Posts Tagged "Digital Economy Structure"

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 7)

โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ DE – Digital Economy ที่ควรศึกษา

ในตอนที่ 6 ผมได้กล่าวถึงปัจจัยเอื้อข้อที่ 1 ทางด้าน “หลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน (Principles, Policies and Framework)” และตั้งใจที่จะเล่าสู่กันฟังว่า การขับเคลื่อน Digital Economy ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนทางด้านนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอล ควรพิจารณาถึง”หลักการที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย และกรอบการดำเนินงานที่หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักและจะเชื่อมโยงกับภาคเอกชน อย่างเป็นกระบวนการนั้น จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยเอื้อทั้ง 7 ซึ่งนอกเหนือจากข้อ 1 ที่กล่าวในตอนที่ 6 แล้ว ยังมีปัจจัยเอื้ออีก 6 เรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญและมีความสัมพันธ์กันและกันอย่างแยกกันไม่ได้ และเกี่ยวข้องหรือโยงใยกับกิจกรรมต่าง ๆ ของไอทีระดับองค์กร และปัจจัยเอื้อ (Enablers) ทั้ง 7 ยังเชื่อมต่อไปยังเชื่อมต่อไปยัง IT-Related Goals และเชื่อมไปยัง Business Goals หรือ Digital Goals ซึ่งเป็นเป้าประสงค์หลักของการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นทางด้าน Digital Enconmy in Thailand ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ระดับประเทศที่ครอบคลุม Business Goals ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในระดับกว้างและลึกไปทั่วไปประเทศนั้น ผู้ขับเคลื่อนทางภาครัฐ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น Stakeholders หลัก จำเป็นจะต้องพิจารณาโครงสร้าง ตามที่ได้กล่าวข้างต้นด้วย

ผมใคร่ขอนำกรอบการดำเนินงานทางด้านธุรกิจหรือ Digital Economy สำหรับการกำกับดูแลบริหารจัดการไอทีระดับองค์กร ซึ่งในที่นี้คือการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศ เพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดีในุมุมมองทางด้าน Digital Economy ซึ่งจะต้องมีการนำหลักการของ ISACA – COBIT 5 มาประยุกต์ใช้กับบริบททางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลระดับประเทศให้ได้อย่างเหมาะสม ในทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจจะแสดงในภาพรวมดังนี้

วัตถุประสงค์ของเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ตามภาพดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจดิจิตอลในรูปแบบบูรณาการ เพื่อการกำกับดูแลและบริหาร Digital Economy แบบครบวงจร เพื่อให้ Digital Economy ระดับประเทศนั้น ก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวทางของรัฐบาลซึ่งจะเป็นวาระแห่งชาติที่จะเกี่ยวข้องกับ การพัฒนาขีดความสามารถทั้งผู้ให้บริการภาครัฐ ทั้งผู้ใช้บริการที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาสถาปัตยกรรมหรือการออกแบบโครงสร้างการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูล และกระบวนการทำงานอย่างสิ้นเชิง โดยมีการปฏิรูปองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างวัฒนธรรม และวิธีคิดใหม่ การบริหารความเสี่ยงในองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องระดับสูง จนถึงระดับปฏิบัติการ การบริหารทรัพยากรด้านข้อมูลสารสนเทศ กระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี ของหน่วยงานผู้กำกับทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานกำกับที่ขับเคลื่อน Digital Economy และการดำเนินโครงการด้วยการบรูณาการข้อมูลสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ มีวิธีการคัดเลือกโครงการและการประเมินผลของโครงการอย่างเหมาะสม ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) ตามคำจำกัดความใหม่ที่เน้นการสร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Creation)

เสาหลักในกระบวนการขับเคลื่อน และวางกรอบการกำกับ Digital Economy อย่างเป็นกระบวนการที่ดีนั้น จะยึดหลักโครงสร้างตามแผนภาพดังกล่าวข้างต้น นั่นคือ ยึดหลัก Governance and Value Creation เพื่อ Stakeholders อย่างได้ดุลยภาพกับความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วมหรือผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งการมีกฎหมาย สนับสนุนและรองรับทุกมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล มีการกำหนดคำนิยามและคำจำกัดความ มาตรฐานต่าง ๆ (Standard) ที่จำเป็นต้องใช้ ข้อพึงปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ข้อมูล กระบวนการและการนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อน Digital Economy และข้อสำคัญก็คือ ควรมีการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการทีดี โดยการบริหารแบบบูรณาการตามหลักการของ ISACA – COBIT 5 ที่มีองค์ประกอบหลัก ๆ ดังนี้

1. ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย

2. ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร/ทั่วทั้งประเทศ ตามแผน Digital Economy

3. ประยุกต์ใช้กรอบการดำเนินงานที่บูรณาการเป็นหนึ่งเดียว

4. เอื้อให้วิธีปฏิบัติแบบองค์รวมสัมฤทธิ์ผล

5. การแบ่งแยกการกำกับดูแลออกจากการบริหารจัดการ

โดยพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ตามกรอบและโครงสร้างข้างต้น ดังนี้

  • ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนมากขึ้นในการกำหนดสิ่งที่คาดหวังจากสารสนเทศและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง (ประโยชน์ที่ได้รับ ณ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และด้วยต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง) และลำดับสำคัญของแต่ละสิ่งเหล่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่า คุณค่าที่คาดหวังนั้นจะได้รับการส่งมอบจริง ซึ่งความคาดหวังที่แตกต่างกันของผู้มีส่วนได้เสียนี้ ต้องได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิผล มีความโปร่งใส และบรรลุผลลัพธ์ได้จริง
  • ระบุถึงความสำเร็จระดับประเทศ ที่ต้องพึ่งพากลุ่มธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องกับด้านไอทีจากภายนอกมาขึ้น เช่น ผู้ให้บริการภายนอก ผู้ขาย ที่ปรึกษา ลูกค้า ผู้ให้บริการ Cloud และอื่น ๆ ตลอดจนวิธีการและกลไกต่าง ๆ ที่ใช้เป็นการภายในเพื่อส่งมอบคุณค่าตามที่คาดหวัง
  • รับมือกับปริมาณสารสนเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเลือกสารสนเทศที่มีความเกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สารสนเทศเองก็จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งการมีต้นแบบสารสนเทศที่มีประสิทธิผลจะสามารถช่วยได้
  • รับมือไอทีที่กำลังแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งไอทีจำเป็นต้องบูรณาการให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางธุรกิจ โครงสร้างการจัดองค์กร การบริหารความเสี่ยง นโยบาย ทักษะ กระบวนการ และอื่น ๆ โดยที่บทบาทของผู้บริหารสูงสุดด้านสารสนเทศ (CIO) และหน้าที่งานด้านไอทีกำลังค่อย ๆ วิวัฒนาการไปจากเดิม บุคลารในหน่วยงานมีทักษะด้านไอทีมากขึ้น มีส่วนร่วม หรือกำลังจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการปฏิบัติการด้านไอทีมากขึ้น ซึ่งจะต้องบูรณาการให้เข้ากับแผนงาน โครงการในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลมากขึ้น
  • ให้แนวทางเพิ่มเติมในเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ออกมาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ การประดิษฐ์คิดค้น การพัฒนา ซึ่งอาจหมายถึงการปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวดเร็ว และมีคุณภาพในระดับที่สูงขึ้นด้วย
  • ครอบคลุมความรับผิดชอบในหน้าที่งานทั้งทางด้านบริหารและด้านไอทีอย่างครบวงจร และครอบคลุมทุกแง่มุมที่จะนำไปสู่การกำกับดูแลและการบริหารจัดการไอทีระดับประเทศอย่างมีประสิทธิผล เช่น โครงสร้างการจัดองค์กร นโยบาย และวัฒนธรรม นอกเหนือจากกระบวนการ
  • มีการควบคุมที่ดีขึ้นสำหรับกระบวนการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จด้านไอที (IT Solution) ที่ผู้ใช้เป็นผู้ริเริ่มหรือที่อยู่ในความควบคุมของผู้ใช้
  • การสร้างคุณค่าผ่านทางการใช้ไอทีระดับประเทศอย่างมีประสิทธิผลและสร้างสรรค์
  • ความพึงพอใจของผู้ใช้กับการทำงานและบริการด้านไอที
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนดตามสัญญา และนโยบายที่เกี่ยวข้อง
  • ความเชื่อมโยงที่ดีขึ้นระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียกับวัตถุประสงค์ด้านไอที
  • เชื่อมโยง หรือทำให้เกิดความสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานและมาตรฐานอื่น ๆ ที่มีใช้กันอยู่
  • บูรณาการกรอบการดำเนินงานและแนวทางที่สำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี แต่ยังคงพิจารณาถึงต้นแบบทางด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ (Business Model for Information Security) รวมถึง กรอบการดำเนินงานสำหรับความเชื่อมั่นด้านไอที (IT Assurance Framework – ITAF) โดยให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และให้พื้นฐานในการบูรณาการกรอบการดำเนินงานมาตรฐานและแนวปฏิบัติอื่น ๆ มารวมกันเป็นกรอบการดำเนินงานเพียงหนึ่งเดียว

ดังนั้น โครงสร้างและกรอบการดำเนินงานของ DE – Digital Economy จึงน่าจะเป็นไปตามกรอบที่ได้กล่าวถึงข้างต้น สำหรับโครงสร้างของแต่ละองค์กรที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำกับโครงการ Digital Economy ตามนโยบายของภาครัฐ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะมีโครงสร้างในการกำกับและดำเนินการอย่างไรนั้น จะขึ้นกับการกำหนดสถาปัตยกรรมทางด้าน Digital Economy ในภาพรวม ที่ถ่ายทอดลงมาเป็นกระบวนการ โดยคำนึงถึงองค์ประกอบและปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขึ้นกับบริบทดังต่อไปนี้

เศรษฐกิจดิจิตอลในตอนที่ 8 ผมจะขอขยายความในส่วนที่่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ

 

Digital Economy in Thailand – เศรษฐกิจดิจิตอล (ตอนที่ 5)

การกำกับดูแลกิจการที่ดีทางด้าน Digital Economy โดยภาครัฐ

ท่านผู้อ่านครับ ผมมีปัญหาบางประการเกี่ยวกับ http://www.itgthailand.com มาหลายวันแล้ว หากท่านผู้อ่านพบปัญหาในการติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่าน http://www.itgthailand.com ขอให้ท่านผู้อ่านได้มา http://www.itgthailand.wordpress.com นะครับ

ในหัวข้อเศรษฐกิจดิจิตอลตอนที่ 5 นี้ ผมจะขอพูดต่อในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การทำหน้าที่ในลักษณะผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) หรือผู้อำนวยการตามโครงการนี้ แล้วแต่จะใช้คำใดโดยภาครัฐนั้น ผมมีความเห็นส่วนตัวบางประการที่จะเกี่ยวข้องกับกระบวนการดำเนินการก่อนก้าวไปสู่การกำหนดนโยบาย การกำหนดกลยุทธ์ และแผนงานหรือโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะวิธีการก้าวสู่เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจดิจิตอลนั้น มีเรื่องต่าง ๆ ที่ควรพิจารณามากมาย หากกระบวนการต่าง ๆ ไม่ชัดเจน จะมีปัญหาอย่างมากในการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคต ซึ่งต้องการการประสานงาน และความเข้าใจโดยรวมอย่างแท้จริง ซึ่งผมอาจจะอธิบายต่อไปจากตอนที่ 4 ดังนี้ครับ

การสัมฤทธิ์ผลของกระบวนการทางด้าน Digital Economy ควรมีการกำหนดทิศทางของการกำกับดูแลที่เรียกกันว่า Governance ซึ่งในยุคปัจจุบันหมายถึง การสร้างคุณค่าเพิ่ม โดยแบ่งแยกกระบวนการการกำกับดูแล และการบริหารจัดการสำหรับ IT ระดับประเทศและองค์กร ที่เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในมิติต่าง ๆ ของประเทศหรือองค์กรที่ต้ัองการ ซึ่งกระบวนการนี้กล่าวได้ว่า เป็นหน้าที่ของภาครัฐอย่างแท้จริง เพราะจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมและการกำกับดูแลทางด้าน IT ที่มีจุดมุ่งหมายหลักไปที่ผลลัพธ์ของ Digital Economy ที่เกิดจากกระบวนการทางด้าน IT ระดับประเทศและระดับองค์กร ที่มีอยู่ 5 กระบวนการและมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแยกไม่ได้ มิใช่เฉพาะเพียงการสร้างความโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้น แต่การสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสนี้ จะต้องประกอบไปด้วยการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตาม ในกระบวนการเพื่อสร้างความโปร่งใสเอง และที่จะมีผลต่อการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตาม อีก 4 กระบวนการหลัก ซึ่งได้แก่

1. การสร้างความมั่นใจในการกำหนดกรอบและทิศทางการดำเนินงานการกำกับดูแลนโยบาย กลยุทธ์ แผนงานและโครงการ ที่จะเชื่อมโยงไปยังพันธกิจและวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ Digital Economy ของประเทศไทย

2. การสร้างความมั่นใจในการส่งมอบผลประโยชน์ทุกมิติของการบริหารการจัดการ แนวทางปฏิบัติของกระบวนการที่จะนำไปสู่ดุลยภาพของเป้าประสงค์ที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง เช่น

มิติของการพัฒนาศักยภาพ คุณภาพ ความรู้ความเข้าใจ ของบุคคลากรในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแล (Governance) ควรจะกำหนดเป็นกรอบที่ชัดเจนว่าจะมีวิธีการอย่างไร และจะมีการสื่อสารอย่างไร เพื่อให้หน่วยงานของภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง มีความเข้าใจในเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อการขับเคลื่อน Digital Economy ไปสู่พันธกิจและวิสัยทัศน์ที่ต้องการ

  • มิติที่เกี่ยวข้องกับการสร้างนวัตกรรม หรือกระบวนการทำงานใหม่ทางด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเงิน การธนาคาร การผลิต การบริการ รวมทั้งโลจิสติกส์ต่าง ๆ ในการสร้างคุณค่าเพิ่ม ด้วยกระบวนการทำงานใหม่ที่จะต้องอยู่ภายใต้กรอบและวิธีการ รวมทั้งทิศทางที่หน่วยงานกำกับดูแลในภาครัฐ และรวมทั้งภาคเอกชนในส่วนที่เกี่ยวข้องในการสร้างกระบวนการทำงานใหม่ที่ถูกขับเคลื่อนโดยกระบวนการทางด้าน IT อย่างบูรณาการ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และแน่นอนว่า กระบวนการนี้ภาครัฐจะต้องมีระบบการประเมิน การสั่งการ และการเฝ้าติดตามผลในแต่ละขั้นตอน และในแต่ละกระบวนการ ตั้งแต่มิติของการพัฒนาศักยภาพบุคคลากร เพื่อก้าวสู่ความมั่นใจในการสร้างคุณค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานใหม่ ตั้งแต่ระดับผู้ดูแลนโยบายของรัฐ รวมไปถึงผู้ปฏิบัติงานทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง และแน่นอนทั้ง 2 กระบวนการดังกล่าว จะเกี่ยวข้องกับ
  • มิติในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสีย ที่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเกี่ยวข้องกับการสร้างภาพพจน์ ความน่าเชื่อถือ การลดต้นทุนจากการใช้กระบวนการทางด้าน IT ที่มีศักยภาพ และอื่น ๆ ที่แน่นอนว่าจะต้องมีการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตามในกระบวนการนี้ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการใน 2 มิติแรก
  • ทั้ง 3 มิติที่กล่าวจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันความสำเร็จของบริการของผู้ใช้ข้อมูลและสารสนเทศในกระบวนการของ Digital Economy ซึ่งอาจสรุปได้ว่า เกิดการสร้างคุณค่าเพิ่มที่เป็นรูปธรรมที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียตามหลักการของ Governance ที่แน่นอนว่าจะต้องผ่านกระบวนการประเมิน สั่งการ และเฝ้าติดตาม โดยผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้อำนวยการหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ควรจะเป็นความรับผิดชอบของภาคเอกชน อย่างน้อยภายใต้กรอบหลัก ๆ ตามที่กล่าวนั้น
  • ทั้ง 4 กระบวนการตามมิติดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งความโปร่งใสในที่นี้ก็ควรจะหมายถึงกระบวนการทั้ง 4 ตามที่กล่าวข้างต้น ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันอย่างแยกกันไม่ได้ ภายใต้หลักการของ การประเมินผล การสั่งการ และเฝ้าติดตามนั่นเอง
  • เมื่อมาถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านคงจะเข้าใจตรงกันนะครับว่า การมีและการสร้างความโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียนั้น มิใช่มีเพียงความหมายว่า สามารถพิสูจน์ผลของการกระทำที่สามารถควบคุมได้ และสามารถตรวจสอบได้เท่านั้น แต่กระบวนการสร้างความมั่นใจในกระบวนการโปร่งใสนี้ ยังจะหมายถึง ความมั่นใจในทั้ง 5 กระบวนการตามที่กล่าวข้างต้น นั่นก็คือ ความโปร่งใสจะต้องประกอบด้วย การสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีผลประโยชน์ร่วมว่า การกำกับดูแลทางด้าน Digital Economy ได้มีการกำหนดกรอบและทิศทางที่ชัดเจน และเชื่อมโยงไปยังปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จ ที่เกี่ยวข้องกับ

    1. หลักการและความเข้าใจในการกำกับและเข้าใจวิธีปฏิบัติในแบบองค์รวม เพื่อการสัมฤทธิ์ผล ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและกรอบการดำเนินงานทางด้าน Digital Economy ในข้อนี้ ท่านผู้อ่านคงสังเกตได้นะครับว่า นโยบายจะต้องมีหลักการและกรอบการดำเนินงานที่กำหนดทิศทางและวิธีการทำงานอย่างเป็นกระบวนการตามมิติทั้ง 5 ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 2 ข้างต้น และแน่นอนว่า หลักการบริหาร Digital Economy อย่างเป็นกระบวนการนั้น จะต้องเชื่อมโยงด้วยกระบวนการบูรณาการ ที่เชื่อมโยงระหว่างเป้าประสงค์ทางด้าน Digital Economy กับเป้าประสงค์ของประเทศ และขององค์กรที่เกี่ยวข้องทางด้าน IT และ Non-IT ซึ่งผู้อำนวยความสะดวกและผู้อำนวยการทางด้าน Digital Economy นี้ควรจะเข้าใจทั้ง 2 ภาพอย่างบูรณาการที่แยกกันไม่ได้

    2. กระบวนการซึ่งมีเรื่องต่าง ๆ ที่จะกล่าวอีกมากมายในตอนต่อ ๆ ไป

    3. โครงสร้างองค์กร

    4. วัฒนธรรม จริยธรรม และพฤติกรรมในการทำงาน

    ซึ่งในข้อ 2 – 4 นี้จะต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งและแยกกันไม่ได้ในทุกกระบวนที่เกี่ยวข้องกับหลักการ นโยบาย และกรอบการดำเนินงาน และยังจะต้องเชื่อมกับการบริหารจัดการทรัพยากร ที่มีปัจจัยเอื้อที่เกี่ยวข้องอีก 3 เรื่องด้วยกันคือ

    5. การบริหารสารสนเทศ

    6. กระบวนการบริหารโครงสร้างพื้นฐานและระบบงาน

    7. การบริหารบุคลากร ทักษะด้านศักยภาพ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนปัจจัยเอื้อทั้ง 7 นี้อย่างเป็นบูรณาการ

    ดังนั้น นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy จึงจะต้องเกี่ยวข้องกับหลักการของ Governance ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและการจัดการอย่างเป็นระบบที่เรียกว่า “Digital Economy Management” อีกหลายกระบวนการ ซึ่งในขั้นตอนนี้ทางผู้อำนวยความสะดวก หรือผู้อำนวยการทางด้าน Digital Economy จะต้องทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผล การสั่งการ และเฝ้าติดตาม ตามหลักการของ Governance อย่างแยกกันไม่ได้ แต่ความรับผิดชอบในกระบวนการ Management จะอยู่ภายใต้ร่มของ หลักการ Governance ที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐฯ ที่มีผู้อำนวยความสะดวกหรือผู้อำนวยการมีหน้าที่รับผิดชอบตามสายงานที่เกี่ยวข้อง

    ท่านผู้อ่านครับ ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านคงจะเห็นและเข้าใจตรงกันว่า กระบวนการ รวมทั้งบทบาทหน้าที่และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและความสัมพันธ์กันนั้น มีเรื่องที่ท้าทายความเข้าใจของผู้อำนวยความสะดวก และผู้อำนวยการที่จะเชื่อมโยงไปยังการกำหนดนโยบาย ที่เกี่ยวข้องกับหลักการ และกรอบการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ข้างต้น อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง และแน่นอนว่าจะเกี่ยวข้องกับทุกองค์ประกอบของปัจจัยเอื้อที่ก่อให้เกิดความสำเร็จที่ต้องมีการกำกับดูแลอย่างบูรณาการ และเชื่อมโยงกับการกำกับดูแลทางด้าน IT ระดับประเทศและระดับองค์กร และแน่นอนว่าจะต้องบูรณาการและเชื่อมโยงกับการกำหนดเป้าหมายและวิธีการที่ชัดเจน และจะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย และหลักการปฏิบัติต่าง ๆ ทั้งหมดนี้เป็นกรอบกว้าง ๆ และเป็นเรื่องหลัก ๆ ของ Governance ที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy

    ตอนต่อไปผมจะได้ขยายความในบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและหน้าที่ของผู้อำนวยความสะดวก หรือผู้อำนวยการที่รับผิดชอบในเรื่องของ Governance ในระดับหนึ่งว่า มีความเชื่อมโยงกับ Management ทางด้าน Digital Economy อย่างไร

    ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องน่าสนใจมากใช่ไหมครับว่า การก้าวไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน มั่งคั่ง มั่นคง จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียต่อโครงการ Digital Economy นั้น มีเรื่องที่ต้องคุยกันมาก เพราะจะนำไปสู่ความมั่นใจของความสำเร็จในนโยบาย Digital Economy ของประเทศครับ