Posts Tagged "Integrity – Driven Performance"

GRC & Career Path กับ ITG เพื่อการก้าวสู่การบริหารแบบ GRC เพื่อขับเคลื่อน Integrity-Driven Performance

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผมไม่ได้คุยกับท่านผู้อ่านในหัวข้อนี้มานานพอสมควร วันนี้ผมจะนำเรื่อง GRC และ ITG เพื่อการขับเคลื่อน GRC และการสร้างคุณค่าเพิ่มในมุมมองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในรูปแบบของ Power point และ PDF File ที่จะให้ความเห็นในหลายมุมมองของการสร้างคุณค่าเพิ่ม ทั้งจากในมุมมองของ IT Governance เอง และในมุมมองของ IT Governance ที่ก้าวสู่ GRC อีกบางมุมมองที่ท่านอาจจะต้องใช้จิตนาการเชื่อมโยงทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน ดังนี้ครับ

ท่านผู้อ่านสามารถคลิ๊กอ่านได้จาก เว็บไซต์ของกระทรวง ICT ได้ทั้งสองเรื่อง …

http://www.ictcareer.net/SeminarProfile.aspx

ครั้งนี้ท่านผู้อ่านสามารถจะติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ GRC ในลักษณะที่บรรยายด้วยแผนภาพที่เป็น Power Point ซึ่งผมจะอธิบายแบบขยายความแบบเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป และคำบรรยายของ ITG ที่สามารถสื่อให้เข้าใจได้อย่างง่าย ๆ ว่า ITG เป็นส่วนหนึ่งของ CG ที่แยกกันไม่ได้ และจะเกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง และมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยง ทั้งด้านทั่วไปและทางด้าน IT Risk ที่มีผลต่อ Business Risk โดยเชื่อมโยงกับการควบคุมภายใน และตรวจสอบภายในตามฐานความเสี่ยง ในลักษณะของ IT Audit และ Manual Audit โดยเฉพาะอย่างยิ่ง IT Audit ซึ่งผู้ตรวจสอบภายในจำเป็นจะต้องเข้าใจ การประเมินความเสี่ยงที่มีผลกระทบทางด้าน IT Risk และ Risk IT รวมทั้งการประเมินความเพียงพอของการควบคุมภายในทางด้าน IT ที่มีผลกระทบต่อ Business Risk ในทุกมุมมองของ COSO – ERM ซึ่งผมจะได้อธิบายในครั้งต่อไปนะครับ

 

GRC กลยุทธ์ใหม่ในการบริหารเพื่อประสบความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ที่เรียกว่า Integrity – Driven Performance (ต่อ)

คราวที่แล้วเราได้พูดกันถึง ปัจจัยสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน/การปฏิบัติการที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืนตามหลักการ GRC ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว 3 หัวข้อ สำหรับในวันนี้เราจะมาคุยกันต่อถึงปัจจัย ข้อที่ 4 ซึ่งจะมีหัวข้อแยกย่อยลงไปอีกเล็กน้อยกันครับ

4. ความสำเร็จของการใช้ GRC เป็นกลยุทธ์นั้น ต้องการใช้ตัวขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์หลักขององค์กร (Key Enablers) ที่สำคัญยิ่งเป็นฐานร่วมด้วยอย่างมีนัยสำคัญก็คือ

– การสร้าง/การมีวัฒนธรรม (Culture) ที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องมีตัวเปรียบเทียบ หรือต้องมีวัฒนธรรมจากจิตใจ (Spirited) เป็นฐานสำคัญ และ

– คณะกรรมการ ผู้บริหาร ตามกลยุทธ์ GRC ต้องนำหลักการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) มาใช้ และ

– สร้างความเป็นรูปธรรมในการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการของการดำเนินงาน/การปฏิบัติงานที่ต้องมีบุคลากร (People) ที่มีความสามารถ รวมทั้งมีกระบวกการบริหารที่สร้างคุณค่าเพิ่ม (Value Management) และ

– องค์กรต้องมีการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Process Improvement) และปรับปรุงเทคโนโลยี (Improvement Technology) ให้มีลักษณะที่เป็นบูรณาการ และสัมพันธ์กับวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลุยทธ นโยบาย แผนการปฏิบัติงานใหม่ ๆ ที่เป็นรูปธรรม รวมถึงมีการสื่อสารให้พนักงาน (People) ทุกระดับได้เข้าใจ

– คณะกรรมการ ผู้บริหาร ต้องทำงานเป็นทีม ที่ต้องการผู้นำ (Leader) ที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะความสามารถในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน กระบวนการปฏิบัติงาน ที่องค์กรส่วนใหญ่ยังมีโครงสร้าง และแนวการบริหารที่เป็นแบบอิสระ หรือ Silo อยู่มากในหลายองค์กร ทั้ง ๆ ที่เป็นองค์กรที่ได้รับรางวัลธรรมาภิบาล หรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาแล้วก็ตาม

The Value Change Approach

The Value Change Approach

ทั้งนี้เพราะ คณะกรรมการธรรมาภิบาลที่ดีของชาติ หรือผู้ให้รางวัลมีมุมมองทางด้านธรรมาภิบาลเป็นเรื่อง ๆ แยกเป็นส่วน ๆ หรือพิจารณาแบบ Silo เช่น ให้หรือวัดการมีธรรมาภิบาลเพียงด้าน “ความโปร่งใส” หรือ “Transparency” เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจพิจารณาได้ค่อนข้างง่ายกว่าปัจจัยหลัก ๆ ที่เหลืออีก 6 ข้อหลัก ก็คือ ส่วนใหญ่ยังมีโอกาสปรับปรุงเพิ่ม Governance ได้มากก็คือ

1) การมีความเข้าใจและมีขีดความสามารถในการประพฤติ การปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบ (Responsibility)

2) คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง และ C – Levels แสดงความรับผิดและรับชอบต่อผลการปฏิบัติตามหน้าที่ (Accountability) นั่นคือ ถ้าองค์กรเสียชื่อเสียง เสียความไว้วางใจ อย่างมีนัยสำคัญ ก็จะแสดง Spirits ในการรับผิดและรับชอบจากการบริหารองค์กรโดยรวม

3) มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นธรรมในทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลกระทบหรือผลประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) เป็นหลัก

4) แสดงหรือจัดให้มีกลยุทธ์และขีดความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการในระยะยาว (Creation of Long Term Value) ซึ่ง GRC จะให้น้ำหนักข้อนี้มากเป็นพิเศษ

5) องค์กรต้องส่งเสริมการปฏิบัติอันเป็นเลิศ (Best Practice) และการปฏิบัติตามมาตรฐาน (Standard) ที่เป็นสากลและยอมรับปฏิบัติกันโดยทั่วไป รวมทั้งการมีจรรยาบรรณที่ดีในการประกอบธุรกิจ เช่น ไม่ซ้ำเติมคู่แข่ง เป็นต้น

6) องค์กรมีความสำนึกที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดี (Social and Environmental Awareness) คณะกรรมการและผู้บริหารต้องเคารพ เคร่งครัดในการปฏิบัติตามกติกาของสังคม ซึ่งรวมทั้งกฎหมาย มาตรฐาน จริยธรรม/จรรยาบรรณ และวัฒนธรรมที่ดี อันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป และมีความรับผิดชอบในการร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อมทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร โดยไม่กระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศที่ยอมรับได้ในแต่ละกรอบของ Risk Appetite และ Risk Tolerance ที่รัฐบาลนานาชาติกำหนดอันเป็นสากล

 

GRC กลยุทธ์ใหม่ในการบริหารเพื่อประสบความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ที่เรียกว่า Integrity – Driven Performance (ต่อ)

ในครั้งก่อนผมได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะมาบอกถึงปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน/การปฏิบัติการที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืนตามหลักการ GRC ซึ่งก็มีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ 4 ปัจจัยด้วยกัน แต่ในวันนี้ผมจะนำเสนอเพียง 3 ปัจจัยหลัก ๆ ก่อนนะครับ

GRC Model นอกจากจะเป็น Model ในการพัฒนาองค์กรในการก้าวไปสู่หลักการปฏิบัติงาน และการดำเนินงานที่ดี (Best Practice) ที่ยอมรับได้ มาตรฐานที่ใช้เป็นสากล หรือมาตรฐานการปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ในการก้าวสู่การปฏิบัติงานที่ดีเพื่อก้าวสู่หลักการของ Governance หรือการเติบโตอย่างยั่งยืนดังที่ได้กล่าวไปในครั้งก่อนแล้ว

GRC Model ยังเป็นกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การบริหารองค์กรแบบบูรณาการ อย่างมีคุณค่า (Business Integrity) การมีคุณธรรมในการบริหาร เช่น การกำหนดกฎเกณฑ์ ระเบียบ คำสั่ง และการปฏิบัติ การให้คุณให้โทษ จะต้องมีความชัดเจน สอดคล้องทั่วทั้งองค์กรในทุกมุมมองของการบริหาร ตามหลัก Balanced Scorecards และมีการปฏิบัติอย่างจริงจัง อีกทั้งยังสนับสนุน และส่งเสริม (Support) การบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ (Integrity Driven) โดยการกำหนด Performance Strategy ให้เหมาะสมอีกด้วย

GRC ก้าวสู่ CG และ ITG ด้วย GRC ที่เป็นรูปธรรม กับข้อคิดและความเข้าใจในภาพโดยรวม

GRC ก้าวสู่ CG และ ITG ด้วย GRC ที่เป็นรูปธรรม กับข้อคิดและความเข้าใจในภาพโดยรวม

ปัจจัยสำคัญที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารต้องใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน/การปฏิบัติการที่มีศักยภาพอย่างยั่งยืนตามหลักการ GRC คือ

1. การบูรณาการด้าน G + R + C (GRC) ที่เป็นรูปธรรม
คณะกรรมการและผู้บริหารต้องจัดให้มีการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดยเชื่อมโยงให้มีการจัดการที่ดี (Governance) เข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยง (COSO – ERM) ทั่วทั้งองค์กร และการควบคุมความเสี่ยงของกิจกรรมต่าง ๆ ในลักษณะเชิงรุก คือ การป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นและกระทบกับการสร้างคุณค่าเพิ่มอย่างมีประสิทธิภาพให้กับองค์กร

โดยความเป็นจริง หลักการนี้ก็มีการปฏิบัติกันแล้วในหลายองค์กร แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมักมีการบริหารจัดการแยกเป็นส่วน ๆ เป็นเรื่อง ๆ ที่มีลักษณะเป็น Silo มิใช่เป็นแบบ Integrated หรือบูรณาการ GRC จึงเป็น Statement ที่อธิบายวิธีการจัดการให้เป็นแบบบูรณาการที่เป็นรูปธรรม คณะกรรมการและผู้บริหารที่ต้องการยกระดับการจัดการที่ดีและพิสูจน์ได้จึงควรนำหลักการของ GRC มาใช้อย่างเข้าใจ

2. การเชื่อมโยง GRC เข้ากับการดำเนินการและมีการวัดผลที่ไม่กำกวม และตรงประเด็น
การบูรณาการด้าน Governance + Risk Management + Compliance ที่ดีมีคุณภาพจะก่อให้เกิดการขับเคลื่อนคุณค่าและส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการปฏิบัติการ เพราะจะช่วยลดช่องว่างของการดำเนินงานที่เกิดจากการแยกกันทำงานในแบบต่างคนต่างทำ หรือเป็น Silo ตามลักษณะหรือ Function ของงานแทนการเน้นการทำงานแบบเป็นกระบวนการ (Process) ข้างสายงาน โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในกิจกรรมนั้น ๆ จนได้ผลลัพธ์ที่สามารถวัดประสิทธิภาพของคุณค่าเพิ่มได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการประเมินคุณค่าทางสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) และสินทรัพย์ที่มีตัวตน ซึ่งจับต้องได้ (Tangible Assets)

ITG/GRC & COSO กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม

ITG/GRC & COSO กับการสร้างมูลค่าเพิ่ม

3. GRC ต้องการความเข้าใจคำจำกัดความของคำว่า วิสัยทัศน์ และการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือ Compliance ใหม่

คำว่า วิสัยทัศน์ขององค์กร ต้องมุ่งไปที่ความยั่งยืนที่แท้จริง ที่องค์กรยุคใหม่ รวมทั้งผู้บริหารต่างก็เข้าใจตรงกันแล้วว่า ต้องมุ่งไปที่ผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) เป็นสำคัญ มิใช่เพียงแต่มุ่งกำไรสูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้น (Shareholders) เป็นหลัก

ดังนั้น คำว่า “Compliance” ตามนัยยะ ของ GRC ใหม่ก็คือ การปกป้องรักษาชื่อเสียง ความไว้วางใจได้ และการสร้างคุณค่าเพิ่มจากการบริหารสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ที่เป็นตัวขับเคลื่อน หรือเป็นกลไกในการสร้างผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์กร (Enablers) โดยรวม และที่เกี่ยวกับการสร้าง “Value” ในมุมมองของการบริหารสินทรัพย์ที่มีตัวตน (Tangible Assets) ด้วย

เพราะในที่สุด การสร้างความน่าเชื่อถือจากความเชื่อ (Belief) นี้จะไปสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) ซึ่งเป็น “Value” ที่มีคุณค่ายิ่ง และจะสะท้อนโดยตรงไปยังการสร้างกำไรจากประสิทธิภาพที่มีดุลยภาพ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลักการของ Governance ที่ประกอบไปด้วย Corporate Governance และ IT Governance ในที่สุด
อนึ่ง คณะกรรมการและผู้บริหารขององค์กรต่าง ๆ ควรเข้าใจตรงกันต่อไปด้วยว่า GRC เป็นทั้งกลยุทธ์ใหม่ที่นำไปสู่ความสำเร็จในทางปฏิบัติและเมื่อเข้าใจแนวคิดนี้แล้วก็จะสามารถสร้าง Integrity – Driven Performance ทั้งองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม จาก GRC Operating Model ใหม่นี้

Model ของ GRC ในที่นี้ก็คือ การบูรณาการกลยุทธ์มุ่งความสำเร็จของการควบคุมความเสี่ยงตามหลักการ COSO – ERM S – O – F – C โดยเน้นการบริหาร Operational Risk ที่มุ่งพิจารณา People + Process + Technology (PPT) ขององค์กรที่มีบทบาทและความสำคัญสูงมาก ประมาณร้อยละ 75 – 80 ที่มีผลต่อความสำเร็จในการบริหารตามมุมมองต่าง ๆ ตามหลัก Balanced Scorecard ที่เน้นการมองอนาคต โดยมีตัวชี้วัดที่เป็น Leading Indicator มากขึ้นจากเดิม เนื่องจากกลยุทธ์การมอง Vision ใหม่ (Envision) จาก Shareholders เป็น Stakeholders นั่นเอง

 

GRC เป็นกลยุทธ์ใหม่ในการบริหารเพื่อประสบความสำเร็จขององค์กรยุคใหม่ที่เรียกว่า Integrity – Driven Performance

Governance ในความหมายของ GRC ได้รวมถึงหลักทางด้านการปฏิรูปการบริหารแบบสอดประสานบูรณาการของ GRC ที่สำคัญมาก ก็คือ

1. การปกป้องและสร้างชื่อเสียง ความไว้วางใจและการสร้างคุณค่าเพิ่มขององค์กร จากการเน้นบริหารทรัพยากรที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ที่ยังมีความเข้าใจ การปฏิบัติที่แตกต่างกันมาก

2. การบริหารที่สอดคล้องกับความต้องการ ความคาดหวังใหม่ ๆ ของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) แทนการเน้นผู้ถือหุ้น (Shareholders) ซึ่งเน้นการทำกำไรที่ขาดความยั่งยืน ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการของ Governance

3. การขับเคลื่อนคุณค่าหรือ “Value” และการบริหาร/การจัดการการปฏิบัติงานที่ดี ตามแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนที่เกี่ยวกับบุคลากร (People) กระบวนการทำงาน (Process) และเทคโนโลยีทางด้านสารสนเทศ (Technology) ที่ต้องเน้นความเป็นรูปธรรมในเรื่องของจรรยาบรรณ (Ethics) ที่เกี่ยวกับ Governance การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการปฏิบัติตามมาตรฐาน และกฎเกณฑ์ของสังคม ทั้งภายนอกประเทศ ภายในประเทศ และระดับองค์กร

ความหมายของคำว่า Ethics และ Compliance (C) นั้น จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจความหมายที่มีการปฏิรูปที่มีความชัดเจนและอาจแตกต่างจากเดิม ซึ่งผมจะอธิบายในตอนต่อ ๆ ไปให้มีความละเอียดและชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั้น จะเกี่ยวข้องกับการพิจารณาการตัดสินใจในการบริหารการจัดการว่าผิดหรือถูก ที่อยู่บนพื้นฐานว่า องค์กรมีเป้าหมายหลักที่ Stakeholders หรือ Shareholders เป็นสำคัญ

4. การบริหารองค์กรในภาวะวิกฤติ และการแก้ไขภาวะวิกฤติให้สู่ภาวะปกติโดยเร็ว อันเกิดจากผลกระทบทางลบตามที่กล่าวใน ข้อ 1 – 3 ข้างต้น โดยเน้นชื่อเสียง ความไว้วางใจ การบริหารแบบบูรณาการในการสร้างคุณค่าเพิ่มที่เกิดจากจุดอ่อนหรือการบริหารความเสี่ยงที่ล้มเหลว หรือขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการ ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders)

GRC A New Strategy for Success

GRC A New Strategy for Success

นอกจากนี้ องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คณะกรรมการ ผู้บริหาร ต้องมีความสามารถในการสร้างศักยภาพทางด้าน GRC โดยการขับเคลื่อนองค์กร ปฏิบัติงานได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการของผู้กำกับ กฎเกณฑ์ และการเพิ่มความต้องการให้องค์กรปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายที่นำมาใช้ใหม่ ๆ และผลกระทบที่เป็นความเสี่ยงทางด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

การบริหารและการจัดการที่ดีในมุมมองของการบริหารเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามหลักการของ GRC ซึ่งพิจารณาได้ว่ามีความสำคัญยิ่งนั้น แต่ละองค์กรมีประสบการณ์และมีความสามารถในการรักษาเสถียรภาพที่ดีของการบริหารแบบ GRC ตามแนว Concept ปัจจุบันในความต้องการของผู้มีผลประโยชน์ร่วม (Stakeholders) ได้แตกต่างกัน ทำให้หลายองค์กรทั้งภายในและต่างประเทศ ต่างก็มีปัญหาตามมาได้มากมาย ตั้งแต่การเสียชื่อเสียง ความไม่น่าเชื่อถือที่ลดลงมา ไปจนกระทั่งต้องปิดกิจการหรือล้มละลายไปในที่สุด

Governance built on principles of ethiscs, independence, transparency, integrity and accountability

Governance built on principles of ethiscs, independence, transparency, integrity and accountability

แนวทางใหม่ในการบริหารตามแบบของ GRC ซึ่งเป็นการเน้นการบริหารแบบสอดประสานและเป็นบูรณาการ เพื่อสร้างศักยภาพ ความสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผลจากการดำเนินงานที่มีกระบวนการทำงานทั้งองค์กรเกี่ยวพันกัน ตั้งแต่มุมมองของวิสัยทัศน์ใหม่ที่เน้นผู้มีผลประโยชน์ร่วม การตั้งวัตถุประสงค์โดยรวมกับองค์กรที่สอดประสานกันในลักษณะ P + P + T คือ People + Process + Technology :
P – การกำหนดและปรับปรุงกลยุทธ์และนโยบาย รวมทั้งวิธีการปฏิบัติงานที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม มีการติดตามดูแลการบริหารอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการ และผู้บริหาร
P – การปรับปรุงให้กระบวนการบริหารมีคุณภาพดีอยู่เสมอ
T – การบริหารจัดการข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องด้านหลัก ๆ คือ Input + Process + Output + Authorization และการปฏิบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Information Security คือ CIA เป็นสำคัญ

การเชื่อมโยงกระบวนการสร้าง GRC เข้ากับระบบปฏิบัติการ (Performance) เป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน เพราะองค์กรที่ใช้หลักการของ GRC จะพิจารณาผลประโยชน์ของ Stakeholders แทน Shareholders เป็นสำคัญ อีกทั้งกลยุทธ์ นโยบาย แผนงานไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจากจิตสำนึก (Spiritual) ทั่วทั้งองค์กร เพื่อการขับเคลื่อนคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่น พร้อม ๆ กับการสร้างวัฒนธรรม และจริยธรรมที่เหมาะสมให้กับองค์กรเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ