนดนโยบายและการบริหารงานตามนโยบาย Digital Economy ผู้บริหารระดับสูง และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

ปัจจัยเอื้อดังกล่าวส่วนใหญ่ในวงการบริหารหลายแห่ง อาจมีความเข้าใจ และให้ความสำคัญในเรื่องนี้ที่แตกต่างกันมาก ซึ่งจะมีผลอย่างสำคัญต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการสร้างคุณค่าเพิ่ม เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ ผมจะออกความเห็นและให้ข้อสังเกตที่อาจจะมีประโยชน์ได้บ้าง ในมุมมองตามที่กล่าวข้างต้น โดยขยายความในแต่ละหัวเรื่องใหญ่ และหัวเรื่องย่อยที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงอย่างแยกกันไม่ได้ ระหว่างเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายขององค์กรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่อง Non – IT กับเป้าหมายของประเทศกับเป้าหมายขององค์กรต่าง ๆ ในเรื่อง IT หรือ IT – Related ที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายที่เป็นความต้องการของรัฐบาล และผู้มีผลประโยชน์ร่วม ทั้งในและต่างประเทศตามที่จะได้กล่าวในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ